ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| BUZZ

Fast X ไม่น่าแบ่งย่อยได้ 3 ภาคอย่างที่พี่วินคุยโวไว้ หลังรายได้ในสหรัฐฯ น้อยจนน่าตกใจ

Tabel of Content

ในช่วงเดินสายโปรโมต Fast X วิน ดีเซล (Vin Diesel) ในฐานะนักแสดงและผู้อำนวยการสร้างได้เปรยกับนักข่าวไว้ว่า Fast X มหากาพย์ปิดตำนาน Fast อาจจะถูกแบ่งย่อยออกเป็น 3 ภาค จากเดิมที่วางแผนไว้ว่าเป็น 2 ภาค แต่หลังจากที่หนังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 แล้ว รายได้ในประเทศกลับไม่เปรี้ยงปร้างตามคาด และแผนการอาจจะไม่เป็นไปตามที่วางไว้

พลังดาราที่อัดแน่น ไม่สามารถช่วยรายได้ของหนัง

แต่ก็ยังดีที่รายได้ในต่างประเทศไปได้ดี ขณะนี้ทำไปได้ 530 ล้านเหรียญแล้ว ในขณะที่ตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศในสหรัฐฯ นั้นทำไปได้แค่เพียง 129 ล้านเหรียญ นับว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับทุนสร้างและงบประมาณโฆษณาที่ยูนิเวอร์แซลควักกระเป๋าออกไปมากกว่า 350 ล้านเหรียญ

ไม่เพียงแค่นั้น รายได้ในสัปดาห์ที่ 2 ของ Fast X ยังลดฮวบฮาบถึง 67% จากสัปดาห์แรก ซึ่งคาดการณ์ได้เลยว่าตัวเลขรายได้ในประเทศไม่น่าจะแซง F9 ภาคก่อนหน้าที่ทำรายได้ในประเทศไป 173 ล้านเหรียญ และรายได้รวมทั่วโลกที่ 723 ล้านเหรียญ ทั้ง ๆ ที่ F9 เข้าฉายในท่ามกลางสภาวการณ์ที่แย่กว่าด้วยซ้ำ เพราะเป็นช่วงปลายของสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด โรงภาพยนตร์ยังไม่ได้เปิดให้บริการทั่วสหรัฐฯ

ด้วยตัวเลขรายได้ 129 ล้านเหรียญในสหรัฐฯ ของ Fast X นั้น ถือว่าเป็นรายได้ลำดับที่ 3 จากท้ายตาราง สูงกว่าแค่ 2 ภาคคือ 2 Fast 2 Furious (2003) – 127 ล้านเหรียญ และ The Fast and the Furious: Tokyo Drift (2006) – 62 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็น 2 ภาคที่ไม่มี วิน ดีเซล มารับบทนำ

รายได้ของ Fast X ในสหรัฐฯ

จากนี้ไปสิ่งที่ยูนิเวอร์แซลพอจะคาดหวังได้ก็คือรายได้ก๊อกสองจากการวางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีและช่องทางสตรีมมิง แต่ Fast X ได้ฝากไว้เรื่องเตือนใจไว้ให้กับยูนิเวอร์แซล เมื่อจะควักทุนสร้างครั้งต่อไปให้กับ Fast 11 หรือ Fast 12 (ถ้ามี) ว่าวันนี้แฟรนไชส์ Fast ไม่ได้เป็นหนังแม่เหล็กที่แข็งแกร่งที่สามารถเรียกผู้ชมได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว

สิ่งที่แฟรนไชส์ Fast กำลังประสบอยู่ก็เป็นปัญหาเดียวกันกับจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ที่มักจะทำรายได้ดีในสุดสัปดาห์แรกเท่านั้น และจะตกลงอย่างฮวบฮาบในสัปดาห์ที่ 2 กรณีของ fast X เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า แม้หนังจะอัดแน่นไปด้วยนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวูดมากหน้าหลายตา แถมด้วยฉากแอ็กชันที่เวอร์วัง แล้วยังมีตอนจบที่สุดระทึกใจ ทิ้งค้างชะตากรรมของบรรดาตัวละครชวนให้ติดตามความเป็นไปในภาคต่อไป แต่ปัญหาใหญ่ของแฟรนไชส์ Fast ก็คือ นี่คือหนังภาคที่ 10 ของแฟรนไชส์แล้ว หนังได้มอบทุกอย่างให้กับผู้ชมจนไม่เหลืออะไรแปลกใหม่หวือหวาให้คนดูคาดหวังอีกต่อไป แต่สิ่งที่ผู้ชมพูดถึงมากที่สุดในภาคนี้ก็คือการปรากฎตัวของ เจสัน โมโมอา (Jason Momoa) ที่ฝากการแสดงไว้อย่างน่าจดจำ แต่ลำพังพลังของโมโมอาก็ไม่เพียงพอที่จะลากหนังไปแตะตัวเลขระดับ 1,000 ล้านเหรียญได้

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราก็ได้ดู Fast 11 กันอย่างแน่นอน แต่ก้าวต่อไปจากนี้จะเป็นก้าวที่ยากขึ้นและเป็นก้าวที่สตูดิโอและทีมสร้างต้องระมัดระวังอย่างมาก เชื่อแน่ว่าทางผู้บริหารสตูดิโอจะต้องโดดมาคุมเข้มในกระบวนการสร้างอย่างใกล้ชิด และ Fast X ก็ส่อแววให้เห็นแล้วว่า ไม่ว่าหนังจะปิดตำนานด้วย Fast 11 หรือ Fast 12 แต่ก็ไม่ได้เป็นการปิดฉากที่สง่างามเสียแล้ว

ที่มา : movieweb

Highlight

Xiaomi 17 Ultra เปิดตัวเป็นทางการ ยัดโหดกล้อง 1 นิ้ว ซูม 200 MP แบตฯ อึด 6,800 mAh พร้อมรุ่น Leica Edition ดีไซน์คลาสสิก

26/12/2025
Read More

Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม

26/12/2025
Read More

ซื้อดีไหม ? HUAWEI MatePad 12 X 2026 สรุปฟีเจอร์เด่นที่น่าโดนในราคาไม่เกินสองหมื่น 

26/12/2025
Read More

แว่นตา AI เปลี่ยนเสียงรอบตัวเป็น “ซับไตเติล” แบบ Real-time ช่วยผู้บกพร่องทางการได้ยิน

26/12/2025
Read More

ญี่ปุ่นทำถึง ! เปิดตัว เครื่องซักมนุษย์ อาบ-ล้าง-เป่าแห้ง จบใน 15 นาที ค่าตัว 13 ล้านบาท

26/12/2025
Read More

เตือน ! ผู้มีสิทธิ “ถ้าไม่ไปเลือกตั้ง – ไม่แจ้งเหตุ” จะถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมาย

26/12/2025
Read More

Related Content