[รีวิว] Civil War – เครื่องหมายคำถามจากฐานันดรที่ 4 ในสงครามกลางเมือง

Release Date

11/04/2024

แนวหนัง

ดราม่า ทริลเลอร์ สงคราม

ความยาวหนัง

109 นาที

ผู้กำกับ

อเล็กซ์ การ์แลนด์ (Alex Garland)

นักแสดง

เคิร์สเทน ดันส์ (Kirsten Dunst) เคลี สแปนี (Cailee Spaeny) แว็กเนอร์ มัวร่า (Wagner Moura)

[รีวิว] Civil War – เครื่องหมายคำถามจากฐานันดรที่ 4 ในสงครามกลางเมือง
Our score
9.0

[รีวิว] Civil War – เครื่องหมายคำถามจากฐานันดรที่ 4 ในสงครามกลางเมือง

Civil War - เครื่องหมายคำถามจากฐานันดรที่ 4 ในสงครามกลางเมือง

สรุปแล้ว 'Civil War' ถือเป็นหนังสงครามที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนักข่าวภาคสนามสงครามได้อย่างลึกซึ้ง โดยการเล่าเรื่องแล้วหนังให้ผู้ชมรับรู้ผ่านมุมมองของตัวละครและตั้งคำถามกับสงครามกลางเมืองที่แบ่งแยกประเทศด้วยความเกลียดชังจนเราอดเปรียบเปรยกับโลกความจริงที่กำลังถูกกัดกร่อนด้วยการแบ่งแยกทางเชื้อชาติ ศาสนาและภาษา จนเกิดสงครามตามพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ได้

จุดเด่น

  1. เป็นหนังที่ถ่ายทอดบทบาทนักข่าวสงครามได้อย่างเห็นภาพ
  2. มีฉากที่เปรียบเปรยถึงความขัดแย้งในสหรัฐอเมริกาที่ทำออกได้เห็นภาพและสะเทือนความรู้สึก
  3. การชมในระบบ IMAX คือสมจริงมากทั้งภาพและเสียง

จุดสังเกต

  1. อาจต้องทำความเข้าใจก่อนชมว่าหนังจะไปในเวย์ให้เรารู้ตามมุมมองของตัวละครและหลายฉากอาจไม่มีคำอธิบายชัดเจน
  • โปรดักชัน

    9.0

  • บทภาพยนตร์

    9.0

  • การแสดง

    9.0

  • ความบันเทิง

    9.0

  • ความคุ้มค่าในการรับชม

    9.0

ก่อน ‘Civil War’ เข้าฉายไม่กี่วัน อเล็กซ์ การ์แลนด์ (Alex Garland) ได้ประกาศวางมือจากงานกำกับภาพยนตร์ โดยทิ้งให้หนังเรื่องนี้และ ‘Warfare’ หนังอีกเรื่องเป็นผลงานส่งท้ายอาชีพผู้กำกับที่เชื่อว่าหลายคนคงเสียดายไม่น้อย ยิ่งถ้าได้ชม ‘Civil War’ ที่เรากำลังพูดถึงอยู่ก็อาจจะใช้คำว่าใจหายได้เลยล่ะ

Major Cineplex logo
สนับสนุนโดย Major Cineplex

โดยเหตุการณ์พื้นหลังของ ‘Civil War’ ก็คือจินตนาการถึงสหรัฐอเมริกาในจินตนาการของการ์แลนด์ที่ถูกแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายมีวอชิงตัน ดีซี หรือ เซ็นทรัล อเมริกา ที่มีประธานาธิบดีกุมอำนาจและหวังจะรวมชาติอีกครั้ง แต่ทว่าเท็กซัส แคลิฟอร์เนียที่เป็นกองกำลังแบ่งแยกดินแดนตะวันตกกำลังรุกคืบและตั้งใจเผด็จศึกประธานาธิบดีให้ได้ภายในวันที่ 4 กรกฎาคมหรือวันชาติของสหรัฐอเมริกา แต่แทนที่การ์แลนด์จะเล่าเรื่องราวโดยอิงปฏิบัติการทางทหารหรือเอาใจไปเข้าร่วมฝักฝ่ายใด เขากลับสร้างตัวละครเอกให้มีอาชีพฐานันดรที่ 4 นั่นคือผู้สื่อข่าวสงคราม

ท่ามกลางเหตุการณ์คาร์บอมบ์สุดอันตรายทำให้ ลี (รับบทโดย เคิร์สเทน ดันส์, Kirsten Dunst) ช่างภาพสงครามฝีมือดีได้ช่วยชีวิต เจสซี่ (รับบทโดย เคลี่ สแปนี, Cailee Spaeny) ช่างภาพมือสมัครเล่นที่ถือกล้องฟิล์มนิคอนให้รอดพ้นจากอันตรายและแม้จะไม่เต็มใจนัก เจสซี่ก็ได้ร่วมเดินทางกับลี และพรรคพวกอีก 2 คนได้แก่ โจเอล (รับบทโดย แวกเนอร์ มัวร่า, Wagner Moura) ผู้ช่วยของลีและแซมมี่ (รับบทโดย สตีเฟน แม็กคินลีย์ เฮนเดอร์สัน, Stephen McKinley Henderson) นักข่าวอาวุโส โดยจุดมุ่งหมายหลักของลีคือวอชิงตัน ดีซี ที่เธอและโจเอล ตั้งใจจะบุกไปสัมภาษณ์ประธานาธิบดีให้ทันก่อนวันเผด็จศึก

เชื่อว่าอ่านเรื่องย่อแล้ว ผู้อ่านหลายคนต้องคาดหวังความเป็นหนังสงครามที่จะทำให้เราเห็นยุทธวิธีการบุกโจมตีของกองทัพพระเอกเหมือนหนังสงครามเรื่องอื่น แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่การ์แลนด์ต้องการนำเสนอกลับเป็นการทำงานของสื่อมวลชนภาคสนามที่เราจะขอเรียกสั้น ๆ ว่านักข่าวสงคราม และสิ่งที่จะเป็นปัญหาแน่ ๆ สำหรับคนที่เข้าโรงไปชม ‘Civil War’ โดยแบกความคาดหวังและความเคยชินเข้าไปคงเจอคำถามใหญ่ ๆ อยู่หลายช่วงของหนังแน่นอนเพราะหนังเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการอธิบายที่มาที่ไปของสงครามกลางเมือง ไม่ว่าจะในรูปแบบแคปชั่นตอนไตเติ้ลก่อนเริ่มหนัง หรือมีภาพข่าวมาตัดมองทาจเพื่อปูพื้นความรู้ของผู้ชมต่อสถานการณ์เบื้องหลังในภาพยนตร์

และตามความเข้าใจของผมก็คงหนีไม่พ้นว่าสาเหตุของมันก็คือการที่เรามีตัวละครนักข่าวอย่าง ลี โจเอล แซมมี่ หรือแม้แต่มือใหม่อย่างเจสซี่อยู่แล้ว ดังนั้นข้อมูลที่เราจะได้รับก็มาจากบทพูดทั้งของโจเอลกับแซมมี่ที่ตั้งคำถามถึงความโหดร้ายของประธานาธิบดีที่ทิ้งบอมบ์ใส่ประชาชนในชาติตัวเองหรือมาจากภาพที่ผ่านการลั่นชัตเตอร์ของ ลี และ เจสซี่ ท่ามกลางเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่หนังวางหมากไว้เพื่อพิสูจน์ความหมายของการเป็นสื่อมวลชน

และมันยิ่งตอกย้ำแนวคิดดังกล่าวด้วยคำพูดของแซมมี่ ที่ตั้งคำถามกลับมาที่ ลี ว่าเธอหมดศรัทธาในบทบาทสื่อมวลชนแล้วจริงหรือ หลังจากเธอพยายามข่มขู่เจสซี่ที่มองเธอเป็นไอดอลไม่ต่างจาก ลี มิลเลอร์ (Lee Miller) ช่างภาพสงครามหญิงในตำนาน และโดยปริยายที่เหตุการณ์ต่าง ๆ ในหนังบางช่วงจะไร้การอธิบายแต่ให้เราซึมซับร่วมกับตัวละครเอาเองทั้ง การเจอคนเสียสติและกลายเป็นคนโหดร้ายท่ามกลางสงครามในฉากปั๊มน้ำมันที่ทำให้เจสซี่หวาดกลัว ฉากสไนเปอร์ที่สุ่มยิงคนมั่วซั่วจนโจเอลไม่อาจทำความเข้าใจกับความไร้สาระของสงคราม หรือกระทั่งฉากที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อเหล่าสื่อมวลชนได้เจอตัวละครทหารสุดโหดที่รับบทโดย เจสซี พลีมองต์ (Jesse Plemons) ที่มากับคำถามว่า “พวกแกเป็นอเมริกันแบบไหน ?”

BT Buzz รีวิว Civil War
BT Buzz รีวิว Civil War

ซึ่งในฉากข้างต้นเชื่อว่าหลายคนก็คงอดคิดถึงสหรัฐอเมริกาในยุคของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ไม่ได้เพราะในขณะที่โลกในหนังอเมริกาถูกแบ่งแยกอย่างชัดเจนเป็นเขตแดน แต่ในโลกความจริงอเมริกาหลังยุคโดนัลด์ ทรัมป์กลับเกิดรอยแตกในความรู้สึกและสร้างรอยร้าวในสังคมทีละน้อย ๆ และตัวละครของพลีมองต์ก็คือหลักฐานสำคัญแต่ไม่ใช่การหาอเมริกันแท้จริงในเชิงเชื้อชาติและแต่เป็นสิ่งที่การ์แลนด์ตั้งใจใช้ตั้งคำถามกับชาวอเมริกันถึงคุณค่าและความหมายของการเป็นชาติเสรีและดินแดนแห่งโอกาสในยุคที่ความเกลียดชังฝังรากลึกอย่างทุกวันนี้

และแม้ข้อมูลหนังที่ใช้ประชาสัมพันธ์จะเน้นย้ำคำว่าหนังทุนสร้างสูงสุดของ A24 แต่งบ 50 ล้านเหรียญที่ดูน้อยนิดเมื่อเทียบกับหนังฟอร์มยักษ์ฮอลลีวูดแต่จากหลักฐานที่ปรากฎเราจะได้เห็นเลยว่างบประมาณถูกใช้อย่างชาญฉลาดผ่านการออกแบบงานสร้างของ เคที่ แม็กซี่ (Caty Maxey) บวกกับงานเทคนิคการถ่ายภาพเชิงสารคดีโดยฝีมือของ ร็อบ ฮาร์ดี (Rob Hardy) ที่เลือกกล้อง Sony ทั้งกล้องซีนีม่าอย่าง Sony VENICE 2 และกล้องมิเรอร์เลสอย่าง A7S3 มาใช้ในการพาผู้ชมตามติดการทำงานนักข่าวสงครามอย่างใกล้ชิดและชวนระทึกลืมหายใจ

นอกจากนี้แม้ดูหน้าหนังขายแอ็กชันตู้มต้ามแต่ต้องยอมรับว่าภาพรวมการแสดงของหนังออกมาแข็งแรงมากทั้งการพลิกบทบาทของ เคิร์สตัน ดันส์ ที่คราวนี้เธอถ่ายทอดบทบาทนักข่าวสงครามที่หมดศรัทธาในการเป็นสื่อได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งฝีมือความเก๋าในตอนต้นและความแหลกสลายในช่วงท้ายของหนังและตีคู่กันได้อย่างสูสีคือ เคลี่ สแปนี ในบทเจสซี่ช่างภาพสมัครเล่นที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงสู่ช่างภาพสงครามที่บันทึกความตายและหายนะได้อย่างไร้ข้อกังขาได้อย่างดี ส่วน แวกเนอร์ มัวร่า นักแสดงชาวบราซิลจากซีรีส์ ‘Narcos’ ก็ถ่ายทอดบทบาทผู้สื่อข่าวสงครามที่กระหายเรื่องเล่าได้อย่างน่าสนใจไม่แพ้กัน

สรุปแล้ว ‘Civil War’ ถือเป็นหนังสงครามที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนักข่าวภาคสนามสงครามได้อย่างลึกซึ้ง โดยการเล่าเรื่องแล้วหนังให้ผู้ชมรับรู้ผ่านมุมมองของตัวละครและตั้งคำถามกับสงครามกลางเมืองที่แบ่งแยกประเทศด้วยความเกลียดชังจนเราอดเปรียบเปรยกับโลกความจริงที่กำลังถูกกัดกร่อนด้วยการแบ่งแยกทางเชื้อชาติ ศาสนาและภาษา จนเกิดสงครามตามพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ได้

BT Buzz รีวิว Civil War
กดที่ภาพเพื่อเช็กรอบฉายและซื้อบัตรชมภาพยนตร์