รีวิว Hyundai IONIQ 5 รถบ้าน ขับสบาย ออปชันไม่เหมือนใคร ใหญ่สุดในคลาส
Our score
8.0

จุดเด่น

  1. พื้นที่ห้องโดยสารใหญ่สุดในคลาส
  2. ออปชันครบ แตกต่าง ไม่เหมือนใคร
  3. การขับขี่ค่อนข้างดี ช่วงล่างแน่น เหมาะเป็นรถใช้งาน
  4. ยางสำหรับรถ EV แท้ๆ

จุดสังเกต

  1. ราคาสูงกว่ารถทั่วไปในตลาด
  2. หน้าจอดิจิทัลยังไม่เป็นมิตร แถมดูล้าสมัย
  3. พวงมาลัยบังไอคอนบนหน้าจอผู้ขับขี่

หลายคนเห็นคันจริงของ Hyundai IONIQ 5 ไปแล้วในงาน Motor Expo 2023 ที่ผ่านมา วันนี้แบไต๋มีโอกาสได้เทสต์ไดรฟ์เสียที กับตัวรถ IONIQ 5 ในรุ่น First Edition ซึ่งเป็นตัวท็อปที่สุดที่เข้ามาขายในไทย ในเส้นทางกรุงเทพ – อยุธยา ระยะทางรวม 200 กว่ากิโล ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานแน่นอน

IONIQ 5 มาในสไตล์ Parametric Pixels Design ด้วยเส้นสายเฉียบคมจากฝีมือของดีไซเนอร์ชาวอิตาลี Giorgetto Giugiaro โดยได้แรงบันดาลใจกับรถยนต์รุ่นเก่าของ Hyundai Pony ในปี 1974 นำมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า Electric Global Modular Platform (E-GMP) ซึ่งจะต่อยอดไปสู่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ต่อไปของ Hyundai นั่นเอง

Hyundai IONIQ 5 ที่เข้ามาขายในไทย มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย และ 2 ขนาดแบตเตอรี่ด้วยกัน แต่รุ่นที่เราได้มารีวิวคือ First Edition ที่เป็นรุ่นท็อปสุดของ IONIQ 5 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 72.6 kWh ขับขี่สูงสุด 451 กม. (WLTP) ให้กำลังสูงสุด 217 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 7.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ทุกรุ่นมาพร้อมไฮไลต์ระบบชาร์จไว Ultra-fast Charging สูงสุด 350 kW โดยจาก 10 – 80% ภายใน 17 นาที

สิ่งที่น่าสนใจใน IONIQ 5 คือการดีไซน์ตัวรถที่ไม่ค่อยพบเห็นที่รถคันไหนมาก่อน ทั้งตำแหน่งคันเกียร์ด้านล่างขวามือของพวงมาลัย ที่ใช้การบิดคันเกียร์ในการเปลี่ยนเกียร์ หรือลิ้นชักข้างคนขับที่หน้าตาเป็นลิ้นชักแท้ ๆ คอนโซลกลางที่ปรับเลื่อนเข้าออกได้ เบาะที่นั่งเลื่อนและพับเอนได้ทุกตำแหน่ง ไปจนถึงโหมด Nap ที่ปรับเบาะคนขับเอนนอนแบบ Zero Gravity ระหว่างรอชาร์จไฟได้เลย (มีในรุ่น First Edition เท่านั้น)

ข้อสังเกตที่ทำให้ IONIQ 5 แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าในท้องตลาดคือการให้ออปชันหลาย ๆ ส่วนมา หนึ่งในนั้นคือยาง Michelin Pilot Sport EV สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 4 เส้น ที่ตอบโจทย์การใช้งานรถ EV โดยเฉพาะ แม้ตัวรถจะไม่ใช่สาย performance จ๋า ๆ ขนาดนั้น IONIQ 5 จะออกไปทางรถบ้านที่ค่อนข้างใหญ่ ด้วยฐานล้อยาวกว่า 3 เมตร ทำให้มีพื้นห้องโดยสารกว้างขวางกว่ารถรุ่นอื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถปรับเบาะหลังเอนได้ รวมถึงเลื่อนเข้าออกเพื่อเพิ่มขนาดพื้นที่สัมภาระได้ด้วย

ส่วนการใช้งานทั่วไป เราติดใจบางจุดที่ตัวรถยังออกแบบมาไม่สมบูรณ์ หนึ่งคือเรื่อง UX และ UI ที่ดูล้าสมัยไปนิด เมื่อเทียบกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าของค่ายจีนแล้วยังดูตื่นตาตื่นใจกว่า รวมถึงหน้าจอดิจิทัลสำหรับผู้ขับขี่ที่เชื่อมต่อกับจอกลาง ทำให้องศาของหน้าจอถูกพวงมาลัยบังไปบางส่วน โดยเฉพาะจุดไอคอนด้านบนจอ (ตามรูปด้านล่าง)

Hyundai IONIQ 5 มีให้เลือด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Premium (แบต 58 kWh ล้อ 19 นิ้ว) 1,699,000 บาท ถัดมาเป็นรุ่น Exclusive (แบต 72.6 kWh ล้อ 19 นิ้ว) ราคา 1,899,000 บาท และรุ่นท็อป First Edition (แบต 72.6 kWh ล้อ 20 นิ้ว) ราคา 2,399,000 บาท ราคานี้รวม Home Charger ติดตั้งฟรี รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปีหรือ 160,000 กม. และรับประกันตัวรถ 5 ปีหรือ 150,000 กม. พร้อมบริการลากรถไม่จำกัดครั้งในช่วง 5 ปีอีกด้วย

***