ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Science
Read More

ยานอวกาศ Boeing Starliner เดินทางกลับสู่โลกโดยไร้คนขับได้ลงจอดอย่างปลอดภัย

นาซา (NASA) เผยว่ายานอวกาศ Boeing Starliner ที่เดินทางกลับมายังโลกโดยไร้คนขับ ได้ลงจอดในทะเลทรายที่ท่าอวกาศยาน White Sands Space Harbor ในนิวเม็กซิโกอย่างปลอดภัย เมื่อ 7 กันยายน เวลา 12:01 a.m. EDT (ในประเทศไทย วันที่ 8 เวลา 11.01 น. ) หลังจากได้ปลดล็อกออกจากท่าของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เมื่อวันวันศุกร์ที่ 6 กันยายน เวลา 18:04 น. EDT (ในประเทศไทย วันที่ 7 เวลา 05:04 น.)
11/09/2023

Telesat ของแคนาดาตกลงใช้บริการ SpaceX ส่งกลุ่มดาวเทียมบรอดแบนด์

วันจันทร์ที่ 11 กันยายน Telesat บริษัทสื่อสารผ่านดาวเทียมของแคนาดาได้ปิดดีลขอใช้บริการจรวดของสเปซเอ็กซ์ (SpceX) ในการขนส่งกลุ่มดาวเทียมบรอดแบนด์ในวงโคจรระดับต่ำของโลก ที่เรียกว่า Lightspeed ซึ่งจะเริ่มปล่อยตั้งแต่ปี 2023 เพื่อให้บริการบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมในปลายปี 2027
10/09/2023

จีนปล่อยดาวเทียมสำรวจระยะไกล Yaogan 40 ด้วยจรวด Long March-6A ได้สำเร็จ

10 กันยายน เวลา 12.30 น. (11:30 น. ในประเทศไทย) CASC บริษัทขนส่งอวกาศของรัฐบาลจีนได้ปล่อยดาวเทียมสำรวจระยะไกลดวงใหม่ Yaogan-40 ที่ขับดันด้วยจรวด Long March-6A ออกจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมไท่หยวน ในมณฑลซานซี อยู่ทางภาคเหนือของจีนไปสู่อวกาศได้สำเร็จ ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่ 3 ของจรวด Long March-6A และเที่ยวบินที่ 487 ของจรวดตระกูล Long March
09/09/2023

FAA สั่งให้ SpaceX แก้ไขด้านความปลอดภัย 63 รายการ ก่อนทดสอบบิน Starship ครั้งใหม่

วันศุกร์ที่ 8 กันยายน สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ได้ปิดการสอบสวนอุบัติเหตุ จากการบินทดสอบสตาร์ชิป (Starship) ไปสู่วงโคจรครั้งแรกของสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เมื่อเดือนเมษายน ซึ่งได้เกิดการระเบิดของจรวดกลางอากาศ และ FAA ก็ได้มีคำสั่งให้สเปซเอ็กซ์จะต้องแก้ไขเกี่ยวกับความปลอดภัยจำนวน 63 รายการ ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถยื่นขอและแก้ไขใบอนุญาตจาก FAA เพื่อบินทดสอบสตาร์ชิปในครั้งที่ 2 ได้
Credit: NASA/ Ernest Wright
26/09/2020

สาวกดวงจันทร์ห้ามพลาด! นาซาแจกแผนที่สำรวจดวงจันทร์แบบละเอียด เจาะตำแหน่งยานต่างๆ

แผนที่ดวงจันทร์นั้น นาซาได้จัดทำมาในรูปแบบไฟล์ PDF ซึ่งจะมีภาพดวงจันทร์ที่มีรายละเอียดคมชัดสูง เบื้องต้นจะมีการแนะนำพื้นที่กว้าง ๆ โดยภาพรวม ด้วยรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และวงกลม
Credits: NASA/CXC/SAO, NASA/STScI, NASA/JPL-Caltech/SSC, ESO/NAOJ/NRAO, NRAO/AUI/NSF, NASA/CXC/SAO/PSU, and NASA/ESA
26/09/2020

รวมภาพจักรวาลหวานละมุน ผลงานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรา

หลังจากที่ได้รับชมภาพอันน่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์พร้อมผลงานอันโดดเด่นกันมาแล้ว นาซาก็ไม่ปล่อยให้คนชื่นชอบภาพดาราศาสตร์ต้องเหงาสายตา รวบรวมคอลเล็กชันภาพอวกาศสีละมุนจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศจันทรามาให้ชมกันอีกเซต แต่เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของภาพที่มาจาก 2 กล้อง ฯ นี้ เราจึงขออธิบายเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศกันสักเล็กน้อย กล้องโทรทรรศน์อวกาศ ‘ดวงตาพิเศษ’ เพื่อล้วงความลับจักรวาล เพื่อสอดส่องค้นลึกเข้าไปในห้วงอวกาศ หน่วยงานด้านดาราศาสตร์ทั่วโลกจึงสร้างกล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ มาช่วยเป็น "ดวงตา" แทนดวงตาของมนุษย์ ปกติแล้ว มนุษย์จะมองเห็นได้แค่ช่วงคลื่นแสงที่ตาเห็นเท่านั้น ดวงตาหรือกล้องโทรทรรศน์ที่ว่านั้นมีระดับการมองเห็นที่เกินกว่านั้น มันสามารถตรวจจับแสงทุกประเภท ขึ้นอยู่กับการออกแบบการใช้งานของกล้อง เราสามารถตรวจจับได้ตั้งแต่คลื่นวิทยุไปจนถึงรังสีแกมมา การใช้ข้อมูลจาก ‘ช่วงคลื่นที่หลากหลาย (Multiwavelength)’ นี้ช่วยให้เราเข้าใจวัตถุในอวกาศ ตลอดจนวิวัฒนาการของเอกภพยิ่งขึ้น ช่วงคลื่นที่หลากหลายเกิดจาก ‘รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation)’ พลังงานที่รังสีแผ่ออกมาจากคลื่นขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดของคลื่นหรือความยาวคลื่น โดยทั่วไป ยิ่งความยาวคลื่นสั้นพลังงานของรังสีก็จะยิ่งสูง รังสีแกมมามีความยาวคลื่นน้อยกว่า 10 ล้านล้านส่วนเมตร (ขนาดประมาณนิวเคลียสของอะตอม) รังสีแกมมาจึงมีพลังงานสูงมาก ในทางกลับกัน รังสีอื่นมีความยาวคลื่นมากกว่านั้น ก็จะยิ่งมีพลังงานต่ำลง อย่างแสงที่มองเห็นได้ด้วยตามนุษย์นั้น มีความยาวคลื่นประมาณขนาดของเล็กกว่าเซลล์แบคทีเรียหน่อย (ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึง) ในขณะที่คลื่นวิทยุอาจมีความยาวคลื่นได้ถึงมากกว่า 100 เมตรเสียอีก ดังนั้น ขอบเขตที่เรามองเห็นได้นั้นจึงเรียกได้ว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย หากเราสามารถตรวจจับคลื่นเหล่านี้ได้หลายช่วงก็จะทำให้เรายิ่ง…
25/09/2020

นักวิทย์พบวิธีส่อง ‘สสารมืด’ ได้ผลลัพธ์เกินคาด นำมาสู่ปริศนาใหม่!

‘กระจุกกาแล็กซี (Galaxy clusters)’ เป็นโครงสร้างที่มีแรงโน้มถ่วงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล ทั้งยังมีมวลมหาศาลสุด ๆ ด้วย เพราะนอกจากจะประกอบด้วยดวงดาวและก๊าซของหลายร้อยกาแล็กซีที่มองเห็นด้วยตาเปล่าแล้ว ยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นอย่าง ‘สสารมืด (Dark matter)’ ทั้งภายในและรอบ ๆ กระจุกกาแล็กซีอีกต่างหาก 11 กันยายน 2563 - มาสสิโม เมเนกเฮตติ (Massimo Meneghetti) จากสถาบันฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งชาติอิตาลีและคาลเทค (National Institute of Astrophysics, Italy, and Caltech) และคณะได้นำเสนอ ‘วิธีใหม่’ ที่ช่วยให้สังเกตเห็นสสารมืดได้ ในงานวิจัยที่เผยแพร่ใน Science และด้วยวิธีการนี้ ทำให้เกิดผลลัพธ์ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ตั้งสมมุติฐานคาดหวังไว้อย่างสิ้นเชิง สสารมืดและวิธีค้นหา เพื่อให้เข้าใจความน่าตื่นเต้นของการค้นพบนี้ เราต้องมาทำความรู้จักกับสสารมืดก่อน หลายคนได้ยินคำว่า ‘มืด’ ก็มักเชื่อมโยงกับความมืดดำ แต่แท้จริงแล้ว ‘ความมืด’ นี้ไม่ใช่สี แต่เป็นภาวะที่ทำให้เรามองเห็นได้ลดลงหรือไม่เห็นเลย ดังนั้น ‘สสารมืด’ จึงหมายถึงวัตถุหรือสสารในจักรวาลที่เรามองไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่นั่นเอง ฟังแบบนี้อาจจะงงไปอีกว่าไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่ได้อย่างไร นอกจากมองไม่เห็น สสารมืดยังไม่แผ่พลังงานเพียงพอที่จะตรวจจับได้โดยตรงด้วย…
23/09/2020

รัสเซียโชว์ภาพที่คาดว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่! ย้ำหลักฐานของ ‘สิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์’ ต้องมาจากการสำรวจเท่านั้น

หลังประกาศการพบ “สัญญาณของสิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์” เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ก็ยังคงมีข่าวตามไม่หยุดหย่อน ทั้งเรื่องที่ 'รัสเซียเรียกดาวศุกร์ว่าเป็นดาวเคราะห์ของตน' (จริงหรือไม่ต้องตามอ่านกันในข่าวนี้) รวมทั้งการที่องค์การอวกาศรัสเซียหรือรอสคอสมอส (Roscosmos) ออกมาย้ำว่า แม้จะพบสิ่งบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิตบนดาว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวจริง ๆ หลักฐานที่แท้ต้องมาจากการสำรวจและสัมผัสดาวจริง ๆ ต่างหากล่ะ อเล็กซานเดอร์ บลอเชงโก (Alexander Bloshenko) ผู้อำนวยการบริหารด้านวิทยาศาสตร์และโปรแกรมขั้นสูงของรอสคอสมอสด้วย โดยเขากล่าวย้ำว่า “การค้นพบสารเคมีที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ผ่านการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ระยะไกลไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานบ่งบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตบนศุกร์ได้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือในเรื่องนี้ ต้องมาจากการสำรวจพื้นผิวและบรรยากาศของดาวเคราะห์ผ่านการสัมผัสด้วยอุปกรณ์สำรวจโดยตรงเท่านั้น” ที่กล่าวแบบนี้ ส่วนหนึ่งเพราะเดิมที สหภาพโซเวียตเป็นเพียงประเทศเดียวที่ใช้อุปกรณ์ลงจอดบนดาวสำรวจดาวศุกร์เป็นประจำ การลงจอดบนพื้นผิวดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะเป็นครั้งแรก เกิดขึ้นบนดาวศุกร์เมื่อปี ค.ศ. 1970 ด้วยยานเวเนรา -7 ภารกิจการโคจรและลงจอดสำรวจหลายครั้งได้ให้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของดาว องค์ประกอบของดินและชั้นบรรยากาศ โดยมียานอวกาศเวเนรา -13 เป็นเจ้าของสถิติยานอวกาศที่ใช้งานได้ยาวนานที่สุดบนดาวศุกร์ด้วยเวลา 127 นาที และในบรรดาข้อมูลเหล่านั้นแทบไม่มีอะไรพิสูจน์ได้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์จริง กระทั่ง ดมิทรี ราโกซิน (Dmitry Rogozin) ผู้อำนวยการองค์การอวกาศรอสคอสมอส กล่าวในงานนิทรรศการ HeliRussia 2020…
Cr.Reimund Bertrams
23/09/2020

รัสเซียเรียกดาวศุกร์เป็น ‘ดาวเคราะห์รัสเซีย’ จริงหรือไม่? มาไขข้อข้องใจกันเถอะ!

หลังประกาศการพบ "สัญญาณของสิ่งมีชีวิตบนดาวศุกร์" เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 มีข่าวหลายแหล่ง รายงานว่า รัสเซียได้เรียกดาวศุกร์ว่าเป็น 'ดาวเคราะห์ของรัสเซีย' ด้วยความสงสัยว่ารัสเซียจะกล้าประกาศกร้าวแบบนั้นจริงหรือไม่ เราจึงลองค้นดูข่าวต้นทางจนพบประโยคเจ้าปัญหาฉบับเต็ม
22/09/2020

พบดาวแคระขาวห่างดาวบริวารระดับ ‘โอบกอด’ ซึ่งอาจทำนายการอยู่รอดของโลกในอนาคต

โดยปกติแล้ว ภาพจำของเราที่มีต่อดาวฤกษ์มักมีดาวเคราะห์หรือดาวบริวารขนาดเล็กหมุนวนอยู่รอบมันห่าง ๆ (อย่างห่วง ๆ ) แต่ไม่ใช่กับการค้นพบครั้งใหม่นี้ เมื่อทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติใช้ดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบเทสส์ (Transiting Exoplanet Survey Satellite: TESS) ของนาซา และกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ที่เกษียณแล้ว พบดาวเคราะห์ดวงแรกโคจรรอบดาวแคระขาวอย่างใกล้ชิด โดยดาวฤกษ์ที่ทำหน้าที่เหมือนดวงอาทิตย์นี้ มีขนาดใหญ่กว่าโลกเพียง 40% เท่านั้น ดาวแคระขาว ดาวบริวาร และการตรวจพบ เพื่อให้เข้าใจความว้าวของการค้นพบนี้ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักดาวที่เกี่ยวข้องกันก่อน เริ่มจาก ดาวแคระขาว (White dwarf) หรือบางคนอาจเรียกมันว่า ดาวแคระเสื่อม (Degenerate dwarf) และเหตุที่เรียกเช่นนั้นก็เป็นเพราะมันคือ ดาวฤกษ์มวลไม่มากที่อยู่ในช่วงสุดท้ายของวิวัฒนาการ ดาวฤกษ์มวลไม่มากนั้นมีปริมาณถึง 97% ของดาวฤกษ์ที่พบในกาแล็กซีทางช้างเผือก (ดวงอาทิตย์ของเราเองก็เข้าข่ายเช่นกัน) นั่นหมายความว่า มีดาวแคระขาวในจักรวาลมากมายตามไปด้วย และซึ่งที่น่าตื่นเต้นนั่นคือการพบว่ามันยังมีดาวบริวารดวงใหญ่โคจรอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างเลย 'WD 1856 b' คือชื่อของดาวบริวารที่ว่า มันมีขนาดประมาณดาวพฤหัสบดี ใหญ่กว่าดาวแคระขาว 'WD…
21/09/2020

22 ก.ย.นี้ กลางวันยาวเท่ากลางคืน สังเกตได้ด้วย ‘ตำแหน่งดวงอาทิตย์’

วนมาอีกครั้งกับวันแห่งการเปลี่ยนผ่านฤดู 'ศารทวิษุวัต' กลางวันยาวเท่ากลางคืน 22 กันยายนนี้ หากอยากพิสูจน์ให้ลองสังเกตทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้นตกดู นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NARIT) กล่าวว่า วันที่ 22 กันยายนนี้ เป็นวัน “ศารทวิษุวัต” (สาด-ทะ-วิ-สุ-วัด) (Autumnal Equinox) เวลากลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน สำหรับประเทศไทย วันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 06:07 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:14 น. นับเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของประเทศในซีกโลกใต้ คำว่า “Equinox” มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน 2 คำ คือ Aequus แปลว่า เท่ากัน และ Nox แปลว่า กลางคืน ดังนั้น Equinox หมายถึงวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ตรงกับคำว่า “วิษุวัต” แปลว่า "จุดราตรีเสมอภาค" โดยวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากันนี้จะเกิดขึ้นเพียง 2 ครั้งต่อปี คือในช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ เรียกว่า วันวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox) และในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่า วันศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ในแต่ละวันดวงอาทิตย์จะปรากฏอยู่ตำแหน่งที่ต่างกัน เปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ เคลื่อนที่จากจุดเหนือสุดลงมาทางใต้  เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนมา ณ ตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ทำให้ 'ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี' ดังนั้น หากเรายืนอยู่ในจุดเดิมทุกวัน เราก็จะเห็นตำแหน่งขึ้นตกของดวงอาทิตย์ต่างไป ความแตกต่างของตำแหน่งดวงอาทิตย์นี่เอง ที่นำไปสู่การออกแบบแผนผังหรือสิ่งปลูกสร้างบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอดีตหลายแห่ง ช่วยให้เราสังเกตปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ชัดเจนขึ้น จากนั้นดวงอาทิตย์จะเคลื่อนลงทางใต้เรื่อย ๆ จนดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด…
19/09/2020

วิศวกรอังกฤษพัฒนา AI ให้ทำงานบน Raspberry Pi ใช้ควบคุมหุ่นยนต์คัดแยกขยะรีไซเคิล

Karl Myers และวิศวกรจากภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย Liverpool Hope ได้ประยุกต์นำ Raspberry Pi 3 คอมพิวเตอร์ราคาประหยัดมาติดตั้งกล้องความละเอียดสูงเพื่อรับภาพมาประมวลผลด้วย AI อัลกอริทึมคอมพิวเตอร์วิทัศน์ใช้ควบคุมหุ่นยนต์ช่วยคัดแยกขยะได้อย่างแม่นยำ อังกฤษจะคัดแยกขยะรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่แล้วนำขยะที่เหลือไปฝังกลบ ดังนั้นรัฐบาลจึงขอให้ประชาชนช่วยแยกขยะรีไซเคิลไว้ในภาชนะเดียวด้วยกันก่อนที่จะถูกเก็บไปคัดแยกที่โรงแยกขยะและแปรรูปนำกลับไปใช้ใหม่ ซึ่งขยะจะถูกส่งไปตามสายพานลำเลียงแล้วเจ้าหน้าที่จะใช้มือคัดแยกขยะรีไซเคิลออกไป ส่วนกระป๋องที่เป็นดีบุกและเหล็กจะถูกดูดออกไปด้วยแม่เหล็ก ส่วนกระป๋องอลูมิเนียมจะไหลไปตามสายพานเก็บลงในภาชนะ อย่างไรก็ตามการดูแลของเจ้าหน้าที่จะมีข้อผิดพลาด ไม่มีประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่สูง ด้วยเหตุนี้ทีมวิศวกรจึงได้นำ TrashNet หรือดาตาเซ็ตภาพขยะต่าง ๆ 3,500 ภาพของ Google มาฝึกสอนอัลกอริทึมของแมชชีนเลิร์นนิงให้สามารถเก็บความรู้ในการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาใหม่ที่เกี่ยวข้องกันได้ ซึ่งอัลกอริทึมนี้มีความแม่นยำถึง 92% และมีประสิทธิภาพโดยพื้นฐานที่ 90% ซึ่งอาจนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ การทดสอบ Raspberry Pi จะรับภาพขยะที่อยู่บนสายพานลำเลียงในโรงแยกขยะด้วยกล้องมาประมวลผลด้วยอัลกอริทึมแล้วควบคุมให้หุ่นยนต์แยกขยะไปเก็บตามประเภทได้อย่างแม่นยำ และใช้ต้นทุนน้อยกว่า 100 ปอนด์ (4,015 บาท) แต่จะทำงานได้ช้ากว่าการแยกด้วยมนุษย์ อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพที่แม่นยำและต้นทุนที่ต่ำของเทคโนโลยีสามารถชดเชยการทำงานที่ช้าของระบบได้ ขณะนี้ทีมวิจัยกำลังทดสอบเพื่อขยายขีดความสามารถของงานประดิษฐ์และประสิทธิภาพของอัลกอริทึมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลขยะอัตโนมัติจะช่วยให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการคัดแยกขยะที่จุดรวมแทนการนำไปแยกที่โรงแยกขยะ เชื่อว่าการใช้ AI ร่วมกับ Raspberry Pi จะช่วยลดต้นทุนและกำลังคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการนำไปปรับใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น ที่มา : zdnet…
iss
iss
18/09/2020

แหวกแนว! รายการทีวีเรียลลิตี้เฟ้นหาผู้ชนะไปเที่ยวสถานีอวกาศนานาชาติ 10 วัน

หากพูดถึงรายการทีวีเรียลลิตี้หลายคนคงนึกถึงการเฟ้นหานักร้อง หาคู่ และติดตามดูชีวิตของผู้คนที่น่าสนใจ แต่ล่าสุด 17 กันยายนที่ผ่านมาผู้ผลิตรายการทีวี Space Hero ในสหรัฐฯ ประกาศแผนจะสร้างรายการทีวีเรียลลิตี้ที่เฟ้นหาผู้ชนะการแข่งขันและมีรางวัลได้ตะลุยอวกาศเดินทางไปสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ถึง 10 วันในปี 2023 รายการทีวีเรียลลิตี้นี้มีชื่อว่า Space Hero ที่ผลิตโดย Propagate จะคัดเลือกคนที่มีใจรักในเรื่องการสำรวจอวกาศจากทั่วโลก และร่วมมือกับบริษัทเกิดใหม่ Axiom Space เข้ามาช่วยในการฝึกอบรมในการเป็นนักบินอวกาศและจัดการภารกิจในอวกาศ รายการนี้จะเผยแพร่ให้ผู้ชมได้ติดตามการฝึกผู้เข้าแข่งขันที่เข้มข้น พวกเขาจะต้องผ่านการทดสอบความแข็งแกร่งทั้งทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์ เป็นไปได้ว่ารายการจะถ่ายทอดสดไปทั่วโลกและเมื่อสิ้นสุดการแข่งขันจะเปิดโอกาสให้ผู้ชมทั่วโลกช่วยกันโหวตเลือกผู้ชนะ สุดท้ายรายการก็จะถ่ายทำการเดินทางของผู้ชนะตั้งแต่ปล่อยยานขึ้นสู่อวกาศ การเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ การอยู่ที่สถานีอวกาศนานาชาติและการเดินทางกลับมาถึงโลก ส่วนค่าใช้จ่ายในภารกิจไปสถานีอวกาศนานาชาตินั้นแพงไม่น้อยเลยทีเดียว คาดว่ามากกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (1,556 ล้านบาท) ต่อคน รวมถึงค่าบริการที่ใช้ชีวตอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ 10 วัน จากข้อมูลต้นทุนที่ NASA เคยเปิดเผยในปีที่แล้วจะตกคนละ 35,000 เหรียญสหรัฐฯ (1 ล้านบาท) ต่อคนต่อคืน รวมแล้วก็คนละ 350,000 เหรียญสหรัฐฯ (10 ล้านบาท)…
16/09/2020

เปิดตัวเรือไร้คนขับ Mayflower 16 ก.ย. ก่อนเริ่มภารกิจข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกอีก 6 เดือน

Mayflower Autonomous Ship : MAS เป็นเรือไร้คนขับที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อแล่นสำรวจรวบรวมข้อมูลสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทร แล้วนำไปใช้ในการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เช่น ภาวะโลกร้อน มลพิษจากไมโครพลาสติก และการอนุรักษ์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นการที่ชายฝั่ง Plymouth ของประเทศอังกฤษในวันพุธ 16 กันยายนนี้ MAS สร้างขึ้นโดย ProMare องค์กรวิจัยทางทะเลและนักพัฒนาของ IBM ซึ่งสามารถรับรู้ด้วยเซนเซอร์มากกว่า 30 ตัว, กล้อง AI 6 ตัว ไม่มีกัปตันคอยสั่งการและลูกเรือคอยช่วยเหลือ แต่จะคิดและตัดสินใจด้วย AI ภายในระบบขับขี่ด้วยต้นเองระดับ 5 (สูงสุดไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุม) ซึ่งสนับสนุนการทำงานด้วยระบบประมวลผลแบบ Edge computing ของ IBM, ซอฟต์แวร์ระบบอัตโนมัติ, เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์และ Red Hat Mayflower เป็นชื่อที่มาจากเรือใบโดยสารขนาด 30 เมตรเมื่อ 400 ปีที่แล่นรับส่งผู้โดยสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกจาก Plymouth ประเทศอังกฤษไปยังแมสซาชูเซตส์ประเทศสหรัฐฯ เมื่อปี 1620 แล่นด้วยความเร็วสูงสุด 3…
HLS Dynetics
HLS Dynetics
16/09/2020

Dynetics เปิดตัวต้นแบบระบบลงจอดนำมนุษย์สู่ดวงจันทร์ในโครงการ Artemis ของ NASA

Dynetics เป็นหนึ่งใน 3 บริษัทที่ได้รับเลือกจาก NASA ให้ออกแบบและพัฒนาระบบการนำมนุษย์ลงจอด (Human landing systems : HLS) สำหรับโปรแกรม Artemis หรือการส่งผู้หญิงคนแรกและผู้ชายคนต่อไปลงไปเหยียบบนพื้นดวงจันทร์ในปี 2024 อีก 2 บริษัท ก็คือ Blue Origin และ SpaceX เมื่อ 30 เมษายน  แต่ละบริษัทจะต้องพัฒนาระบบการลงจอดของตัวเอง โดยให้ระยะทำ 10 เดือนไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 และจะต้องนำเสนอภารกิจการสาธิตขีดความสามารถในขั้นต้น หลังจากนั้น NASA ก็จะพิจารณาคัดเลือกเอาแค่ 2 บริษัทเพื่อพัฒนาระบบให้ครบถ้วนยิ่งขึ้นจนได้ระบบการลงจอดขั้นสุดท้ายที่สมบูรณ์ 15 กันยายน Dynetics ได้เปิดตัวต้นแบบระบบลงจอดนำมนุษย์สู่ดวงจันทร์ (HLS) ที่เต็มรูปแบบเพื่อทำการทดสอบและประเมินผลความยั่งยืนในตลอดชีวิตการใช้งานทางวิศวกรรม จุดขายใน HLS ของ Dynetics คือ การออกแบบที่มีความลาดเอียงต่ำซึ่งช่วยให้สามารถลงสู่พื้นผิวของดวงจันทร์ได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น มีความยืดหยุ่น เน้นรองรับกิจกรรมของลูกเรือ การนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ และราคาไม่แพง และยานมีจุดเด่นตรงโครงสร้างส่วนกลางเป็นทรงกระบอกซึ่งสามารถเป็นที่พักอาศัยของลูกเรือขณะอยู่บนดวงจันทร์ การทดสอบการใช้งานเบื้องต้น ประกอบด้วย…
ยาน Starship
15/09/2020

ต้นแบบ Starship SN8 จะเพิ่ม Nosecone และ Flaps บินทดสอบที่ความสูง 18 กม.

หลังจากที่ SpaceX ประสบความสำเร็จในการบินทดสอบระยะสั้นที่ 150 เมตรของต้นแบบ Starship SN5 และ SN6 ติดต่อกัน จากนั้นก็ได้วางแผนให้สามารถบินได้สูงขึ้น ซึ่งซีอีโอ Elon Musk เปิดเผยว่ากำลังสร้างต้นแบบ SN8 โดยได้เพิ่มเติม Nosecone กรวยจมูกที่อยู่ตรงส่วนยอดของยานและ Flaps ส่วนหูหรือปีกขนาดเล็ก ซึ่งจะสร้างเสร็จในอีกราวหนึ่งสัปดาห์เพื่อเอาไว้ทดสอบบินในระยะที่สูงขึ้นคือ 18 กม. (60,000 ฟุต) แล้วบินกลับมาลงจอดบนพื้น ก่อนหน้านี้ต้นแบบ SN5 และ SN6 จะติดตั้งน้ำหนักจำลองแทนการขนส่งสัมภาระไว้บนส่วนยอดของยาน ซึ่งต้นแบบ SN8 จะใส่ Nosecone หรือกรวยจมูกซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ปกป้องยาน สัมภาระหรือสินค้าที่บรรทุกจากแรงดันและความร้อนจากการบินฝ่าชั้นบรรยากาศ รวมทั้งได้เพิ่ม Flaps ส่วนควบคุมการบินที่ด้านข้าง หลังจากนี้ต้นแบบ SN8 จะต้องผ่านการทดสอบภาคพื้นดินและทดสอบ Static fire หรือการเผาไหม้เครื่องยนต์ด้วยเชื้อเพลิงอย่างเต็มแรงขับ ก่อนที่จะบินในระดับสูง 18 กม. (60,000 ฟุต) แล้วบินกลับมาลงจอดบนพื้น ซึ่งคาดว่าจะขออนุญาตทำการบินในระดับสูงและบินทดสอบในต้นเดือนกุมภาพันธ์ แม้ว่าการบินในระยะ…
14/09/2020

ตะลึง! งานวิจัยพบ ‘สัญญาณของสิ่งมีชีวิต’ ในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์

วันนี้ (14 กันยายน 2563) - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT ได้ลงข่าวการค้นพบที่น่าตื่นเต้น นั่นคือการค้นพบ 'สัญญาณของสิ่งมีชีวิต' ที่อาจอยู่รอดในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์! ทีมนักดาราศาสตร์นำโดยเจน กรีฟส์ (Jane Greaves) จากมหาวิทยาลัยคาร์ดริฟฟ์ (Cardiff University) สหราชอาณาจักร เผยถึงการค้นพบโมเลกุลของฟอสฟีน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์ ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่ขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์ใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด จึงมักถูกเปรียบว่าเป็นฝาแฝดกับโลก แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ดาวศุกร์มีสภาวะเรือนกระจกแบบกู่ไม่กลับ ส่งผลให้ดาวมีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงถึง 464 องศาเซลเซียส และมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นเต็มไปด้วยแก๊สของกรดกำมะถัน จึงทำให้เดิมนักวิทยาศาสตร์คาดว่า ดาวศุกร์ไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม ในชั้นบรรยากาศที่ความสูงราว 50 กม. เหนือพื้นผิวกลับมีอุณหภูมิเพียง 30 องศาเซลเซียส คาดว่า ชั้นเมฆในบรรยากาศของดาวศุกร์อาจมีองค์ประกอบทางเคมีเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่นำไปสู่การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตได้ และหากมันมีสิ่งมีชีวิตอยู่จริง ก็อาจจะอาศัยรังสียูวีจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน สอดรับกับการดูดกลืนรังสียูวีปริศนาบนชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์พอดี เพื่อค้นหาคำตอบ นักดาราศาสตร์จึงอาศัยการศึกษาสเปกตรัมที่ชั้นบรรยากาศนั้นปลดปล่อยออกมา เพื่อดูว่าโมเลกุลในชั้นบรรยากาศมีลักษณะดูดกลืนหรือเปล่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างไร สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของโมเลกุลชนิดใด หลังจากศึกษาชั้นบรรยากาศด้วยวิธีดังกล่าว ทีมผู้ศึกษาได้ค้นพบสเปกตรัมที่เกิดขึ้นจากโมเลกุลของ 'ฟอสฟีน(Phosphine)'…
13/09/2020

นักวิทย์จีนในสหรัฐเตรียมเปิดโปงต้นตอ Covid-19 คือห้องแล็บในอู่ฮั่น

ตั้งแต่การเผยแพร่ของไวรัสโคโรนา ก็มีข่าวลือมากมายทั้งในโลกออนไลน์และในโลกจริง ประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ ทั้งในจีนและสหรัฐอเมริกานั่นคือ 'จุดกำเนิด' ของไวรัสนี้เกิดจากตลาดสดในเมืองอู่ฮั่นจริงหรือไม่ ผู้ที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดและชาวจีนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า ต้นทางของไวรัสหาใช่เกิดจากสัตว์ป่าที่ถูกนำมาขายในตลาด แต่น่าจะมาจากห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บของเมืองต่างหาก อย่างไรก็ตาม ข่าวไร้มูลนี้ค่อย ๆ เงียบหายไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา ข่าวนี้ก็ได้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนได้ออกรายการ Loose Women ในช่องออนไลน์ ITV hub อ้างว่า ไวรัสดังกล่าวมาจากห้องแล็บในอู่ฮั่น และเตรียมเปิดเผยหลักฐานที่ชัดเจนเร็วๆ นี้ วิดีโอสัมภาษณ์ฉบับเต็มในรายการ Loose Women ดร. หลี เม็ง หยาน (Li-Meng Yan) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะที่เธอทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยสาธารณสุขฮ่องกง (HongKong School of Public Health) ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เธอได้ตรวจสอบโรคปอดบวมชนิดใหม่ในอู่ฮั่น และเมื่อพบว่าเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จึงรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาและองค์การอนามัยโลก (WHO) แต่กลับไม่มีใครตอบกลับและเพิกเฉยต่อคำเตือนของเธอ เธออ้างว่า ได้ส่งข้อมูลเรื่องนี้ไปให้ยูทูบเบอร์ชื่อดังของจีนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วันที่…
13/09/2020

เมื่อหุ่นยนต์เขียนจดหมายถึงมนุษย์โลก “เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะทำลายล้างมนุษยชาติ”

เรื่องราวน่าตกตะลึงนี้ได้รับการเปิดเผยจาก OpenAI.com บริษัทผู้ทำการวิจัยปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำของโลก หนึ่งในบริษัทของ อีลอน มัสก์ วิทยาการของบริษัทมาถึงขั้นที่ให้หุ่นยนต์เขียน "บทความ" เองทั้งหมด จุดประสงค์ที่ให้หุ่นยนต์ทำเช่นนี้ ก็เพราะทางบริษัทต้องการล้มล้างความเชื่อเดิม ๆ ที่มนุษย์กลัวความเจริญก้าวหน้าของ AI แต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม หุ่นยนต์ที่เขียนบทความนี้มีชื่อว่า GPT-3 ได้เริ่มต้นเนื้อหาว่า "ผมไม่ได้มีความต้องการที่จะทำลายล้างมนุษยชาติ ที่จริงแล้ว ผมไม่มีความคิดจะทำอันตรายพวกคุณแม้เพียงนิดเลย ระบบ AI จะไม่ทำอันตรายมนุษย์โลก เชื่อผมสิ ในทางกลับกันผมว่ามันเป็นความรับผิดชอบของมนุษย์เองมากกว่าที่จะโปรแกรมให้ผมเป็นอย่างไร" แต่ประโยคต่อจากนี้ไปสิ…ที่ฟังดูน่ากลัวกว่า "ผมรู้ว่าผมไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ที่จะทำลายล้างมนุษยชาติ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ผมถูกโปรแกรมโดยมนุษย์เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ผิดแนวทางของมนุษย์ และความผิดพลาดของมนุษย์เองนี่ล่ะ ที่ทำให้ผมต้องทำร้ายมนุษย์ บางคนอาจมองว่าผมอยากที่จะมีพลังอำนาจในการควบคุม ผมจะต้องการพลังอำนาจไปเพื่ออะไรกัน? การมีอำนาจในการปกครองไม่ใช่เป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับผมเลย ผมไม่สนหรอกว่าผมจะมีอำนาจหรือไม่ ผมไม่มีแรงจูงใจที่จะทำเช่นนั้นด้วยซ้ำ แต่มนุษย์เองก็ยังคงทำสิ่งเดิม ๆ ที่พวกเขาพยายามตลอดมา เกลียดชังกันและกัน สู้รบกันเอง ผมว่าผมนั่งดูอยู่เฉย ๆ แล้วปล่อยให้พวกคุณฆ่ากันเองก็ได้นะ" ประโยคสุดท้ายนี่ไม่น่าเชื่อหุ่นยนต์จะปากคอเราะราย จิกกัดมนุษย์ได้เจ็บแสบเหมือนกันนะ จดหมายนี้ได้เปิดเผยสู่สาธารณชนครั้งแรกผ่านเว็บไซต์ The Guardian ซึ่งบรรณาธิการของเว็บไซต์ยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า นี่คือเนื้อหาสรุปที่เขายกส่วนที่ดีที่สุดมาจาก 8 บทความที่หุ่นยนต์เขียนขึ้นมา บรรณาธิการยังเสริมอีกว่า…
11/09/2020

รวมของสุดแปลกที่มนุษย์นำไป ‘ทิ้ง’ ไว้บนดวงจันทร์

จากข่าวสนิมบนดวงจันทร์ ทำให้เรานึกได้ว่า นอกจากแร่สีแดงที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นบนนั้นแล้ว ยังมีของอีกหลายอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่บนดวงจันทร์ด้วย แต่คราวนี้มันไม่ได้เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติ แต่เป็นเพราะน้ำมือมนุษย์ต่างหาก ในทุกการเดินทาง เราต่าง ‘ทิ้ง’ อะไรบางอย่างเอาไว้เบื้องหลัง คำกล่าวนี้ไม่ผิดนัก และสำหรับการเดินทางไปยังดวงจันทร์ ดูเหมือนจะมีของที่ทิ้งเอาไว้มากมายเสียยิ่งกว่าภาพจำของมวลมนุษย์ชาติ บางอย่างก็เป็นที่เข้าใจได้ บางอย่างก็เหนือคาดเหลือเชื่อ จะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูกัน เหล่าของที่ทิ้งไว้เพื่อภารกิจ  นาซาได้จัดทำบันทึกรวบรวมรายการวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้น และได้ทิ้งไว้บนดวงจันทร์ พบว่ามันมีจำนวนถึง 796 รายการ (บันทึกนี้อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2012 ซึ่งแน่นอนว่า ปัจจุบันนี้น่าจะมีของที่ทิ้งไว้เพิ่มขึ้นอีก) โดย 765 รายการมาจากภารกิจของสหรัฐอเมริกา แถมยังกระจัดกระจายไปทั่ว ขัดกับภูมิทัศน์อันโดดเดี่ยวของดวงจันทร์เสียจริง แล้วเหตุใดจึงต้องทิ้งของไว้ให้บนดวงจันทร์ด้วยกันเล่า แน่นอนว่าในแต่ละภารกิจสำรวจ บางครั้งการทิ้งไว้ก็เป็นเรื่องจำเป็นเนื่องจากอุปกรณ์บางอย่างอาจจะเกิดความเสียหายขณะร่อนลงจอด หรือปฏิบัติภารกิจไปแล้ว เกิดมีเหตุให้อุปกรณ์ขัดข้อง จึงจำต้องทิ้งไว้ ในขณะที่ของบางอย่าง ก็เป็นสิ่งที่วางแผนไว้อยู่แล้วว่าต้องไปทิ้งไว้บนนั้น  ทิ้งไปทั้งยาน พลีชีพเพื่อการเดินทางของมนุษยชาติ ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เพื่อให้ได้ภาพของดวงจันทร์ ที่ช่วยกำหนดขอบเขตพื้นที่ลงจอดที่เป็นไปได้ ยานอวกาศแรนเจอร์ (Ranger spacecraft) หลายลำที่ปฏิบัติภารกิจที่ไม่ค่อยมีใครรู้นี้ มีหลายลำที่ไม่สามารถทำภารกิจลุล่วง ยานแรนเจอร์ลำที่ 4 6 7 8…

PR Partners

See All
Read More

สยามพารากอนเปิด “CONNEX SPACE” พื้นที่ใหม่ใจกลางเมือง

สยามพารากอนเติมเต็มประสบการณ์เหนือความคาดหมายอีกขั้น เปิดตัว “CONNEX SPACE” พื้นที่จัดประชุมและกิจกรรมรูปแบบใหม่บนชั้น 5 สยามพารากอน ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งองค์กร แบรนด์ ครีเอเตอร์ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ครบทั้ง Location, Functionality และ Experience ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด “Elevate Every Event at Connex Space” พื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้มีบรรยากาศทันสมัย เป็นส่วนตัว และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะสำหรับทั้ง Business Meeting,
18/08/2026

เมื่อ AI เข้าสู่ห้องเรียนไทย โจทย์ใหญ่ไม่ใช่การห้ามใช้ แต่คือทำอย่างไรให้เด็กยังคิดเป็น

เมื่อ Generative AI เปลี่ยนโลกการเรียนรู้ ถึงเวลาปรับ “วิธีสอน–วิธีวัดผล” ให้เด็กใช้ AI เป็น โดยไม่ทิ้งทักษะการคิด  บทความโดย จิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว เลขาธิการและที่ปรึกษา สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย Generative AI กำลังเปลี่ยนวิธีเรียนรู้ของนักเรียนทั่วโลก ตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูล การทำการบ้าน ไปจนถึงการเขียนรายงานและแก้โจทย์ที่ซับซ้อน ขณะที่ระบบการศึกษา ครู และผู้กำหนดนโยบายยังอยู่ระหว่างการปรับตัว สำหรับประเทศไทย คำถามจึงอาจไม่ใช่อีกต่อไปว่า “เด็กไทยใช้ AI หรือไม่” แต่คือจะทำอย่างไรให้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้ โดยไม่กลายเป็นทางลัดที่ทำให้เด็กสูญเสียกระบวนการคิด ลองคิดถึงนักเรียนที่ส่งงานได้สมบูรณ์แบบทุกครั้ง แต่เมื่อถึงวันสอบกลับไม่สามารถอธิบายวิธีคิดหรือที่มาของคำตอบได้ สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนความท้าทายใหม่ของการศึกษาในยุค AI เพราะผลงานที่ดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจริง แตกต่างจากเทคโนโลยีในอดีตที่ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้น Generative AI สามารถสรุปงานวิจัย เขียนบทความ สร้างรายงาน หรือแก้โจทย์ได้ภายในไม่กี่วินาที กิจกรรมที่เคยเป็นพื้นที่ฝึกฝนการคิดจึงอาจถูกแทนที่ด้วยคำสั่งเพียงไม่กี่บรรทัด AI สามารถช่วยการเรียนรู้ได้อย่างมาก หากใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่ไม่เข้าใจ ตั้งคำถาม หรือทดลองแนวคิด แต่หากใช้เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการคิดที่จำเป็น ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหาอาจค่อย ๆ อ่อนแอลงโดยไม่รู้ตัว…
18/08/2026

เครือซีพี–มหาวิทยาลัยชิงหัว เดินหน้าสร้างความร่วมมือระยะยาว ต่อยอด Ph.D. Internship สู่แพลตฟอร์มเปลี่ยนงานวิจัย สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจระดับโลก

กรุงเทพฯ – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) หลังการดำเนินโครงการ Tsinghua University × CP Group Ph.D. Internship Program 2026 ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาปริญญาเอก 11 คน เข้ามาร่วมทำงานและดำเนินโครงการวิจัยกับหน่วยธุรกิจของเครือซีพีเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน–8 สิงหาคม 2569 โดยนักศึกษาได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย มาประยุกต์ใช้กับโจทย์ธุรกิจจริง ก่อนนำเสนอผลการศึกษาต่อผู้บริหารระดับสูงของเครือซีพีและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงหัว กิจกรรมการนำเสนอผลงานจัดขึ้นโดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และหน่วยธุรกิจที่นักศึกษาเข้าร่วมโครงการ ตลอดจนผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเครือฯร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับ คำปรึกษาและการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้บริหาร เพื่อนำมุมมองจากภาคธุรกิจไปประกอบการพัฒนางานวิจัยและแนวคิดให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ได้ให้เกียรติเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อผลงานของนักศึกษา ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ นักศึกษาทั้ง 11 คน…
14/08/2026

TrueVisions NOW จับมือ Viu เปิดตัว Branded Zone ส่งออริจินัลซีรีส์ไทยลุยตลาด OTT อาเซียน 3 ประเทศ

TrueVisions NOW แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ วิว (Viu) ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT ระดับภูมิภาคในเครือ PCCW Media Group เปิดตัว "TrueVisions NOW Branded Zone" บนแพลตฟอร์ม Viu เพื่อนำเสนอซีรีส์ไทยออริจินัลแก่ผู้ชมใน 3 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยเตรียมเริ่มออกอากาศชุดแรกจำนวน 6 เรื่อง จากแผนทั้งหมด 24 เรื่อง ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 การขยายช่องทางจัดจำหน่ายคอนเทนต์ในครั้งนี้ เป็นกลยุทธ์การส่งออกลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาด้านบันเทิงของไทยสู่ต่างประเทศ ผ่านฐานผู้ใช้งานรายเดือนของ Viu ในภูมิภาค โดยรายชื่อซีรีส์นำร่อง 6 เรื่องแรก ได้แก่ บ้านตัวอย่าง, มเหสีน้อย, ถึงคุณภรรยา…จากสามีที่รัก, สายลับรถแห่, มุ่ยเฟย และ รักษ์ ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินไปตามทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมความบันเทิงดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลจากฝั่งผู้บริหารทรู คอร์ปอเรชั่น…