รีวิว Samsung Neo QLED QN900B ทีวี 8K รุ่นล่าสุด 2022 สุดงาม!

เราติดตามทีวีรุ่นท็อปจาก Samsung มาทุกปีครับ ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ มาชูโรงยังไงบ้าง และปีนี้ก็มาถึง Samsung Neo QLED (ซัมซุง นี-โอ-คิว-แอล-อี-ดี) 8K QN900B ตัวนี้ ขนาดใหญ่เบิ้ม 85 นิ้ว ที่นับเป็นทีวีเทคโนโลยี Neo QLED รุ่นที่ 2 จากซัมซุง หลังจากเปิดตัวเทคโนโลยีนี้ในปีที่แล้ว ดูภาพ 8K ความละเอียด 33 ล้านพิกเซลนี่สิครับ สวยแจ่มแบบนี้!

เป็นทีวี 8K ก็ต้องเปิดเนื้อหา 8K ได้ดีที่สุดแบบคลิปที่ผมเปิดอยู่ตอนนี้นะครับ ซึ่งใน Youtube ก็มีคลิป 8K ให้เลือกดูพอสมควรแล้ว แต่ถ้าเป็นเนื้อหาอื่นๆ เช่นบริการสตรีมมิ่งต่างๆ ที่ให้ความละเอียด Full HD หรือ 4K เป็นหลัก ใน Samsung Neo QLED 8K QN900B ก็ยังมีหน่วยประมวลผล Neural Quantum Processor 8K ที่ประมวลผลสัญญาณภาพพร้อมกัน 20 Neural Network เพื่อใช้ AI Upscale ภาพที่ความละเอียดต่ำกว่า 8K ให้ออกมาดูดี เวลาแสดงผลบนจอนี้ครับ

แล้วเทคโนโลยีหน้าจอ Neo QLED คืออะไร

ผมสรุปสั้นๆ คือจอที่นำข้อดีของ QLED เดิมมาปรับปรุงให้ดีขึ้นไปอีกครับ ตั้งแต่การลดขนาดไฟ LED ด้านหลังให้มีขนาดเหลือแค่ 1 ใน 40 เมื่อเทียบกับหลอดแบบเดิม ซึ่งเม็ดไฟขนาดเล็กนี้เรียกว่า Quantum Mini LED

พอเม็ดไฟที่ให้แสงสว่างมีขนาดเล็กลง มีจุดกำเนิดแสงถี่ขึ้น ก็ทำให้มีโซนความสว่างจำนวนเยอะขึ้น ส่วนมืดกับสว่างก็จะแยกกันละเอียดขึ้น จึงทำให้ภาพมี Contrast สูงขึ้น และส่วนมืดก็จะมืดแบบปิดแสงไปจริงๆ ซึ่งเม็ดไฟที่ละเอียดนี้ควบคุมด้วย Quantum Matrix Technology Pro เพื่อปรับความสว่างเม็ดไฟแต่ละจุดอย่างแม่นยำ

ส่วนของใหม่ในเทคโนโลยี Neo QLED รุ่นที่ 2 คือซัมซุงได้เพิ่มระดับความสว่างของ Backlight จาก 4096 ระดับเป็น 16,384 ระดับด้วย ก็ทำให้การไล่โทนแสงมีความต่อเนื่องมากขึ้น แม้ว่าจอแบบ Neo QLED จะไม่ได้แยกจุดสว่างในระดับพิกเซลเหมือนจอ OLED แต่ก็สามารถให้ความสว่างได้มากกว่า ซึ่งจำเป็นสำหรับการแสดงภาพ HDR ให้ออกมาโดดเด้ง แถมจอ Neo QLED ยังไม่มีปัญหาจอเบิร์นจากการใช้ในระยะยาวด้วยครับ

จุดที่ดีอีกอย่างของทีวีรุ่นนี้คือให้มุมมองภาพกว้างมาก ผมยืนเอียงๆ ยังเห็นภาพชัดเจน สีสันไม่ได้ดูจืดลงไปเลย

นอกจากนี้เมื่อเปิด Intelligent Mode ให้ทีวีปรับลักษณะภาพให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมยังมี Eyecomfort Mode เพื่อช่วยปรับภาพให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมด้วย

เราสามารถเปลี่ยนโหมดภาพได้ง่ายๆ โดยกดปุ่ม 123 ตรงมุมรีโมทนี้ ก็เลือกปรับโหมดภาพได้ ซึ่งมีโหมดพิเศษอย่าง Filmmaker Mode ที่ปรับภาพให้ตรงกับความต้องการของผู้กำกับมากที่สุด นอกจากนี้เรายังสามารถใช้กล้อง Samsung Galaxy มาส่องกับหน้าจอเพื่อจูนสีภาพให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมในการดูหนังได้

ผมลองเปิด Netflix ให้ดู จะเห็นว่ารองรับเนื้อหาสูงสุดเป็น 4K HDR ซึ่งตามสเปกจะรองรับมาตรฐาน HDR10, HDR10+ และ HLG โดยไม่รองรับ Dolby Vision นะครับ แต่ก็ยังให้ภาพ HDR ได้สวยงามอยู่ดี

แล้วใน Netflix ก็จะเห็นว่าทีวีนี้รองรับมาตรฐานเสียง Dolby Atmos อย่างสมบูรณ์นะครับ มีโลโก้ขึ้นตรงนี้
Samsung Neo QLED 8K QN900B รุ่นนี้รองรับช่องสัญญาณเสียง 6.2.4 Channel คือที่กรอบทีวีนี้มีลำโพงอยู่รอบ ด้านบนก็มีลำโพงเพื่อยิงเสียงชิ่งเพดานลงมา เป็นเสียงเซอร์ราวด้านบน ด้านหลังก็มีลำโพงดอกใหญ่อยู่ด้วย ทำให้เสียงโดยรวมออกมาดี สามารถแยกมิติเสียงได้ และให้กำลังขับรวมที่ 90 Watt

แต่ถ้าถามว่าเสียงจากทีวีรุ่นนี้สู้ Soundbar ได้แล้วหรือยัง ก็ต้องบอกตรงๆ ยังสู้กันไม่ได้ครับ ถ้าต้องการ ความใส ความหนักแน่นของเบส หรือมิติเสียง Dolby Atmos ที่ชัดเจนกว่านี้ ยังไงก็ต้องมี Soundbar เพิ่ม

ซึ่งซัมซุงก็ทำ Soundbar Q-Series รุ่นปี 2022 ล่าสุดออกมาดีมากครับ มีฟีเจอร์ทั้ง Q-Sympony ที่รวมลำโพงทีวีซัมซุงกับซาวน์บาร์ให้ทำงานพร้อมกัน ให้เสียงอลังการกว่าเดิม แถมฟีเจอร์ล่าสุดคือ Wireless Dolby Atmos ที่ซาวน์บาร์สามารถเชื่อมกับทีวีแบบไร้สายได้ด้วย ต่อแค่สายไฟคือจบเลย สวยงาม แต่ถ้าอยากต่อสายหรือใช้กับซาวน์บาร์รุ่นอื่นๆ ก็ยังมีช่อง HDMI แบบ eARC มาให้ด้วยนะครับ

อีกหน้าที่ที่สำคัญของทีวีปัจจุบันคือเป็นหน้าจอให้เครื่องเกมคอนโซลนะครับ ซึ่งเครื่องเกมเจนปัจจุบันอย่าง PlayStation 5 หรือ Xbox Series ก็ต้องการสเปกทีวีอย่างโหด ชนิดที่ทีวีเก่าไปแค่ 2-3 ปีก็ไม่รองรับสเปกภาพเต็มๆ ของเครื่องเกมแล้ว

แต่ Samsung Neo QLED 8K QN900B ก็รองรับทุกอย่างที่เครื่องเกมคอนโซลปัจจุบันต้องการครับ ตั้งแต่พอร์ต HDMI ด้านหลังทั้ง 4 พอร์ตรองรับ HDMI 2.1 มาตรฐานล่าสุดแล้ว ทำให้รองรับการส่งสัญญาณภาพ 4K HDR แบบเต็มคุณภาพซึ่งพอร์ต HDMI 2.0 เดิมทำไม่ได้

นอกจากนี้ยังรองรับมาตรฐาน VRR หรือ Variable Refresh Rate เรียบร้อย ซึ่ง PlayStation 5 ก็จะรายงานว่ารองรับ VRR ตั้งแต่ 48-120 Hz เรียบร้อย ซึ่งเมื่อรองรับเทคโนโลยีนี้ก็จะทำให้เกมแสดงภาพได้ดีขึ้น เฟรมเรตในเกมซิงค์ตรงกับ Refresh Rate ของหน้าจอ ทำให้ภาพในเกมไม่ฉีก และทำให้ภาพลื่นไหลขึ้นด้วย ส่วนการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ก็จะรองรับมาตรฐาน AMD Freesync Premium Pro แต่ไม่รองรับ Nvidia G-Sync

ซื่งเมื่อเปิด Game Mode เพื่อจูนภาพและเสียงให้เหมาะสำหรับการเล่นเกมมากที่สุด ก็สามารถกดปุ่ม Play ตรงนี้ค้างไว้ เพื่อเปิดเมนู Game Mode ออกมาปรับแต่งได้ นี่ไงแสดงชัดเจนว่าเกมเป็น HDR และใช้โหมด VRR อยู่
(VO) ส่วนการเล่นเกมกับคอมพิวเตอร์นั้นสามารถปรับสัดส่วนภาพที่แสดงบนจอได้ ให้กว้างสุดๆ ที่เรียกว่า Super Ultra-Wide game view เลยก็ได้ จะได้เห็นมุมมองในเกมได้กว้างขึ้นครับ ซึ่งก็เลือกสัดส่วนภาพได้ผ่านเมนู Game Mode นี้แหละ

ดีไซน์

ดูความเจ๋งของภาพและเสียงไปแล้ว มาดูดีไซน์ของ Samsung Neo QLED 8K QN900B กันต่อครับ ดีไซน์นี้เรียกว่า Infinity One Design คือตัวทีวีเป็นเหมือนก้อนโลหะแบนเรียบดูพรีเมียม โดยเฉพาะขอบจอที่เป็นโลหะเจาะรูรอบๆ อย่างหรูหรา และฝาหลังเป็นพลาสติกที่มี Texture สวยงาม

แล้วหน้าจอแบบ Infinity Q Screen นั้นมีขอบจอบางมากแค่ 0.2 mm ถ้าเอาทีวีไปแขวนกับผนังก็รู้สึกเหมือนเป็นหน้าต่างไปเลย แถมซัมซุงมีอุปกรณ์เสริมสำหรับแขวนกำแพงที่ทำให้ทีวีเรียบติดไปกับกำแพงแบบแทบไม่มีช่องว่างหลังทีวีเลย

ซึ่งสำหรับทีวีซัมซุงในกลุ่ม Neo QLED และ Samsung The Frame ขนาดไม่เกิน 65 นิ้ว ซัมซุงยังมีอุปกรณ์เสริมพิเศษคือ Auto Rotating Stand และ Auto Rotating Wall Mount ขาตั้งสำหรับตั้งพื้น และตัวยึดติดผนังที่สามารถหมุนจอทีวีได้ อยากดูคลิปในโซเซียลที่เป็นแนวตั้งเต็มๆ ตาก็หมุนทีวีไปแนวตั้ง หรือจะดูหนัง-ซีรีส์ ก็หมุนกลับมาแนวนอนได้สบายๆ เพราะที่ยึดนี้มีมอเตอร์ในตัว ไม่ต้องหมุนจอเอง!

ส่วนถ้าวางบนโต๊ะแบบนี้ก็เหมือนภาพลอยออกมาแบบไม่มีกรอบ ซึ่งตัวขาตั้งก็ดีไซน์น่าสนใจเหมือนเดิม เพราะมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดจอ แล้วเมื่อเป็นขาตั้งเดี่ยวอยู่กลางจอแบบนี้ ก็ทำให้ทีวีรุ่นนี้สามารถวางบนโต๊ะที่มีขนาดเล็กกว่าตัวหน้าจอได้ ต่างจากทีวีที่เป็นขาตั้งคู่อยู่สุดทีวี ที่โต๊ะวางต้องมีขนาดเท่าๆ กับทีวี

ขาตั้งนี้ก็สามารถแปะกล่อง Slim One Connect เอาไว้ด้านหลังได้อย่างสวยงามครับ ส่วนคนที่เอาทีวีติดผนังก็สามารถแยกกล่อง Slim One Connect ตัวนี้ไปซ่อนหลบสายตาในจุดอื่นๆ เพื่อเชื่อมต่อ HDMI หรือสายอากาศได้

ซึ่งกล่อง One Connect นี้เป็นดีไซน์เอกลักษณ์ของซัมซุงเลย ทีวีซัมซุงจะไม่มีปัญหาแขวนทีวีกับผนังแล้วมีสายอีกหลายเส้นไปต่อกับจอให้รกสายตา เพราะสายทุกอย่างจะต่อกับกล่อง One Connect แล้วไฟฟ้ากับสัญญาณทุกอย่างจากกล่องจะวิ่งไปที่ทีวีผ่านสายเส้นเล็กๆ เส้นนี้เส้นเดียว ซึ่งก็จัดให้ไม่รกสายตาได้ง่ายครับ

มาดูดีไซน์ในส่วนซอฟต์แวร์กันต่อครับ Samsung Neo QLED 8K QN900B มาพร้อม SmartHub เวอร์ชันใหม่ ซึ่งหน้าโฮมจะเปลี่ยนเป็นแบบเต็มหน้าจอแบบนี้ จากเดิมที่ขึ้นมาแค่ด้านล่างของจอ เพื่อแนะนำเนื้อหาจากแอปต่างๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเข้า Ambient Mode ที่แสดงภาพพักจอสวยๆ บนทีวีได้ง่ายๆ ด้วย ด้วยภาพอาร์ตๆ เหล่านี้ก็เหมือนเปลี่ยนทีวีเป็นกรอบรูป เป็นของแต่งบ้านสวยๆ ได้เลยครับ

นอกจากนี้ยังสามารถใช้ทีวีเป็นศูนย์กลางควบคุมอุปกรณ์ในบ้านผ่านระบบ SmartThings ของซัมซุงได้ด้วย เห็นภาพรวมอุปกรณ์ในบ้าน และสั่งทำงานได้เลย

มาดูอุปกรณ์ติดมืออย่างรีโมทบ้างครับ รีโมทของทีวีรุ่นนี้ก็ยังเป็นรีโมทที่ดูทันสมัย ใช้ง่าย เข้าใจง่ายเพราะปุ่มน้อยเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือระบบพลังงานครับ สามารถชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ได้ มี Solar Cell อยู่ด้านหลังนี้ และที่ล้ำกว่านั้นยังสามารถดักพลังงานจากคลื่นไร้สายในบ้านมาใช้ชาร์จรีโมทได้ด้วย ทำให้รีโมทนี้แทบจะใช้งานไปได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่านครับ แต่ถ้าแบตหมดจริงๆ ก็ยังสามารถชาร์จได้ด้วย USB-C

ซัมซุงนั้นไม่ได้รักโลกแค่การตัดถ่านไฟฉายออกไปจากรีโมท แต่พลาสติกที่ใช้ผลิตรีโมทก็ยังมีส่วนประกอบของพลาสติกรีไซเคิลด้วย นอกจากนี้ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ก็ยังออกแบบให้รีไซเคิลง่าย ไม่มีการใช้ลวดเย็บกระดาษ กล่องไม่ได้ทำสี หรือเคลือบยูวีใดๆ ให้รีไซเคิลยากด้วย

จุดสังเกต

มาถึงจุดสังเกตกันบ้าง จุดแรกคือในขณะที่เรารีวิวอยู่ตอนนี้ แอป Disney+ Hotstar สำหรับทีวีซัมซุงในประเทศไทยยังไม่มีให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการครับ ก็อดใจรออีกนิดครับ เชื่อว่าซัมซุงไทยกำลังเร่งให้แอป Disney+ ขึ้นสโตร์ไทยอย่างเร็วที่สุด เพราะแอปดูสตรีมมิ่งอื่นๆ ก็มีครบหมดแล้วในซัมซุง

อีกจุดสังเกตหนึ่งของเราอยู่ที่ภาพที่ได้จากทีวีรุ่นนี้ครับ บางทีเอฟเฟกเพิ่มเฟรมเรตทำให้ภาพดูเคลื่อนไหวนุ่มนวลขึ้น ก็ไม่ได้ทำให้ภาพเคลื่อนไหวนุ่มนวลอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถ้าดูแล้วแปลกตา ก็สามารถปิดการทำงานได้

และอีกจุดหนึ่ง เนื่องจากว่าจอนี้ใช้แผงไฟ Quantum Mini LED จำนวนมากส่องผ่านชั้นสี VA LED ออกมา ทำให้เราอาจเห็นอาการ Blooming หรือวงแสงรอบๆ วัตถุสว่างในภาพมืด เช่นซับไตเติ้ลสีขาวขึ้นบนพื้นสีดำได้ ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของหน้าจอแบบ Local Dimming ครับ

รีวิวที่ดีต้องมีราคา

และรีวิวที่ดีต้องมีราคา Samsung Neo QLED 8K QN900B จำหน่ายในไทย 3 ขนาดคือ 65 นิ้ว 169,990 บาท, 75 นิ้ว 279,990 บาท และรุ่นที่เรารีวิวอยู่นี้ 85 นิ้ว ราคา 349,990 บาทครับ เห็นราคาแล้วอาจจะสูงหน่อย แต่นี่เป็นราคาของทีวี 8K ที่คมชัดกว่า 4K ในปัจจุบันเท่าตัวนะครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก