Connect with us

Published

on

ROG หรือ Republic of Gamers ชวนทีมงานแบไต๋บุกไปถึงประเทศไต้หวันตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กับงาน APAC TOP 100 MEDIA PREVIEW พาชมเทคโนโลยีล่าสุดที่เปิดตัวบนเครื่อง Gaming Notebook สุดล้ำทั้ง 2 รุ่น งานนี้บอกเลยว่าน่าสนใจทีเดียวครับ

Zephyrus S (GX531)

Zephyrus S (GX531), เป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีย์ ROG Zephyrus ซึ่งนับเป็นความสำเร็จครั้งใหม่สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเป็นพิเศษ จะมีจุดเด่นอะไรบ้าง ตามมาเลย !

จุดเด่น

  • บางเพียง 14.95~15.75 มม. ทำให้ Zephyrus S นั้นบางกว่า Zephyrus รุ่นแรก (GX501) ถึงกว่า 12% เปรียบเสมือนดาบคาตะนะที่มีความบางเบา แต่แข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน
  • ใช้ CPU รุ่นนิยมอย่าง Intel® Core i7-8750H และกราฟิกการ์ด NVIDIA® GeForce® GTX 1070 Max-Q สมบูรณ์แบบทั้งสำหรับการทำงานและเหมาะกับการเล่นเกมแบบสุด ๆ
  • มาพร้อมหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz อัตราการตอบสนองการแสดงผลเร็วสูง 3ms ซึ่งสูงที่สุดในปัจจุบันสำหรับ Gaming Notebook
  • วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งหมดทำให้มีความแข็งแรงทนทานถึงระดับมาตรฐานทางการทหาร (military-grade)
  • ระบบระบายความร้อน Active Aerodynamic System (AAS) ที่ช่วยลดอุณหภูมิของเครื่องขณะเล่นเกมได้เป็นอย่างดี
  • Keyboard RGB สุดล้ำที่สามารถปรับแต่งสีสัน ที่มาพร้อม AURA Sync ที่เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ ROG เข้าด้วยกัน
  • เขาบอกมาว่า ราคารุ่นนี้จะไม่สูงกว่า Zephyrus M อย่างแน่นอน

AAS คืออะไร ?

AAS หรือ Active Aerodynamic System ของ Zephyrus S นั้นคือการออกแบบเพื่อทำให้เครื่องที่บางเป็นพิเศษตัวนี้สามารถระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น โดยเมื่อยกหน้าจอของตัวเครื่องขึ้นก็จะเป้นการเปิดช่องลมพิเศษบริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องเพื่อให้ดึงลมเย็นเข้าภายในได้มากขึ้นถึง 5มม. ตลอดทั้งแนวด้านหลังของตัวเครื่องเพื่อให้ได้ปริมาณไหลเวียนของอากาศที่มากขึ้นถึง 22% เมื่อเทียบกับการออกแบบเดิมๆ นอกจากนั้นแล้วยังมีลมไหลเวียนเข้าผ่านทางช่องคีย์บอร์ด และการวางตำแหน่งคีย์บอร์ดบริเวณด้านหน้าของตัวเครื่องยังช่วยให้มีพื้นที่ในการระบายความร้อนที่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ภายในตัวเครื่องของ Zephyrus S มีฮีทไปป์ทั้งหมดห้าเส้นทำหน้าที่ดึงความร้อนออกจาก CPU และ GPU พร้อมทั้งแผงวงจรไฟฟ้าแบบ VRM ที่จะทำหน้าที่จ่ายไฟให้กับระบบ โดย CPU และ GPU ได้ถูกเชื่อมต่อเข้ากับชุดฮีทซิ้งค์ทั้งที่ทำหน้าที่อย่างอิสระและใช้ร่วมกันเพื่อให้มั่นใจได้ว่าการระบายความร้อนจะมีประสิทธิภาพสามารถรับมือกับการใช้งานทุกประเภท และชิ้นส่วนต่างๆที่มีการใช้พลังงานจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 80°C เพื่อให้มีเสถียรภาพในการใช้งานในระยะยาว คลื่นความร้อนจะถูกนำออกผ่านทางฮีทไปป์ไปสู่ชุดฮีทซิ้งค์และช่องระบายลมร้อนทั้งหมดสี่ชุดที่มุมด้านหลังของตัวเครื่อง มากกว่าที่มีบน Zephyrus รุ่นแรกเป็นเท่าตัว

การทำให้ชุดฮีทซิ้งค์ปราศจากฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกนับเป็นเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาประสิทธิภาพการระบายความร้อน เป็นเหตุผลที่ทีมวิศวกรได้เพิ่มพัดลมที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้โดยทำการไล่ฝุ่นละอองต่างๆออกจากระบบผ่านทางช่องระบายฝุ่น คุณสมบัติพิเศษนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมที่อาจเกิดขึ้นบนครีบระบายความร้อนเพื่อให้มั่นใจได้ถึงการระบายความร้อนที่มีเสถียรภาพในการใช้งานระยะยาวที่ดียิ่งขึ้น

ด้วย 83 ใบพัดบนพัดลมคู่แบบ AeroAccelerator ความแรง 12V มีจำนวนใบพัดมากกว่าพัดลมของ Zephyrusรุ่นแรกถึง 17% การไหลเวียนอากาศยังทำได้ดียิ่งขึ้นจากรูปทรงของใบพัดอลูมิเนียมซึ่งมีขอบใบพัดที่โค้งมนและยกปลายขอบเพื่อนำลมเข้าสู่บริเวณใบพัดได้มากยิ่งขึ้น ความเร็วในการหมุนถูกกำหนดด้วยชุดคำสั่งอัจริยะที่ถูกตั้งค่าเป็นโปรไฟล์สามรูปแบบดังนี้

  • Overboost mode สำหรับประสิทธิภาพในการเล่นเกมระดับสูงสุด,
  • Silent mode สำหรับเสียงรบกวนที่น้อยที่สุด
  • Balanced mode เพื่อความสมดุลในการใช้งาน

คีย์บอร์ด/ Touch Pad ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

นอกจากวัตถุประสงค์หลักในการวางตำแหน่งคีย์บอร์ดไว้ที่บริเวณด้านหน้าของ Zephyrus S ที่จะช่วยเอื้อต่อการระบายความร้อนแล้ว มันยังทำให้ผู้ใช้สามารถวางมือได้อย่างสะดวกสบายเหมือนกับการใช้งานเครื่องแบบเดสก์ท็อปอีกด้วย เทคโนโลยี Overstroke ทำให้ผู้ใช้สามารถกดได้เร็วยิ่งขึ้นและมีอัตราการตอบสนองที่ดียิ่งกว่า นอกจากนั้นแล้ว ระยะการกดที่ 1.2มม. ยังให้ความรู้สึกในการใช้งานที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ตัวปุ่มมีความทนทานต่อการกดได้มากถึง 20 ล้านครั้งเพื่อรับมือกับการใช้งานที่หนักหน่วง และฟังค์ชั่น N-key rollover ยังช่วยทำให้มั่นใจได้ว่าการกดแต่ละครั้งจะทำงานได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะกดพร้อมๆกันกี่ปุ่มก็ตาม

ระบบเสียงรอบทิศทางที่ดีขึ้นอีกระดับ

Zephyrus S ถูกติดตั้งมาพร้อมกับระบบเสียงที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ลำโพงคู่แบบ front-facing ติดตั้งอยู่บริเวณข้อพับจอทำหน้าที่ขับกำลังเสียงจากเทคโนโลยี smart-amplifier ที่จะควบคุมดอกลำโพงให้อยู่ในภาวะการทำงานที่เหมาะสม ทำให้สามารถเร่งระดับเสียงได้ดังยิ่งขึ้นโดยปราศจากอาการเสียงเพี้ยนหรืออาการลำโพงแตก Sonic Studio III เพิ่มการจำลองเสียงรอบทิศทาง เพื่อให้ได้เสียงที่โอบล้อมยิ่งขึ้นผ่านทางชุดหูฟัง และยังสามารถใช้งานระบบ APO injection ที่จะช่วยจำลองเสียงแบบรอบทิศทางได้บนอุปกรณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชุดหูฟังแบบอนาล็อครวมไปถึงชุดหูฟังแบบ USB, DAC แบบต่อแยกภายนอก, และอุปกรณ์ VR

สรุป

เรียกได้ว่า Zephyrus S เครื่องนี้ออกแบบมาสำหรับชาวเกมเมอร์ตัวจริงที่เน้นเล่นเกมนอกสถานที่ แต่คนที่ทำงานด้านกราฟิกก็น่าสนใจไม่แพ้กัน แถมสเปคนี่หมดห่วง จัดเต็มแบบสุด ๆ งานนนี้ไม่ว่าคุณจะดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม เครื่องนี้ตอบโจทย์ให้คุณได้เป็นอย่างดี แต่จุดสังเกตอาจจะอยู่ที่ด้าน Adapter (สุดหนัก) ที่ต้องคอยติดตัวไปด้วยตลอดเวลาครับ

สเปคโดยละเอียดของ Zephyrus S (GX531)

GX531GS GX531GM
Operating System Windows 10 Home

Windows 10 Pro – ASUS recommends Windows 10 Pro

Processor Intel® Core i7-8750H
Graphics NVIDIA® GeForce® GTX 1070 (Max-Q) NVIDIA® GeForce® GTX 1060
8GB GDDR5 VRAM 6GB GDDR5 VRAM
Memory  DDR4 2666MHz SDRAM

Up to 24GB (8GB onboard memory)

SSD M.2 NVMe PCIE 3.0 x2 512GB SSD

M.2 NVMe PCIE 3.0 x4 256GB / 512GB / 1TB SSD

Display 15.6-inch FHD (1920×1080) IPS-level panel, 144Hz, 3ms, 100% sRGB
VR Ready Yes
Keyboard Backlit Chiclet Keyboard

Marked WASD keys

N-key rollover

RGB 4 zones

Aura Sync

1.2mm key travel

Audio 2x 2W speakers with smart-amplifier technology
Array microphone
Software Armoury Crate

GameFirst V

Splendid

Sonic Studio

Aura Core

XSplit Gamecaster (Free)

I/O Ports 1 x USB 3.1 Gen 2 Type-C (USB-C)

1 x USB 3.1 Gen 1 Type-C (USB-C)

1 x USB 3.1 Gen 2 Type-A

2 x USB 2.0 Type-A

1 x HDMI 2.0

1 x 3.5mm headphone and microphone combo jack

1 x Kensington Lock

Power 230W Power adaptor 180W Power adaptor
Wi-Fi / Bluetooth 802.11ac 2×2 Wave 2 Wi-Fi

Bluetooth® 5.0

Dimensions 360 x 268 x 14.95~15.75mm
Weight 2.1kg

 

Strix SCAR II (GL704)

Strix SCAR II (GL704), เกมมิ่งโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้วที่ไม่ธรรมดา มาพร้อมจุดเด่นมากมายที่น่าสนใจทีเดียวครับ

จุดเด่น

  • หน้าจอขนาด 17.3 นิ้วแบบ IPS ที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz และอัตราการตอบสนองเพียง 3ms และการแสดงสีสันสมบูรณ์แบบตามมาตรฐาน sRGB ทั้งหมดนี้อยู่ในตัวเครื่องขนาด 15.7 นิ้วเท่านั้น บอกเลยว่าเครื่องบางแต่จอใหญ่มาก !!
  • ขนาดพกพาง่าย แต่แรงซะใจ เพราะมากับ Intel Gen 8th Core™ i7-8750H และกราฟิกการ์ด NVIDIA® GeForce® GTX 1060 6GB
  • เทคโนโลยี ROG RangeBoost ซึ่งมีการใช้เสารับสัญญานที่มีเพิ่มขึ้นจากปกติได้อย่างชาญฉลาดเพื่อขยายระยะการรับสัญญาน Wi-Fi ได้มากกว่ารุ่นอื่น ๆ 30%
  • มาพร้อมระบบระบายความร้อน HyperCool Pro ที่ประกอบไปด้วยฮีทซิ้งค์สามชุดและพัดลมอีกสองตัว
  • วัสดุทำจากเคฟลาร์ที่มีความทนทาน ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเกมแนว FPS สุดเฉียบ

ROG RangeBoost

อีก 1 จุดเด่นที่หลาย ๆ ค่ายไม่เคยนึกถึง กับการพัฒนาด้านการเชื่อมต่อสัญญาณ Wifi ที่ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเกมแนวกีฬาอีสปอร์ตที่ต้องการความเสถียรของอินเตอร์เน็ตมาก ๆ โดยมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบใหม่ล่าสุด 802.11ac Wave 2 จากทาง Intel จะให้ความถี่สัญญานที่มีความเร็วสูงยิ่งขึ้นโดยมีความเร็วสูงสุดถึง 1.73Gbps บนเราต์เตอร์ที่รองรับ ดังนั้นการเชื่อมต่อแบบไวร์เลสจะสามารถใช้เพื่อดาวน์โหลดเกมและการอัพเดทต่างๆได้รวดเร็วไม่ต่างจากแบบที่ใช้สายเลยก็ว่าได้

Armoury Crate — ศูนย์ควบคุมที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

สำหร้บ ROG ทุกรุ่น ถ้าใครจำได้เราจะมีระบบ ROG Game Center ซึ่งเรียกได้ว่าค่อนข้างควบคุมยากมาก โดยเฉพาะ Interface ที่ดูใช้งานยาก ซึ่งตอนนี้เขาก็ได้พัฒนาปรับเปลี่ยนมาเป็น Armoury Crate ที่เปรียบเสมือนเป็นกล่องเครื่องมือซึ่งรวบรวมเอาฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ของ ROG มาไว้บน Utility เดียว ทำให้สามารถเข้าถึงฟังค์ชั่นต่างๆได้อย่างง่ายดาย สามารถปรับแต่งเครื่อง ROG ของเราได้ง่ายขึ้น การตั้งค่าต่างๆของระบบรวมไปถึงการปรับแต่งไฟด้วย Aura Sync นั้นทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว หรือผู้ใช้สามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆตามความชอบเป็นรูปแบบได้มากถึงสี่โปรไฟล์ และ Armoury Crate ยังมาพร้อมกับโปรแกรมเสริม Mobile Dashboard สำหรับ Android และ iOS รวมไปถึงความสามารถอื่นๆที่จะมีเพิ่มขึ้นจากการอัพเดทในอนาคตอย่างแน่นอน

สเปคโดยละเอียดของ ROG Strix SCAR II (GL704)

Operating System Windows 10 Home

Windows 10 Pro  – ASUS recommends Windows 10 Pro

Processor Intel® Core™ i7-8750H

Intel® Core™ i5-8300H

Graphics NVIDIA® GeForce® GTX 1060

6GB GDDR5 VRAM

Memory 2666MHz SDRAM (Dual-channel)

Up to 32GB

SSD M.2 NVMe® PCIE 128GB/256GB/512GB SSD
HDD 2.5″ 5400rpm 1 TB SSHD
2.5″ 5400rmp / 7200rpm 1TB HDD
Display 17.3″ anti-glare Full HD (1920×1080) IPS-level panel, 144Hz, 3ms, 72% NTSC

17.3″ anti-glare Full HD (1920×1080) IPS-level panel, 60Hz, 72% NTSC

VR Ready Yes
Windows Mixed Reality Basic (min. require 8GB RAM)
Keyboard Backlit chiclet keyboard

RGB 4 zones

Aura Sync

Marked WASD keys

Hot keys: Volume up/ Volume down / Microphone mute / ROG Gaming Center

Travel Distance 1.8mm

Keycap curve: 0.25mm

Audio 2x 3.5W speakers with smart amplifier technology
Array microphones
Software ROG Armoury Crate

GameFirst V

Game Visual

Sonic Studio & Sonic Radar III

Aura Core

XSplit Gamecaster (Free)

Android/iOS App

I/O Ports 1 x USB 3.1 Gen 2 (Type-C)

3 x USB 3.1 Gen1, 1 x USB3.1 Gen 2

1 x mDP 1.2

1 x HDMI 2.0

1 x RJ-45 Jack

1 x SD card reader

1 x 3.5mm headphone and microphone combo jack

1 x Kensington lock

Power 180W Power Adaptor
Wi-Fi / Bluetooth 802.11ac 2×2 Wave 2 Wi-Fi

Bluetooth® 5.0

Dimension 39.98 x 27.35 x 2.49~2.64cm
Weight 2.9kg
Recommended peripherals ROG Gladius II gaming mouse is designed for FPS gameplay

สรุป

นี่ก็เป็นอีก 1 Gaming Notebook ที่น่าสนใจโดยเฉพาะชาวนักเล่นเกมอีสปอร์ตที่เน้นโน๊ตบุ๊คจอใหญ่ แต่พกพาง่าย แถมเล่นเกมได้ลื่นสุด ๆ (แต่ถ้าเป็นเกมในยุคหลัง ๆ อาจจะปรับสุดไม่ไหว) ด้วยดีไซน์สวยงาม พร้อม Port USB 3.1 ถึง 4 ช่อง ก็หมดห่วงว่าช่องจะเต็มไปได้เลย จุดสังเกตก็เหมือนกับ Zephyrus S คือ Adapter ที่มีขนาดใหญ่ พกพายากพอสมควรครับ

ทั้ง 2 รุ่นจะวางจำหน่ายช่วงเดือนกันยายนนี้ โดยตอนนี้ยังไม่ได้เปิดเผยเรื่องของราคาแต่อย่างใด ยังไงอดใจรอไว้ได้เลยครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

feature

รีวิว Asus ZenBook 13 UX333 โน้ตบุ๊กเครื่องเล็ก จอใหญ่ แถมแรง

Published

on

ถ้าเลือกได้ ใคร ๆ คงอยากได้โน้ตบุ๊กที่มีน้ำหนักเบา แต่เครื่องแรงกันทั้งนั้นแหละจริงมั้ยคะ?? ซึ่ง 2 อย่างนี้มักจะไม่ไปด้วยกัน โน้ตบุ๊กเบา ๆ ก็ประสิทธิภาพจำกัดจำเขี่ย เน้นใช้งานเว็บหรือพิมพ์งานมากกว่า ส่วนพวกที่เครื่องแรง ๆ ก็หนักเหลือเกิน แต่วันนี้ Asus ทำได้แล้วใน ZenBook 13 รหัส UX333 รุ่นนี้ แถมราคาไม่แรงด้วย!!

สเปคของเจ้าบอกว่าหนัก 1.19 กก. จับชั่งจริงจะได้ 1,238 กรัม ก็ไม่ต่างจากน้ำหนักที่เคลมเท่าไหร่ และที่ลืมไม่ได้คือต้องรวมปลั้กไฟเข้าไปด้วย ก็ได้น้ำหนัก 1,434 กรัม พกใส่กระเป๋าได้สบายทั้งวัน แต่เห็นเบา ๆ แบบนี้ Asus เคลมว่า Zenbook 13 นั้นผ่านมาตรฐานความทนทานทางการทหารด้วย ทนอุณหภูมิร้อน หนาว ทนความชื้น คือเอาไปใช้งานในพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกได้สบายๆ ซึ่งอยู่เมืองไทยอาจจะต้องทนร้อน ตัวนี้เทสมาแล้วว่าทำงานได้พื้นที่อุณหภูมิสูงถึง 48 องศาได้

  • Asus Zenbook 13 UX333 ตัวนี้มีขนาดจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD ซึ่งก็ใหญ่พอ ๆ กับโน้ตบุ๊กทั่วไป แต่ขนาดเครื่องเหลือประมาณกระดาษ A4 เอง
    • ซึ่ง Asus เรียกดีไซน์นี้ว่า Nano Edge ให้สัดส่วนพื้นที่หน้าจอ 95% ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้ลดขนาดของเครื่องไปได้เยอะ
    • ด้านบนจอก็ยังมีพื้นที่ให้กล้อง Webcam อยู่ ทำให้ยังได้มุมภาพไม่เงยเกินไปเหมือนหลายแบรนด์ที่ทำขอบจอบาง แล้วเอากล้องไปซ่อนด้านล่างของจอ
    • ซึ่งกล้อง Webcam ตัวนี้มาพร้อม Infrared เพื่อปลดล็อก Windows ด้วยใบหน้าได้ แม้จะอยู่ในที่มืด หรือที่เรียกว่า Windows Hello 
  • Asus Zenbook 13 ที่เรารีวิววันนี้เป็นเครื่องสีน้ำเงิน Royal blue ซึ่งในไทยจะจำหน่ายอีกสีหนึ่งเป็นสีเงิน Icicle silver ให้เลือกได้ ซึ่งทั้งคู่จะมีสีเน้นบริเวณด้านบนคีย์บอร์ดเป็นสีทองชมพูเหมือนกัน ส่วนฝาหลังถ้าดูดี ๆ จะเป็นลายวง ๆ ล้อมรอบโลโก้ Asus ตามสไตล์ Zenbook โดยรวมแล้วก็เป็นดีไซน์ที่ดูดี และน่าจะเข้ากับไลฟ์สไตล์คนใช้ทั่วไปได้ง่ายด้วย
  • ส่วนพอร์ตข้างเครื่องก็ให้มาครบ ด้านซ้ายเครื่องมีช่องต่อ HDMI, USB 3.0 และ USB-C ส่วนด้านขวาเครื่องจะเป็นช่องหูฟัง, USB 2.0 (แหม น่าจะเป็น 3.0 ไปเลย) และช่องอ่าน MicroSD จะขาดไปก็แค่พอร์ตแลนเนอะ ก็ในกล่องมีหัวแปลงพอร์ตแลนแถมมาให้ด้วย คิดมาครบจริง!
  • Touchpad ของ Asus Zenbook 13 นั้นไม่ธรรมดาเลยน้า อย่างแรกเลยเมื่อเปิดจอขึ้นมา จะมีการงัดเครื่องให้ฝั่งจอภาพสูงขึ้น 3 องศา ทำให้คีย์บอร์ดเงยรับการพิมพ์มากขึ้น แล้วยังทำให้พัดลม ระบายอากาศทำงานได้ดีขึ้น
    • ซึ่งตัวคีย์บอร์ดนี้เป็นแบบ Backlit เปิดไฟได้ด้วย และการที่ยกตัวเครื่องขึ้น ก็ทำให้ลำโพงที่ได้รับการจูนโดย Harman/Kardon ที่อยู่ใต้เครื่องทำงานได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งเสียงจากลำโพงตัวนี้คือให้มิติเสียงใช้ได้เลย

ตัว Zenfone 13 ใส่ NumberPad หรือแป้นตัวเลขเข้าไปรวมใน Touchpad กระจกตัวนี้เลย ซึ่งกดปุ่มตรงมุม Touchpad ก็จะเปิดแสงของแป้นตัวเลขออกมา ป้อนตัวเลขสะดวกเลยที่นี้ แถมระหว่างที่เปิด NumberPad เราก็ยังใช้งาน TouchPad เพื่อสั่งงานได้อยู่นะ แต่ตัว NumberPad นี้มีเฉพาะในรุ่น Core i7 เท่านั้น ตัว Core i5 ไม่มีจ้า

ความแรงภายในของ Asus Zenbook 13 ที่บอกว่าบางและแรงคือสเปคของ Zenfone 13 รุ่นท็อปคือ

  • ให้ CPU เป็น Intel Core i7-8565U Gen 8 พร้อมการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX150 แรม 8 GB และ SSD ความจุ 512 GB เอาเครื่องนี้ไปตัดต่อวิดีโอ ด้วย Adobe Premiere แบบทั้งคลิป ทำงานเป็นเครื่องตัดต่อหลักได้สบาย ๆ ก็การันตีความแรงได้ระดับหนึ่งเลยแหละ ตัดต่อวิดีโอได้ขนาดนี้ ใช้ท่องเว็บ พิมพ์เอกสารนี้หายห่วง ส่วนเรื่องการเล่นเกม
  • ตัวการ์ดจอ MX150 ก็เล่นเกม 3D ได้ดีระดับหนึ่งครับ อย่างเราเทสกับ Bioshock Infinite ในระดับ Medium ก็เล่นได้ แต่เวลาที่มีศัตรูเยอะ ๆ อาจมีหน่วง ๆ บ้าง ซึ่งถ้าเน้นเล่นเกมจริงจังคงต้องจัดเป็น Gaming Notebook หรือดูเป็นตัวพี่ Zenbook 15 UX533 ที่มาพร้อม GeForce GTX 1050 Max-Q ก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้น
  • แบตเตอรี่ ตามสเปคของ Asus Zenbook 13 คืออยู่ได้ 14 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเราเปิดโหมด Battery Saver แล้วใช้งานไม่หนักมากอย่างเล่นเน็ต พิมพ์งานก็อยู่ได้ราวสิบชั่วโมงครับ แต่ถ้าเอาไปตัดต่อวิดีโอก็ต้องเปิดโหมดพลังงานที่แรงขึ้น อายุแบตเตอรี่ก็จะสั้นลงไป แต่ดีที่อแดปเตอร์ไฟไม่หนัก พกติดตัวได้ตลอด

ต้องบอกว่า Asus Zenbook 13 UX333 ตัวนี้หาจุดอ่อนยากเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มี อย่างแรกคือ

  • เรื่องคีย์บอร์ด ที่ Layout จะแปลกไปบ้างเพราะตัวเครื่องมีขนาดเล็ก โดยเฉพาะตรงปุ่ม Shift ขวาเล็กไปหน่อย ก็ต้องปรับตัวในการใช้บ้าง แต่ถ้าเป็นตัวใหญ่ขึ้นอย่าง Zenbook 14 UX433 จะไม่มีปัญหานี้เพราะแป้น Shift กลับมาใหญ่เหมือนเดิม
  • อย่างที่ 2 คือแม้เครื่องนี้จะมีพอร์ต USB-C แล้ว แต่ก็ไม่สามารถชาร์จไฟผ่าน USB-C ได้นะ ต้องชาร์จผ่านช่องชาร์จไฟของมันเท่านั้น ก็ทำให้เราไม่สามารถพกอแดปเตอร์ตัวเดียวชาร์จทั้งมือถือและโน้ตบุ๊กได้

ราคาอย่างเป็นทางการจาก Asus ยังไม่ออก แต่ทาง Asus ประเทศไทย…บอกว่ารุ่นเริ่มต้นที่ใช้ Intel Core i5 และการ์ดจอ GeForce MX150 จะมีราคาไม่ถึง 30,000 บาท ส่วนใครที่คิดว่าจอ 13 นิ้วเล็กไป Asus ก็ยังออก Zenbook 14 ตัวใหม่รหัส UX433 ที่มีจอ 14 นิ้ว แต่ขนาดเครื่องเท่าโน้ตบุ๊ก 13 นิ้วทั่วไป และ Zenbook 15 รหัส UX533 จอ 15 นิ้ว แต่หนักแค่ 1.6 กก. ให้เลือกด้วย

ราคาของ ZenBook 13/14/15

  • ZenBook 13/14 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Intel UHD Graphic 620 ราคา 26,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 29,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 35,990 บาท
  • ZenBook 15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อมแรม 16 GB และ Nvidia GeForce 1050 Max-Q ราคา 45,990 บาท

แล้วแวะเยี่ยมตามร้านคอมพิวเตอร์ได้เลย พิเศษสำหรับผู้ซื้อ Zenfone 13 ร้อยคนแรก จะได้กระเป๋าโน้ตบุ๊กที่ออกแบบโดยแบรนด์ Insomnia by Vara เป็นพิเศษด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

AIS ชวนคุณสัมผัสเทคโนโลยี 5G ของจริงว่าเร็วขนาดไหน!!

Published

on

AIS เปิดให้ร่วมทดสอบความเร็วของ 5G บนนวัตกรรมที่เหนือชั้นยิ่งกว่าจากเอไอเอส ท้าพิสูจน์ความเร็วสูงสุด กับความเร็วที่มากกว่า 1 Gbps ด้วยการยกเครื่องที่ยิงสัญญาณ 5G มาไว้ในงานกันเลยล่ะค่ะ

และแน่นอนว่าความหน่วงที่ต่ำกว่า 6ms นั้น หมายความว่า แทบจะไม่พบความหน่วงที่เกิดขึ้นเลยค่ะ หรืออีกอย่างคือ 5G มีความหน่วงน้อยกว่า 4G ค่อนข้างเยอะนั่นเองค่ะ สามารถเอาไปใช้กับอะไรได้เยอะกว่าเดิมเลยทีเดียวค่ะ นอกจากความหน่วงที่น้อย ความเร็วของ 5G ก็ไม่น้อยหน้า เพราะว่าเร็วสุด ๆ จริง ๆ

มาร่วมทดสอบของจริงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ AIS D.C. ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม แล้วคุณจะได้พบกับประสบการณ์ 5G สุดล้ำ ที่พร้อมให้ทุกท่านได้เข้ามาเรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยี 5G ได้อย่างครบถ้วนทุกมิติ โดยมีทีมงานกูรูผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำอธิบายตลอดงานเลยจ้าาา!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

#beartaiตู้ต่อไป ตู้ขายไอศกรีม “Milk Shakes”

Published

on

beartaiตู้ต่อไป มาแล้วจ้าาา!! อยากจะบอกว่าตู้นี้ตู้ที่ 31 แล้วน้าคุณ ๆ จ๋า!! ;วันนี้จะมาพาไปดับร้อนด้วยการกินไอศกรีมกันค่า

ตู้นี้มีชื่อว่า f’real MilkShakes and more! เป็นตู้ไอศกรีมปั่น ตั้งอยู่ที่ห้าง Asda ที่ประเทศอังกฤษ เป็นตู้ไอศกรีมปั่น มีอยู่ 4 รสชาติด้วยกันค่ะ ได้แก่

  1. สตอเบอร์รี่
  2. ช็อกโกแลต
  3. วานิลลา และ
  4. โอริโอ้

ขั้นตอนการซื้อคือ

  • เลือกรสชาติที่เราต้องการ
  • และนำไปใส่เครื่องที่อยู่ข้าง ๆ
  • สามารถเลือกความเข้มข้นได้ด้วยน้า
  • จากนั้นก็รอเครื่องทำงานจนเสร็จ
  • แล้วก็นำไปจ่ายเงินที่ตู้ Kiosk จ้าาา!!

เห็นมะ ง่าย ๆ ไม่ยาก หายร้อนกันเลยทีเดียว ที่สำคัญเขาใช้หลอดกระดาษแทนหลอดพลาสติกด้วยแหละ ลดโลกร้อนไปอีกอะ ปรบมือให้เลยค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!