Connect with us

Published

on

จากเรื่องราวในตอนแรกที่แบไต๋ได้นำเสนอเรื่องการใช้ Easy Pass  (#แบไต๋บุกทางด่วน : https://www.beartai.com/feature/255184) ต่อมาแบไต๋จึงได้อ้อนวอนให้รถยนต์หันมาใช้ Easy Pass อีก 3,000 คัน  เพื่อให้รถที่ขึ้นทางด่วนด่านพระราม ๙นั้นเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

จากวันนั้น หนุ่ย พงศ์สุข จึงส่องดูว่ามีผู้ร่วมกระทำการดีกี่คันแล้ว จากการส่องใน Social Media ทำให้ได้พบกับเพจน้องใหม่ “ก้าวหน้าโบรคเกอร์” ที่ได้ทำ CSR ร่วมกับ ประกันภัยรถยนต์ MSIG ประกันภัย ซึ่งได้จัดแคมเปญ “ทำประกันภัยรถหรือแค่จอง รับ Easy Pass มูลค่า 1,000 บาทฟรี  แถมจัดส่งฟรี แถมบริการต่อภาษีฟรี แถมบริการตรวจสภาพรถฟรี ที่ตรอ. ทั่วประเทศ” (ฟรีมันทุกอย่างนั่นแหละ) เพื่อช้วยกระตุ้นให้รถ 3,000 คันหันมาใช้ Easy Pass ให้เป็นจริงตามที่แบไต๋คาดหวังไว้

นับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2561 เป็นวันที่เพจแบไต๋ได้ลงคลิป #แบไต๋บุกทางด่วน เพื่อประกาศ อ้อนวอนผู้ใช้รถจำนวน 3,000 คัน โปรดช่วยกันหันมาใช้ Easy Pass เพื่อที่รถจะได้ไม่ติดสะสมบนทางด่วนด่านพระราม ๙ และถ้าหากไล่ดูจากการประกาศอ้อนวอนทางหน้าเพจแล้ว พบว่ามีรถยนต์ไม่ต่ำกว่าร้อยคัน…ที่หันไปติด Easy Pass กันแล้ว” เย่!!! ถือว่าการข้อร้อง อ้อนวอนของเราแบไต๋นั้นได้ผลไปอีกขั้น

ซึ่งวิธีการสมัคร ซื้อประกันภัยรถยนตร์กับ MSIG ประกันภัย หรือ แค่จอง ผ่าน “ก้าวหน้าโบรกเกอร์” ก็ง่าย ๆ ดังนี้

  • คุณจะได้รับประสบการณ์ในการใช้ Easy Pass ทันที มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท ส่งเครื่องให้ถึงบ้าน โดยไม่ต้องจอดรถ ไม่ต้องติดต่อที่ด่าน ส่งมอบกันแบบตรง ๆ ไปเลย
  • แถมบริการต่อภาษีรถยนตร์ หรือตรวจสภาพรถ ฟรี!!!ทั้งสองรายการ  ได้ที่ ตรอ.ทั่วประเทศ
  • แต่ในขณะเดียวกันในส่วนของลูกค้าที่มี Easy Pass อยู่แล้วแต่ต้องการซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านก้าวหน้าโบรกเกอร์ ก็จะได้รับสิทธิส่วนลดพิเศษในการซื้อประกันภัยรถยนต์สูงสุด  1000 บาท ด้วยเช่นกัน
  • บอกเลยว่าการทำ CSR ร่วมกับ ประกันภัยรถยนต์ MSIG ประกันภัย นั้นเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมจริง ๆ

และอีกปัญหาที่บ่นกันหนาหูในเรื่องของการติด Easy Pass คือ เรื่องของใบกำกับภาษี นั่นเอง เพราะบรรดาพนักงานบริษัทที่ใช้ Easy Pas นั้น คุณจะไม่ได้รับใบเสร็จเพื่อนำไปเบิกค่าใช้จ่าย แต่เชื่อเถอะว่าเทคโนโลยีสมัยนี้สามารถช่วยคุณได้เสมอ เพราะเรามีแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า แอปฯ EXAT Portal ให้คุณได้ดาวน์โหลดมาใช้กัน

  • ขั้นตอนแรกเข้าไปที่ แอปฯ EXAT Portal
  • จากนั้นก็เข้าไปลงทะเบียน
  • ถ้าคุณต้องการใบกำกับภาษีในรูปแบบนิติบุคคล
    • คุณก็กรอกข้อมูลบริษัท // กรอกหมายเลขบัตร Easy Pass ของบริษัท // กรอกด่านที่คุณสะดวกไปรับใบกำกับภาษี
  • เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย คุณก็สามารถไปรับใบกำกับภาษีที่ด่านที่คุณกรอกลงไปใน แอปฯ EXAT Portal ได้เลย สะดวกสุด ๆ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

feature

#7gogreen โครงการดี ๆ ที่ #CPALL ดันให้ “ลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก” อย่างจริงจัง!!

Published

on

“เซเว่น อีเลฟเว่น” เดินหน้าโครงการ 7 GO Green ดันให้ “ลด และ เลิก ใช้ถุงพลาสติก” #ไม่รับถุงพลาสติก คำง่าย ๆ ที่คุณเริ่มได้แล้ววันนี้ #7gogreen โครงการดี ๆ จาก #CPALL ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป… มาเชิญชวนชาวแบไต๋และทุกคน ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมลดการใช้ถุงพลาสติก พร้อมกับทริคเด็ด 7 Share เรื่องราวที่ไม่ควรพลาด ”ลดวันละถุง… คุณทำได้” ว้าวว..ดีงามแบบนี้ ไม่ทำไม่ได้แล้ว

พร้อมร่วมสนุกกับคลิปนี้ แจกถุงผ้าจาก “Beartai” 10 รางวัล!! กติกาคือ

  1. กด Like & Share คลิปนี้ในเพจ beartai เป็นสาธารณะ
  2. Comment ตอบคำถามที่ใต้โพสต์นี้ และ Tag เพื่อน
  3. คำถามคือ : ไอเดียลดใช้ถุงพลาสติกของคุณคืออะไร?
  4. ทำตามกติกาให้ครบแล้วรอลุ้นรับได้เลย
  5. สุ่มผู้โชคดีและประกาศผลวันที่ 20 พ.ย. 2561 นี้

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 7 เดือน 11 ผม “หนุ่ย พงศ์สุข” มาอยู่ที่นี่ Troop Team ของ 7-11 กลางสีลม เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เวลาจะจัดงานเพื่อให้เป็นที่รับรู้ ในวงกว้าง เขาจึงมา Kick Off ตั้งเตะกันจากตรงนี้ เห็นสีขาว สีเขียว ในขบวนแล้ว คงทราบกันเลยว่า ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมแน่นอน เพราะวันนี้ทาง CP All ได้จัดโครงการ 7 Go Green ขึ้น เพื่อประกาศเจตนารมย์ ลด ละ เลิก ถุงพลาสติก โดยเริ่มจากการให้ความรู้กับประชาชน และเพิ่มจิตสำนึกสาธารณะ ไปจนถึงการค่อย ๆ ปฏิบัติง่าย ๆ คือ ลดวันละถุง คุณทำได้

เพราะทุกคนตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการใช้ถุงพลาสติกที่มีต่อโลกของเรา CP All ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในไทย เดินหน้านโยบาย 7 GO Green (เซเว่น โก กรีน) ได้ฤกษ์ประกาศเจตนารมณ์ “ลด และ เลิกใช้ถุงพลาสติก” ณ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ตามปณิธานอันมุ่งมั่นของ CP All “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ที่จะร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ เซเว่น อีเลฟเว่น ยังเชิญชวนลูกค้า และบุคคลทั่วไปให้ลดการใช้ถุงพลาสติก “ลดวันละถุง…คุณทำได้”

  • ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนำหลัการ 3R เพื่อช่วยลดปริมาณขยะ ตั้งแต่การ Reduce , Reuse , Recycle
  • ซึ่งโครงการ 7 Go Green ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างจิตสำนึก ตระหนักถึงความสำคัญสิ่งแวดล้อมซึ่งมีกระแสตอบรับเป็นอย่างดี จากหน่วยงานหลายฝ่าย โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น
    • กิจกรรม รักษ์อันดามันร่วมใจ ลดใช้ถุงพลาสติก
    • กิจกรรม รักษ์ลันตา ชูถุงผ้า ร่วมใจลดใช้ถุงพลาสติก
    • ด้านส่งเสริมกิจกรรมสิ่งแวดล้อม อย่างโครงการปฏิเสธถุง ได้บุญ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อลูกค้าเข้าร้านเซเว่นที่สาขานี้ และ ไม่รับถุงพลาสติก ทางร้านเซเว่นฯ จะสะสมยอดค่าใช้จ่ายไว้ และนำมอบให้กับมูลนิธิรามาธิบดี และได้ขยายไปถึงพื้นที่สาขา ในศูนย์การแพทย์ มหาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ด้วย
    • โครงการปฏิเสธถุง ได้แต้ม โดยการให้แต้ม 10 แต้มกับลูกค้าที่จ่ายเงินผ่านบัตร 7 Value Card และไม่รับถุงพลาสติก
    • โครงการลดการใช้ถุงพลาสติก ในสถานศึกษา หรือ ในโรงพยาบาล และตามเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
    • โครงการนำแก้วมา ราคาพิเศษ
    • โครงการใช้ถุงผ้า บอกลาถุงพลาสติก.
    • และจากสถิติตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2561 จากโครงการทั้งหมดนี้ เราสามารถช่วยโลกลดการใช้ถุงถึง 90.8 ล้านใบ

อย่างโครงการ คิดถุ๊ง คิดถุง “โครงการที่เราคุ้นหูที่สุดก็คือ คิดถุ๊ง คิดถุง โครงการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบันก็เป็น 6 ปีติดต่อกัน เพื่อปลูกจิตสำนึกพนักงานร้านสาขา เยาวชน และประชาชน ตลอดจนลูกค้าให้มีส่วนร่วมในการลดใช้ถุงพลาสติก ผ่านแนวคิด “ซื้อของชิ้นเล็ก ไม่รับถุงพลาสติก” “ซื้อของหลายชิ้นใส่รวมถุง” อีกทั้ง ยังได้ผสานความร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรภาคสังคม เพื่อขับเคลื่อนการรณรงค์ โครงการสร้างเครือข่ายเยาวชนไทยลดใช้ถุงพลาสติก นำร่องในโรงเรียนที่มีศักยภาพความเป็นผู้นำ

และร่วมกับเครือข่ายเยาวชนพัฒนาศักยภาพ (Youth for next step) มุ่งเน้น เก่ง ดี มีจิตอาสา ที่มีนักศึกษาหลาย ๆ มหาวิทยาลัย ลดใช้ถุงพลาสติกในโรงเรียนต่าง ๆ กว่า 50 แห่ง ในพื้นที่ 17 จังหวัด ผลการจัดตั้งเครือข่ายเยาวชนไทยลดใช้ถุงพลาสติก มีโรงเรียน 69 แห่ง มีนักเรียนร่วมกิจกรรมกว่า 60,850 คน ทั้งยังได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐ – เอกชน กว่า 20 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้ลด ละ เลิกใช้ถุงพลาสติก ซึ่งผลสำเร็จในปี 2560 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ร่วมโครงการ “ลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 12,698,840 ใบ”

7-11 เขาเอาจริง จัดหนัก จัดเต็มกว่าแจกสแตมป์ ผม“หนุ่ย พงศ์สุข”ก็อยากเชิญชวนชาวแบไต๋ ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันนะครับ มาถึง 7-11 แล้วเราจะน้อยกว่าเขาได้ยังไง ผมมีไอเดีย 7 แชร์ให้โลกรู้คือ

  1. ใช้แก้วน้ำส่วนตัวแทนการใช้แก้วพลาสติก
  2. ใช้ถุงผ้า แทนถุงพลาสติก
  3. ใช้กล่องข้าว แทนกล่องโฟม
  4. ไม่ขอถุง คือไม่ขอถุงตามร้านค้าทุกแห่ง
  5. เก็บขยะวันละชิ้น ช่วยโลกมากกว่าที่คิด
  6. ไปไหนใกล้ ๆ ใช้การเดิน ลดมลพิษ
  7. แชร์ประสบการณ์ดี ๆ ทุกครั้งที่เราทำเพื่อโลก

ผมเชื่อนะครับว่าการเล่าเรื่อง การแชร์ประสบการณ์ จะทำให้คนอื่นเห็นตัวอย่างและทำตามได้ มันจะได้ผล 7Share ไปด้วยกันนะครับ ชาวแบไต๋…คุณทำอะไรเพื่อโลก บอกเราด้วยครับ!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

#beartaiTips ย้ายเครื่องยังไงให้ Line ไม่หาย!?

Published

on

แบไต๋ทิปส์วันนี้ขอเสนอ ย้าย Line มาเครื่องใหม่ยังไงให้ (ข้อมูลไม่หาย) กันเถอะ!! ทำไมต้องย้าย? มีมือถือใหม่? เครื่องหาย? ไลน์หาย? เป็นปัญหาเล็ก ๆ ที่พบเห็นบ่อย ๆ ครับ ผม “เกตต์” จะมาแบไต๋ทิปส์ง่าย ๆ ที่จะให้ไลน์ไม่หาย ข้อความ สติกเกอร์ ธีม อยู่ครบกัน

ก่อนอื่นเลยในบัญชีเดิมของเราต้อง ลงทะเบียนอีเมล์ หรือเชื่อมต่อบัญชี Line เข้ากับ Facebook ไว้ก่อน

เพราะเรามีวิธีการโอนย้ายข้อมูลบัญชี 2 วิธี

  1. ใช้ Email
  2. ใช้ Facebook

ไปกันเลย!! ไปที่ตั้งค่า(รูปเฟือง) – บัญชี – กรอกอีเมล์ รหัสผ่าน หรือ กดเชื่อมต่อ Facebook เลยครับ สำหรับคนที่ยังไม่เคยกรอก ส่วนเบอร์โทรศัพท์มีอยู่แล้วจากที่เราเคยลงทะเบียนไว้ครั้งแรก หรือจะเปลี่ยนก็ได้ครับ

แต่เดี๋ยวก่อน หากมีการสนทนาที่เราอยากจะเก็บไว้ ไม่ว่าจะคุยงาน คุยกับแฟน คุยกับลูกค้า คุยกับลูกหนี้ เราก็สามารถเก็บบันทึกการสนทนาไว้ก่อนได้ พอย้ายเครื่องเสร็จเราก็เอามาลงใหม่ได้ มาลองกันเลย

ไปที่ตั้งค่า (รูปเฟือง) เลือก “แชท/Chat”

#สำหรับAndroid ดูเมนูแรก “สำรองข้อมูล & เรียกคืนข้อมูล”

  • สำรองข้อมูลไปยัง Google ไดรฟ์
  • เลือกบัญชีที่เราจะเก็บไฟล์แบคอัปไว้ครับ
  • กดอนุญาต เรียบร้อย

#สำหรับiOS ดู “สำรองข้อมูลการแชท/Chat History Backup”

  • สำรองข้อมูลตอนนี้ / Back up now ระบบจะทำการ Backup ซักครู่แล้วไปเก็บไว้ที่ iCloud ซึ่งเราสามารถอัปเดต Backup ไว้ได้เรื่อย ๆ จะช่วยให้เรากู้ข้อมูลได้เวลาเครื่องหายด้วยครับ

ลงทะเบียนเบอร์โทร Email Facebook และ Backup ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ผมพร้อมที่จะย้ายเครื่องแล้วครับ “ห้ามกดลบบัญชี” ถ้าเราจะย้ายเครื่องใหม่ไม่ต้องลบบัญชีนะครับ ถ้าลบข้อมูลทุกอย่างจะหายหมดเลย เราแค่ “Logout” หรือง่ายกว่านั้น “ลบแอป” ไปเลยง่ายดี หรือง่ายกว่านั้นอีก “Login ในเครื่องใหม่” ไลน์ก็จะเด้งออกจากเครื่องเก่าเองเลยครับ

มาดูวิธีกู้คืนไลน์เก่าอันเป็นที่รักของเรากันเถอะ!!

  • วิธีแรกที่บอกไปครับ คือ ใช้ Email โดยการ – กรอก Email Password ไปเลยครับ และยืนยันด้วยเบอร์โทรศัพท์อีกครั้ง และนำรหัสที่ได้จาก SMS มากรอกครับ
    • แต่ถ้ารหัสไม่เข้าละก็ ให้ขอรหัสอีกครั้งด้วยการโทรครับ
    • กดปุ๊บ ไลน์จะโทรมาปั๊บและบอกรหัสเป็นตัวเลข 4 หลัก ด้วยระบบอัตโนมัติครับ ง่ายมาก ๆ เข้าได้แล้วไลน์เก่าของเรา
  • มีอีกวิธีครับที่เราบอกไปตอนต้น คือใช้ Facebook อันนี้ใคร ๆ ก็ใช้ แต่ข้อระวังก็คือ!!
    • มันไม่ได้ไปเชื่อมต่อผ่าน App Facebook ครับ มันจะไปที่ Browser ถ้าเคย Login ไว้แล้ว
    • ก็กด “ดำเนินการต่อ” ได้เลยครับ แต่ถ้ายังก็ต้อง Login Facebook ก่อน
    • ถ้าใครใช้ Facebook ในแอปกับ Browser คนละบัญชีกัน ก็ต้องระวังเชื่อมต่อผิดด้วยนะครับ
    • วิธีนี้เราก็เลือก “เข้าสู่ระบบด้วย Facebook” ตรงตัวเลยครับ และยืนยันด้วยเบอร์โทรศัพท์อีกครั้ง เหมือนวิธีแรก แค่นี้เข้าได้เลยง่ายสุด ๆ

ทีนี้ไฮไลท์ก็คือ เราสามารถนำบันทึกการสนทนากลับมาได้ด้วยครับ เราสอน Backup ไปแล้วก็ต้องสอน Restore หรือกู้คืนด้วยครับ

  • #สำหรับแอนดรอย ดูเมนูแรกเหมือนเดิม “สำรองข้อมูล & เรียกคืนข้อมูล” จิ้มไปที่ “เรียกคืนข้อมูล” – เลือกบัญชีที่เราเก็บไฟล์แบคอัปไว้เมื่อกี้ เรียบร้อย มาแล้วววว
  • #สำหรับiOS หลังจาก Login จะมีหน้า “เรียกคืนประวัติการแชท” กด “เรียกคืนประวัติการแชทจากข้อมูลที่สำรองไว้” เรียบร้อยครับผม ง่ายมาก ๆ

ทีนี้การย้าย Line มาเครื่องใหม่ก็ง่ายแสนง่ายครับ “ดูแบไต๋ทิปส์กับเกตต์ ต้องเก็ตแล้วนะ” 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

#beartai พาไปดูเทคโนโลยี Face Recognition ในวงการวิ่งครั้งแรกของโลก!!

Published

on

ไทยรัน (ThaiRun) สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ของไทย มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่ทันสมัยในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ยั่งยืน ด้วยการแนวทางธุรกิจแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Business) โดยเริ่มจากสร้าง Platform เพื่อเป็นฮับให้กับนักวิ่ง (Happy Hub for Runners) เพราะในปัจจุบันผู้คนมักออกกำลังกายกันมากขึ้น และการวิ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม 

ในงาน  “บางแสน 42” 2561 ได้มีการเปิดตัว เทคโนโลยี Face X ซึ่งเป็นการนำระบบการจดจำใบหน้า (Face Recognition) และใช้ร่วมกับการจัดทำ Big Data/AI มาใช้กับการวิ่งครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของงานวิ่งที่มีการใช้เทคโนโลยีนี้ครั้งแรกในงานด้วย โดยแบ่งเป็น

  1. Face ID เป็นเทคโนโลยีระบบการจดจำใบหน้า นำมาช่วยในการตรวจสอบยืนยันบุคคลของนักวิ่ง ว่าเป็นคนเดียวกัน ตามกฎของ IAAF
    1. โดยระบบ Face ID จะมีการบันทึกประวัติของนักวิ่งที่ระบุไว้ในใบสมัคร รวมถึงสถิติการวิ่งที่ผ่านมา
    2. มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดจำนวน 7,037 คน ต้องลงทะเบียนผ่าน BIB ที่มีการจดใบหน้า เพื่อทำให้การจัดงานเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน มีความถูกต้อง ยุติธรรมกับนักวิ่งทุกคน ตามมาตรฐานสากล
    3. รวมถึงกรณีที่ผู้วิ่งเกิดอาการบาดเจ็บก็สามารถดึงประวัติทางการแพทย์ การแพ้ยาต่าง ๆ ของนักวิ่งเพื่อเข้าช่วยเหลืออย่างถูกต้องและทันท่วงทีด้วย
  2. Face Search เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้ Image processing หรือ การประมวลหาภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีความแม่นยำ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาภายถ่ายของนักวิ่ง
    1. โดยระบบ “Face Search” เป็นระบบการค้นหาภาพจากใบหน้า
    2. เพียงโหลดภาพใบหน้าของตนลงในระบบ ระบบจะค้นหาภาพจากใบหน้าใกล้เคียงโดยมีความแม่นยำสูงถึง 95%
    3. แสดงผลลัพธ์ภาพได้ค่อนข้างครบถ้วน นักวิ่งไม่จำเป็นต้องหาภาพทีละภาพจากแต่ละกล้องอีกต่อไป

บริษัทพยายามออกแบบเทคโนโลยีให้อยู่ในรูปของ Platform ที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ช่างภาพ สามารถอัพโหลดภาพวิ่งให้กับนักวิ่งได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเป็นพื้นที่การขายสินค้าต่าง ๆ เกี่ยวกับการวิ่ง การจัด Virtual Run เพื่อระดมทุนการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งเป็น platform ที่มีศักยภาพมาก”

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!