Connect with us

Published

on

รู้หรือยังคะคู๊ณณณ!! เรามีคลาวด์ระดับโลกอย่าง Huawei Cloud มาเปิดให้บริการและตั้งศูนย์ข้อมูล Data Center เป็นรายแรกในไทยแล้วน้า สามารถเข้าถึงข้อมูลและเชื่อมโยงกับเครือข่ายทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว พร้อมโซลูชั่นรองรับธุรกิจอีกเพียบ

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เราอาจจะคุ้นเคยกับชื่อของ Huawei ในฐานะผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรงตอนนี้ แต่จริง ๆ แล้วหัวเว่ยเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการสื่อสารยักษ์ใหญ่จากจีน ที่นอกจากธุรกิจกลุ่มอุปกรณ์มือถือแท็บเล็ตแล้ว ยังมีธุรกิจในกลุ่มเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และธุรกิจอีกกลุ่มที่เพิ่งเปิดตัวในเมืองไทย และที่เป็นไฮไลท์เด็ดเลยก็คือบริการคลาวด์สาธารณะ หรือ Huawei Public Cloud ที่นอกจากจะให้บริการในไทยแล้ว ยังเหนือกว่าบริการคลาวด์ระดับโลกค่ายอื่น ๆ ด้วยการ…ตั้งโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ซึ่ง Huawei Cloud Thailand เปิดตัวสถานที่เดียวกับที่จัดงาน Digital Thailand Big Bang 2018  เรามาดูรายละเอียดในวันเปิดตัวกันเลยดีกว่า

หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) เปิดตัวบริการคลาวด์สาธารณะในประเทศไทย ถือเป็นผู้ให้บริการ Public Cloud ระดับโลกรายแรกที่เปิดให้บริการในไทย พร้อมตั้งโครงสร้างพื้นฐาน และ Data Center ในประเทศ เพื่อเร่งความเร็วการใช้งานและเข้าถึงข้อมูลในไทย และสามารถเข้าถึงจากเครือข่ายทั่วโลกได้ โดยหัวเว่ยได้รับมอบใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจบริการคลาวด์ในประเทศไทย จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทำให้หัวเว่ยเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีระดับโลกรายแรกที่เปิดให้บริการคลาวด์ในประเทศไทย ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน 2561 

Cloud คือก้อนเมฆที่มีความสำคัญกับประเทศไทย ต้องส่งเสริมการใช้งานทั้งภาค SME และภาครัฐ ในส่วนภาครัฐจะเน้นที่การจัดข้อมูลและการรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ซึ่งมาตรฐานการจัดการข้อมูลภาครัฐนั้นสำเร็จแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เราเอาข้อมูลไปใช้ง่ายขึ้น บริการประชาชนได้เร็วและตรงเป้าขึ้น สามารถให้ข้อมูลกับภาคเอกชนเพื่อนำไปสนับสนุนธุรกิจได้

จุดเด่นของ Huawei Public Cloud คือ

  • มีศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่ที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
  • พื้นที่นี้ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ
    • ฉะเชิงเทรา,
    • ชลบุรี
    • และระยอง
  • ทำให้เชื่อมต่อข้อมูลในประเทศด้วยความเร็วสูงและต้นทุนที่ถูกกว่าการเชื่อมต่อโดยตรงจากต่างประเทศ
  • นอกจากนี้หัวเว่ยยังมีศูนย์ข้อมูลในอีกหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์, รัสเซีย, เนเธอร์แลนด์, จีน, แอฟริกาใต้ เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลให้เข้าถึงรวดเร็วจากทั่วโลก

หัวเว่ย ถือเป็นผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และชิปเซ็ตในบริษัทเดียว พร้อมประสบการณ์ด้านการค้นคว้าวิจัยด้านการประมวลผลแบบคลาวด์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้หัวเว่ย มีเทคโนโลยีคลาวด์ต่าง ๆ เช่น

  • การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)
  • การจดจำข้อมูลภาพ (Image Recognition)
  • และเทคโนโลยี AI
  • พร้อมระบบนิเวศแบบเปิดที่มีบริษัทพันธมิตรกว่า 6,000 รายทำงานร่วมกับหัวเว่ย คลาวด์ เพื่อจัดหาโซลูชั่นแบบครบวงจร จนสามารถสนับสนุนการทำงานของผู้ใช้คลาวด์จากหัวเว่ยได้หลากหลาย

การเปิดให้บริการในประเทศไทยของบริการ Public Cloud จากหัวเว่ยนั้น…ถือว่าน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยล่ะค่ะ เพราะในที่สุดประเทศไทยก็เป็นแหล่งที่ตั้งของศูนย์ข้อมูล Data Center ขนาดใหญ่จาก Cloud ที่ให้บริการในระดับนานาชาติสักที ซึ่งนอกจากทำให้การแข่งขันในตลาด Public Cloud สูงขึ้นแล้ว ยังทำให้ผู้ใช้บริการชาวไทยมีทางเลือกในการใช้บริการที่มากขึ้นอีกด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!