Connect with us

Published

on

ศึกตัดสิน AIS PVP Esports Championship ส่งแชมป์เกม DOTA2 และ ROV เป็นตัวแทนนักกีฬาอีสปอร์ตประเทศไทยไปชิงแชมป์ระดับภูมิภาคที่ประเทศสิงคโปร์ 5 – 7 ตุลาคม 2561 นี้ ติดตามการแข่งขันแบบสด ๆ ได้ทางแอปฯ AIS Play เลยจ้าาา!!

จบกันไปแล้วค่ะกับงาน AIS Thailand PVP ESport Championship ทัวร์นาเมนท์การแข่งขันสุดยอด 2 เกมดังระดับโลกอย่าง DOTA2 (โดต้า 2) และ RoV จากการแข่งขันดุเดือดที่คัดเลือกทีมแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนมาถึงรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ในวันที่ 16 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา

สำหรับ Dota2 รอบชิงแชมป์ประเทศไทยเดือดระอุไปด้วยการแก้แค้นระหว่าง Revenge AKE และ Hashtag?

  • แต่ Revenge AKE แก้แค้นไม่สำเร็จส่งผลให้ Hashtag? เป็นผู้ชนะรับเงินรางวัลรวมมูลค่า 600,000 บาท
  • และได้ตั๋วไปแข่งขันต่อชิงแชมป์โลกที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 5 – 7 ต.ค. 2561 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 6,600,000 บาท

ส่วนทางด้าน RoV นั้นเป็นการขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นจนได้ 4 ทีมที่คะแนนสูงสุดได้แก่

  1. ALPHA X
  2. Aisawan Nemesis (ไอศวรรย์ นีมิซิส)
  3. SUDPAINOI (สุดไปหน่อย)
  4. และ KimakiRa (คิมะคิระ)
  • ซึ่งไม่มีทีมไหนที่สามารถหยุดความแรงของทีม ALPHA X ได้จริง ๆ ที่ชนะ KimakiRa ด้วยคะแนน 2-0 และ
  • ชนะ Aisawan Nemesis ต่อเนื่องด้วยคะแนน 2-0 เช่นกัน
  • จึงได้รับเงินรางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท
  • และได้ตั๋วไปแข่งขันต่อที่สิงคโปร์ เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 3,300,000 บาท ในวันที่ 5 – 7 ต.ค. 2561 เช่นกัน

ภายในงาน AIS Thailand PVP ESport Championship ไม่ได้มีแค่การแข่งเกมระดับมืออาชีพเท่านั้นค่าาา แต่ AIS Thailand PVP ESport Championship ยังเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเข้ามาท้าแข่งปะลองฝีมือกันเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นดวล DOTA2 แบบตัวต่อตัว หรือจะจับคู่หูมา Duo Macth กันในเกม RoV ซึ่งมีของรางวัลมากมายตั้งแต่

  • พวงกุญแจ DOTA2
  • เสื้อแจ็กเก็ต
  • ไปจนถึงโทรศัพท์มือถือจาก Honor ด้วยน้า

แถมเอาใจคอเกมเมอร์ด้วยสาวสวยอย่าง เบียร์ ภัสรนันท์ ที่มาสร้างสีสันบนเวที และยังมาท้าดวล DOTA2 กับผู้ร่วมงานด้วย พร้อมยังมีหนุ่ม ๆ SBFive โชว์สเตปบนเวทีไม่พอแต่ยังมาโชว์สเตปเกมเมอร์ให้แฟน ๆ ได้กรี๊ดอีกด้วย

มารวมส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬา ESport ตัวแทนประเทศไทย ไปชิงแชมป์ระดับภูมิภาคที่สิงค์โปร ในวันที่ 5 – 7 ตุลาคมนี้ รับชมสด ๆ หรือย้อนหลังความมันแบบฟรี ๆ ได้ที่แอปพลิเคชัน AIS Play หรือที่ esports.ais.co.th ไปเชียร์กันเยอะ ๆ น้าาาา!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

feature

#beartaiLIVE “หนุ่ย พงศ์สุข” ทดสอบสด Nokia WiFi Beacon3 ไร้การตัดต่อ!!

Published

on

วันนี้ผม “หนุ่ย พงศ์สุข” จะมาบอกลาปัญหาพื้นที่อับสัญญาณ และปัญหาการดูคลิปกระตุกไปได้เลย มันคืออะไร เดี๋ยวผมอธิบายให้ฟัง”

Nokia Wifi Beacon 3 ซึ่งเป็นที่มาของความลื่นไหลของคลิปที่อยู่ในมือของผม ซึ่งวันนี้ทาง AIS Fibre ได้ผนึก NOKIA ในรูปแบบ CO-Creation โดยใช้เทคโนโลยี Mesh Wi-Fi หรือการทำนวัตกรรมโครงข่าย WiFi ภายในบ้าน เพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ดีที่สุดในการใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูง ซึ่งผลของการจับมือในครั้งนี้คือเจ้า Nokia WiFi Beacon 3 ตัวนี้นี่เอง เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราทดสอบให้ดูความสามารถกันตรงนี้เลย!!

ตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้านที่น่าจะเป็นจุดอับสัญญาณ เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ ออกหน้าบ้าน ทดสอบเปิดเครื่องไมโครเวฟแล้วเอามือถือไปใกล้ ๆ แล้วเปิดแอปฯ Nokia WiFi เอาไว้เพื่อตรวจสัญญาณไปด้วย จะเห็นว่ายังคงเขียวตลอดเวลา

จุดเด่นของ Nokia WiFi Beacon 3 มีดังนี้

  • ติดตั้งง่ายมาก ๆ คนที่แทบไม่มีความรู้เรื่อง Network ก็สามารถติดตั้งได้ด้วยตนเองโดยทำตามขั้นตอนที่บอกในแอปฯ Nokia WiFi โหลดได้ทั้ง Google Play Store และ AppStore
  • มีความเร็วในการรับ / ส่งสัญญาณ WiFi สูงระดับ AC3000 หรือการเชื่อมต่อ 2 ย่านความถี่ 2.4 GHz และ 5 GHz รวมกันสูงสุดถึง 3 Gbps เลยทีเดียว สามารถกระจายสัญญาณได้สูงสุด 200 ตร.ม. และเชื่อมต่อได้สูงสุด 32 อุปกรณ์พร้อมกัน
  • กินไฟน้อยมากไม่ถึง 20 วัตต์ ใกล้เคียงหลอดไฟ 1 ดวงเท่านั้น
  • มีระบบ AI ช่วยในการจัดการบริหารคลื่นทั้ง 2 ย่านให้เหมาะสม พร้อมมีระบบจัดการแก้ไขปัญหาจุดอับสัญญาณอย่างรวดเร็วภายในไม่ถึง 1 วินาที เมื่อพบปัญหาการรบกวนของสัญญาณ (สามารถทดสอบได้โดยการเปิดเตาไมโครเวฟแล้วนำมือถือไปไว้ไกล ๆ)
  • อีก 1 ฟีเจอร์ที่กำลังพัฒนาขึ้นมา Home Portal ที่ผู้ใช้งานสามารถเห็นสถานะการทำงานของ  Mech WiFi ของเราได้แบบเรียลไทม์และระบบการเปลี่ยนตัวกระจายสัญญาณให้อัตโนมัติ ทำให้เราใช้เน็ตได้ลื่นไหลตลอดเวลา
  • ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมระดับสากลจาก iF Design Foundation รูปลักษณ์ ดีไซน์สวยงามโดดเด่น เมื่อเทียบกับ Router Wifi แบบเดิม ๆ แถมติดตั้งง่าย พร้อมใช้ทันที
  • สามารถนำ Nokia WiFi Beacon 3 มาเชื่อมต่อเพิ่มเติมได้ตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้านเพื่อขยายสัญญาณเน็ตให้ไกลกว่าเดิม เพราะบางบ้านที่มีความสูงมาก ๆ หรือกว้างมาก ๆ สัญญาณอาจจะไม่ครอบคลุมได้ โดยสามารถวางเชื่อมกันได้จำนวนสูงสุด 3 ตัว
  • *อย่านำไปวางไว้ภายในที่เปียกชื้นมาก ๆ เช่นห้องน้ำหรือหน้าสระว่ายน้ำเพราะอาจทำให้เครื่องมีปัญหาได้ แนะนำว่าเอาไว้แค่หน้าห้องน้ำหรือใกล้เคียง สัญญาณก็สามารถกระจายไปถึงได้แล้ว

วิธีติดตั้ง

  • แค่ลงแอปฯ Nokia Wifi โดยการค้นหาผ่าน google store หรือ app store หรือง่ายกว่านั้นก็ Scan barcode ด้านในกล่อง ระบบจะพาคุณไปโหลดเองเลย
  • เสร็จแล้วก็ให้เข้าแอปฯ แล้วเขาจะบอกให้ Scan barcode ด้านใต้เครื่อง ก็ทำการสแกนให้เรียบร้อยแล้วกด next ทำตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย ซึ่งเรียกได้ว่าง่ายนิดเดียวจริง ๆ
  • ส่วนวิธีเพิ่มจำนวนเครื่องก็เข้าไปที่แอปฯ Nokia WiFi แล้วกดที่เมนูมุมซ้ายบน แล้วเลือก “เพิ่ม Beacon” แล้วก็ทำตามคำแนะนำไปเรื่อย ๆ แค่นี้เอง เสร็จแล้ว

Nokia Wifi Beacon 3 เหมาะกับใครบ้าง

  • ตอบโจทย์ครอบครัวที่มีบ้านหลังใหญ่ ๆ มีหลายชั้น จะมีมุมอับสัญญาณเยอะ
  • คนชอบดูวิดีโอแบบ 4K ผ่านมือถือ ต้องการความแรงของสัญญาณที่มากและความเสถียรที่สูง คุณพ่อคุณแม่หรืออากง อาม่า ที่ชอบดูคลิปมือถือแล้วบ่นว่าทำไมดูไม่ได้ เหมาะมาก ๆ เพราะง่ายทั้งติดตั้งและง่ายทั้งเชื่อมต่อแบบสุด ๆ
  • นักเล่นเกมสายตีป้อม RoV หรือสายโดดร่ม PubG ก็ไม่ต้องหัวเสียกับอาการแลคของอินเตอร์เน็ต WiFi ซึ่งเป็นปัญหามาอย่างยาวนาน งานนี้เดินไปเล่นไปได้ทั้งบ้านไม่มีเน็ตสะดุดแน่นอน

แน่นอนว่าพูดมาทั้งหมดนี้ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของราคา ซึ่ง Nokia WiFi Beacon 3 ตัวนี้จัดจำหน่ายที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลก และเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้า AIS Fibre เท่านั้น!!

  • โดยเริ่มจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านทาง AIS Online Store พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ จำหน่ายแบบ Duo-Pack (2 ชิ้น) ในราคาเพียง 10,990 บาท (จากปกติ 14,990 บาท)
  • พิเศษยิ่งกว่า!! ต้อนรับการเปิดตัวในไทยเป็นที่แรกของโลก จัดหนักโปรสุดร้อนแรง!! ลดเหลือเพียง 9,990 บาท เมื่อซื้อภายในวันที่ 31 มกราคม 2562 หนึ่งหมื่นมีทอน!! เร้าเตอร์เทพ ๆ ขนาดนี้ บ้าไปล้าวววว
  • ส่วนใครอยากเห็นตัวจริง ก็มาสัมผัสได้ที่ AIS Flagship Store สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ดได้เลยครับ

และสำหรับใครอยากปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก็ติดต่อได้ที่ AIS Official Line @nokiawifithailand ได้เลยจ้าาาา!!

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

#แบไต๋พาชม Innovation พลังงานสะอาดระบบไมโครกริดแบบเคลื่อนที่ได้ ครั้งแรกในไทย 

Published

on

ในที่สุดเราก็มาถึงงาน Pepsi Presents Big Mountain Music Festival 9 แล้ว ว่าแต่ภาพงานปีก่อนเป็นยังไงบ้างเนี่ย หาข้อมูลแปป…เอ้า แบตฯ จะหมดแล้ว วันนี้ก็ดันพกมาแต่สายชาร์จแต่ลืมเอา Power bank มาอีก จะเอาไงดีเนี่ย…

โอ้โห เขาเข้าใจคิดเหมือนกันนะเนี่ย เอาเต้นท์สำหรับชาร์จมือถือมาตั้งหน้างานด้วย ไหน ๆ ก็มาถึงนี่แล้ว เราเข้าไปคุยกับเขากันเลยดีกว่า เผื่อได้ชาร์จไฟฟรีกับเขาด้วย เดินเข้าแถวต่อรับ Wristband สำหรับคุมจำนวนคนชาร์จ

เป็นประจำทุกปีสำหรับขาร็อคชาวไทยกับงานดนตรีสุดยิ่งใหญ่อลังการที่จัดเป็นประจำทุกปีกับงาน Pepsi Presents Big Mountain Music Festival 9 ซึ่งปีนี้นอกจากความยิ่งใหญ่ของงานแล้ว ในปีนี้ยังมีนวัตกรรมพลังงานสุดล้ำให้คุณได้เห็นจาก Banpu ที่นำเอาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ระบบ Microgrid (ไมโครกริด) แบบเคลื่อนที่ได้ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบออฟกริด (Off-grid) หมายถึงการผลิตไฟฟ้าได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าอื่น เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ในงานนี้เราได้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แบบ 100 % ยิ่งเป็นงานที่จัดกิจกรรมแบบกลางแจ้ง อย่างนี้ยิ่งตอบโจทย์สุด  ๆ

โดย Banpu Solar Box จะทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งประเทศไทยถือเป็น 1 ประเทศที่มีแสงแดดดีมาก ๆ ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทั้งสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่มีวันหมดได้อย่างเต็มที่แบบฟรีๆ และพลังงานที่ได้เหล่านี้ก็จะถูกนำไปกักเก็บใน Banpu Energy Box หรือที่เราเรียกว่าแบตเตอรี่นั่นเอง ซึ่งขนาดแบตเตอรี่ที่บ้านปูฯ นำมามีความสามารถในการกักเก็บพลังงานได้เยอะพอที่จะใช้งานได้อย่างเหลือเฟือตลอดทั้งวันทั้งคืน

รอดตายไปอีกมื้อ… แต่เอ๊ะ ด้านในเขาก็มีแท่นชาร์จให้ด้วยนี่นา ทางบ้านปูฯ เขาใจดีจริง ๆ นะเนี่ย ที่นอกจากจุดชาร์จสมาร์ทโฟนด้านหน้างานแล้ว เขายังกระจายจุดแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนด้วยพลังงานโซลาร์ (Solar Mobile Charging Kiosk) เอาไว้อีก 5 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนที่มาร่วมงานได้

ชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน เพื่อให้ไม่เกิดการสื่อสารที่สะดุด ในขณะที่ชมดนตรีอย่างสนุกสนาน ตามมุมต่าง ๆ ภายในงานอีกด้วย ซึ่งจุดเหล่านี้ก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน ได้ตลอดทั้งวันทั้งคืนเช่นกัน ถือเป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในยุค 4.0 ที่ทุกคนพกพาสมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งขุมพลังงานสำหรับชาร์จไฟเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สำหรับกิจกรรมเทศกาลดนตรีข้ามคืนเช่นนี้

เรื่องพลังงานนี่เราก็ปฎิเสธมันไม่ได้ว่า มันเป็นเรื่องใกล้ตัว เพราะมันคือส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรานะครับ แต่จะดีกว่าไหมถ้าพลังงานที่เราใช้ มาจากพลังงานที่สะอาดเช่น พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ซึ่งพลังงานเหล่านี้นอกจากเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว มันยังไม่มีวันหมดอีกด้วย เราทุกคนสามารถนำโซลูชันด้านพลังงานมาใช้ได้ในทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดการบริหารการใช้ไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

พอคิด ๆ ดูแล้วก็ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวนะคะ ถ้าเรานำเอาพลังงานแสงอาทิตย์เหล่านี้เข้ามาใช้ภายในธุรกิจ หรือบ้านของเราได้ ซึ่งทางบ้านปู เขาก็เป็น 1 ในผู้นำ ธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก และถือเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่นำระบบพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS Energy Storage System) แบบเคลื่อนที่ได้มาใช้ในการผลิตและจัดเก็บพลังงานทดแทน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้แนวคิด “กล้าที่จะแตกต่าง ผสานพลังงานสะอาดเพื่ออนาคต” สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบ้านปูฯ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเกิดสมาร์ทซิตี้ในประเทศไทยและนำประเทศไทยไปสู่การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป หรือสนใจ Smart City Solutions สำหรับธุรกิจของคุณ หรือกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดก็สามารถปรึกษา Call Center ได้ตามเบอร์ด้านล่างนี้เลยน้า 02-095-6599 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

#beartai อยู่นอกบ้านก็ Print ได้ กับ “HP Ink Tank Wireless 415”

Published

on

เมื่อมีคนเอาเอกสารมาส่งให้ขณะที่เราอยู่บนรถ และเราจอดรถไม่ได้จริง ๆ เพราะต้องรีบไปแล้ว จะทำยังไงกันละ ไปดูกันจ้าาา!!

  • พี่หนุ่ยรับโทรศัพท์ : ฮัลโหล คุณตุ๊ก ผมรู้ว่าจะเอาเอกสารบัญชีใช่ไหม ผมกำลังเซ็นต์เลย
  • พี่ตุ๊ก : แต่ตุ๊กต้องรีบใช้ด่วน ๆ เลยนะเดี๋ยวปิดงานไม่ทัน ต้องรีบเอาไปส่งแล้ว แต่ดีตรงที่เขายังอนุโลมให้ไม่ต้องใช้ตัวจริงก็ได้ ขอแค่ชัด ๆ หน่อยก็พอ
  • พี่หนุ่ย : ได้!! งั้นเอางี้ เดี๋ยวไปรอที่ปริ้นเตอร์นะ เดี๋ยวผมส่งไปให้ทางนั้น

เรื่องแบบนี้ต้องให้เทคโนโลยีมาช่วยหน่อยแล้ว เพราะ HP เขาเข้าใจคนทำงานยุคใหม่ที่มักทำงานนอกสถานที่อยู่เสมอ ปริ๊นเตอร์อย่าง HP Ink Tank Wireless 415 จึงสามารถรองรับการพิมพ์ผ่าน Google Cloud Print ได้เลย แค่ทำการเชื่อมต่อเอาไว้ก่อน ก็พิมพ์ได้ทันที ง่ายแบบนี้แหละ

ไม่ว่าชีวิตจะเร่งรีบขนาดไหน แค่เพียงมือถือของเราทำการเชื่อมต่อกับ Printer HP Ink Tank Wireless เอาไว้ ก็สบายหายห่วงไปได้เลย ไม่ว่าจะพิมพ์งาน พิมพ์รูป ส่งภาพเอกสารผ่านอีเมล หรือแม้แต่พิมพ์รูปบน facebook จะอยู่ตรงไหนของโลกก็พิมพ์ได้ ขอแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็พอ

สเปคคร่าว ๆ ของ Printer ตัวนี้คือ เติมหมึกที่ง่ายมาก ๆ ไม่เลอะมือ พร้อมรองรับการพิมพ์ได้สูงสุด 8,000 แผ่นสำหรับสีและ 6,000 แผ่นสำหรับขาวดำ ตกเฉลี่ยค่าพิมพ์อยู่ที่ 5 สตางค์ต่อแผ่น แถมยังมาพร้อมหมึกกันน้ำอีกด้วย อีก 1 ฟีเจอร์ที่จะขอแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนต้องเดินทางพร้อมกับมีงานท่วมว่า จะต้องทำยังไงถึงจะพิมพ์งานได้แม้อยู่นอกสถานที่

  • จุดสำคัญอยู่ที่เราต้องลงแอปฯ 2 ตัวนี้ให้เรียบร้อย นั่นคือแอปฯ HP Print Service Plugin และแอปฯ Google Cloud Print นั่นเอง
  • ก่อนอื่นเลยเราต้องทำการเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ของเราเข้ากับ Wi-Fi ภายในสำนักงานหรือบ้านของเราก่อน ถ้าไม่มีสาย LAN ก็สามารถเข้าไปควบคุมได้ง่าย ๆ เพียงแค่ให้มือถือเราเชื่อมต่อ WiFi Direct กับ Printer เสร็จแล้วเข้าผ่านแอป HP Smart แล้วกดไปที่รูปปริ้นเตอร์ แล้วเลือก Advanced Setting
  • ระบบจะพาเข้าหน้า Service ของเครื่องพิมพ์ ก็เข้าไปที่
    • Network >
    • Wireless (802.11) >
    • Wireless Setup Wizard แล้วกด Next >
    • เลือก WiFi ของเราพร้อมใส่ User Password ให้เรียบร้อย
    • เป็นอันเสร็จสิ้นการต่ออินเตอร์เน็ตให้กับ Printer HP Ink Tank Wireless 415 ตัวนี้

ซึ่งปัจจุบัน HP Wireless Ink Tank 415 ตัวนี้สามารถทำการสั่งพิมพ์แบบออนไลน์ได้ผ่าน 2 วิธีด้วยกัน มาดูกันว่าสั่งพิมพ์แบบไหนได้บ้าง

  • วิธีแรก เป็นการสั่งพิมพ์ผ่านการส่งอีเมลล์เข้ามาที่เครื่องพิมพ์ เพื่อพิมพ์ออกมาผ่านระบบที่เรียกว่า HP ePrint ซึ่งเราต้องเข้าไป Setting ค่าที่หน้า Advanced Setting เช่นเดียวกัน
    • โดยเข้าไปที่เมนู Web Services > Web Services Settings > แล้วเลือก Continue ด้านล่าง พร้อมติ๊กถูกให้เรียบร้อยแล้วกด OK เสร็จแล้วสังเกตุว่าไฟด้านบนเครื่องจะติดสีฟ้าและสีขาว ก็แสดงว่าเสร็จเรียบร้อย
    • หลังจากนั้นให้กดไปที่เมนู Print Info Page ระบบจะทำการพิมพ์อีเมลล์ที่เราต้องส่งให้ออกมา เพียงเท่านี้เราก็สามารถพิมพ์จากไหนก็ได้แล้วเพียงแค่ส่งเมลล์มาตามนี้ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ word excel powerpoint ไฟล์ภาพ ได้แทบทั้งหมด ไม่มีฟ้อนต์เด้งแน่นอน แต่จำกัดสำหรับไฟล์ภาพแบบ Raw และไฟล์ขนาดใหญ่เกิน 10 Megabyte เพราะไฟล์มีโอกาสโดนปฎิเสธได้
  • และอีกวิธีที่ง่ายเช่นกันคือพิมพ์ผ่าน Google Cloud Print เรามาดูวิธีการ Setting ได้เลย
    • วิธีการจะคล้าย ๆ กับการติดตั้งตอนแรกคือกดเข้าไปที่รูป Printer แล้วเลือก Advanced Setting แล้วเลือก Network > Google Cloud Print > Setup
    • จากนั้นระบบจะทำการขอให้เรายืนยันสิทธิ์โดยการพิมพ์หน้าสำหรับยืนยันออกมา โดยสามารถเข้าผ่าน link หรือสแกนผ่าน qr code ก็ได้
    • จากนั้นก็ทำการกดปุ่มเพื่อยืนยัน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

นี่แหละเครื่องพิมพ์ HP Ink Tank Wireless 415 ที่นอกจากความสามารถดี ๆ เหล่านี้แล้ว ยังมีด้านการรับประกันให้คุณถึง 2 ปีเต็มแบบ On-Site ถึงบ้านและที่ทำงานทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

แถมยังพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเบื้องต้นทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ 5,590 บาท พร้อมหมึกครบเซ็ตแบบนี้ ถือได้ว่าตอบโจทย์ SMEs และครอบครัวที่ต้องพิมพ์อะไรบ่อย ๆ เป็นอย่างยิ่ง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!