Connect with us

Published

on

เจาะฟีเจอร์ที่ต้องว้าวในแอป #KPLUS รุ่นใหม่ มาให้อัปเดตกันแล้วจ้าาา!! ความสามารถใหม่ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น K Plus ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักแอปนี้ในฐานะเจ้ายุทธจักรแอปพลิเคชั่นของธนาคารประเทศไทยนะคะ ทั้งฝั่ง SME ที่ทำธุรกิจออนไลน์ยุคนี้ก็ต้องมีบัญชีธนาคารกสิกรไทยเป็นพื้นฐาน แล้วก็ใช้แอป K Plus เพื่อจัดการเงินหมุนเวียนผ่านมือถือ ส่วนฝั่งผู้ใช้งานทั่วไปก็ใช้แอป K Plus เพื่อใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงสามารถจ่ายเงินซื้อสินค้าผ่าน Facebook ได้ด้วย!!

เมื่อกระแส Disrupt กำลังมาแรง วงการการเงินก็มีนวัตกรรมมากมายที่อาจดึงลูกค้าของธนาคารไปในอนาคต K Bank ก็อยู่ในสมรภูมินี้ จึงพัฒนาแอป K Plus รุ่นใหม่เอี่ยมที่พลิกโฉมตั้งแต่สัญลักษณ์โลโก้ หน้าตาของแอป และการใช้งาน ให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วแอปเวอร์ชั่นใหม่เจ๋งยังไง ไปดูกันค่า

ซึ่งหลังจากที่พัฒนาอย่างลับ ๆ มาหลายเดือน ในที่สุด K PLUS รุ่นใหม่เอี่ยม เวอร์ชั่น 5 ก็เปิดให้ผู้ใช้งานได้อัปเดตกันแล้ว ซึ่งเปลี่ยนใหม่หมดจดทั้งดีไซน์ที่สวยขึ้น รูปแบบการใช้งานที่ง่ายขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นใหม่อีกหลายอย่าง ซึ่งคุณสมคิด จิรานันตรัตน์ ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ก็เผยแนวทางพัฒนาแอป K PLUS ตัวใหม่นี้ว่า

  • K PLUS ตัวใหม่ไม่ใช่แค่ธนาคาร แต่จะมีบริการด้านไลฟ์สไตล์ และบริการจากพาร์ทเนอร์รวมอยู่ด้วย
  • K PLUS ตัวใหม่ต้องเข้าง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้ง่าย หาง่าย และปลอดภัย
  • ซึ่งปรับปรุงให้สามารถใช้กับ Wifi ได้ตลอด ไม่ต้องยืนยันตัวผู้ใช้กับซิมตลอดเวลาเหมือนเดิมแล้ว แถมความปลอดภัยที่แน่นหนาเหมือนเดิม
  • และต้องมี AI เป็นผู้ช่วยส่วนตัว เพื่อให้บริการได้ตรงใจกับผู้ใช้แต่ละคนมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีเบื้องหลังในจุดนี้คือ KADE ที่กสิกรไทยเปิดตัวไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน

แอป K PLUS รุ่นใหม่มีให้ดาวน์โหลดได้ตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป มีฟีเจอร์หลายอย่างรองรับผู้ใช้งานค่ะ

  • อย่างแรกคือ K PLUS สามารถถอนเงินสดจากตู้ ATM โดยไม่ต้องใช้บัตรได้แล้ว
    • แค่กดที่ปุ่มธุรกรรม สแกนลายนิ้วมือหรือใส่รหัสผ่านเพื่อปลดล็อก + กดถอนเงิน + เลือกจำนวนเงินที่ต้องการถอน
    • แล้วไปที่ตู้ ATM ของกสิกรไทย เลือกถอนเงินไม่ใช้บัตรที่หน้าตู้ เอามือถือสแกน QR Code ที่หน้าจอตู้ก็ได้เงินสดแล้ว ง่ายและปลอดภัยจ้าาา!!
  • อีกความสามารถที่ถูกใจพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์แน่คือ e-Slip แบบใหม่ของแอป K PLUS ที่ใครคิดจะปลอมแปลงก็ทำได้ยากขึ้น!! เพราะมี QR Code ให้เอาแอป K PLUS สแกนได้เลยว่าเกิดธุรกรรมจริง ไม่ใช่เอาสลิปเก่าไป Photoshop มาต้มกัน
  • และที่ต้องชมคือ เราเซฟไฟล์ e-Slip แล้วมาเปิดในแอป K PLUS เพื่อตรวจสอบได้ด้วยนะจ๊ะ ไม่ต้องเอากล้องมาส่องสแกนอย่างเดียว คิดมาครบครันจริง ๆ

K+ Market ก็น่าจะทำให้การใช้แอป K PLUS รื่นรมณ์ยิ่งขึ้น เมื่อเราสามารถช้อปปิ้ง ซื้อดีลร้านดัง ๆ ได้ในแอปเลย แค่กดปุ่ม K+ Market จากเมนูด้านล่าง

  • และที่น่าสนใจคือแอป K PLUS สามารถเก็บบัตรสมาชิกของ PTT Blue Card และ The 1 Card ได้ในแอปเลยจ้า
    • โดยกดที่ปุ่ม บัตรสมาชิก ในหน้าแรกของแอป แล้วเพิ่มทั้ง 2 บัตรนี้เข้าไปได้เลย
    • ซึ่งเราไม่ต้องป้อนรหัสบัตรเองด้วย ระบบจะใช้ข้อมูลเราไปค้นบัตรสมาชิกของเราได้ทันที
    • แล้วพอจะใช้บริการเครือ ปตท. หรือเครือ Central ก็แสดงบัตรจากในแอป K PLUS ได้เลย ไม่ต้องพกบัตรแล้ว

และนี้คือ K PLUS เวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้ง่าย ความสามารถเพียบ หน้าแรกก็ใส่รายการธุรกรรมที่ทำบ่อยได้ อยากโอนเงิน จ่ายบิล ขอสินเชื่อ ลงทุน ก็รวมอยู่ในหน้าธุรกรรมให้หาง่าย ๆ หน้าแรกแบบใหม่เข้าถึงส่วนต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญต่อ Wi-Fi ก็ใช้งานแอปได้แล้ว ไม่ต้องคอยปิด ๆ เปิด ๆ แล้วด้วยน้า!!

คุณพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย “กล่าวว่า…พูดแบบนี้แล้วก็คิดได้ว่าธุรกิจต้องพัฒนาหลาย ๆ ด้านไปควบคู่กันจริง ๆ ซึ่งธนาคารกสิกรไทยก็เป็นตัวอย่างของการพัฒนาเพื่อยกระดับการให้บริการจริง ๆ”

“ไปโหลดกันเลยจ้าาา รออะไรอยู่”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

feature

Unblock the Enterprise ปลดล็อกลิมิตองค์กรด้วย Blockchain!!

Published

on

Unblock The Enterprise คือ งานสัมมนาอันเป็นการการร่วมมือกันของหน่วยงานให้คำปรึกษาสนับสนุนแก่องค์กร นักลงทุนและ Startup ชื่อดังทั้ง 3 อย่าง Blackbox Labs, Durian Corp และ AECS ในหัวข้อสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจถึง Blockchain ที่จริง ๆ มันไม่ได้ใช้แค่ในวงการการเงินด้วยการยกกรณีศึกษามากมายที่ใช้จริงจากนานาประเทศ อาทิ การช่วยเหลือในการแพทย์, โลจิสติกส์, ด้านพลังงาน, การศึกษา ไปจนถึงภาครัฐ เป็นต้น

เพราะในปี 2016 ที่ผ่านมา บริษัทที่เด่นชัดด้านเทคโนโลยีทั้งหลายได้เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน (Apple, Microsoft, Amazon, Facebook ฯลฯ) ตีตื้นหรือนำเหนือบริษัทที่เคยถูกเรียกว่าเป็น Immortal Business หรือบริษัทที่มิอาจโค่นลงไปได้อย่าง Total, Shell, KSC ฯลฯ

ทำให้ในตอนนี้ ก็ได้เริ่มมีหลากหลายบริษัทได้นำ Blockchain ดัดแปลงเข้าไปยังธุรกิจของพวกเขาเพราะโครงสร้างของเทคโนโลยีดังกล่าวมีศักยภาพหลายอย่าง ได้แก่

  • หน่วยงานสถาบันการเงิน : สามารถช่วยในการบันทึกข้อมูลของประกันในบริษัทต่างๆ ที่มีความปลอดภัยสูง (เพราะต้องใช้อัลกอริทึ่มเฉพาะในการเข้าถึง), การทำธุรกรรมโดยไม่ต้องใช้คนกลาง, บันทึกสถิติและข้อมูลของหุ้น, มีขั้นตอนในการเข้าถึงตรวจสอบข้อมูลที่ปลอดภัย และสามารถทำธุรกรรมได้ในระดับสากล
  • ภาคเอกชน : สื่อสามารถนำเสนอข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมีที่มาอย่างชัดเจน, ช่วยให้วัฎจักรในการเสาะหาวัสดุของแต่ละบริษัทมีความขัดข้อง/ติดขัดในกระบวนการลดลง, จัดการด้านข้อมูลให้กับอสังหาริมทรัพย์, เก็บข้อมูลให้บริษัทพลังงาน, ศูนย์สุขภาพ, ร้านค้าปลีก, หน่วยงานด้านกฎหมาย ฯลฯ
  • ภาครัฐ : เก็บคะแนนเสียงให้ไม่สามารถแทรกแซงหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลได้, สามาถตรวจสอบประวัติของผู้สมัครได้ ฯลฯ
  • การทำงานร่วมกันของอุตสาหกรรมต่าง ๆ : ความปลอดภัยทางไซเบอร์, ช่วยเหลือด้านการเก็บข้อมูลของบุคคลในองค์กร ฯลฯ

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลแล้วข้อดีของ Blockchain คือสามารถตรวจสอบได้ , เข้าถึงข้อมูลเพื่อปรับปรุงแก้ไขได้ในทันที , ไม่ต้องเสียเวลากับคนกลาง และลดค่าใช้จ่ายในจำนวนมากได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

หมดปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าพังเพราะไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก!! ด้วย AVS

Published

on

เอาละสิคะ!! เมื่ออยู่ ๆ ทีวีลูกรักดันมางอแงซะนี่ เป็นอะไร ไม่เอานะลูก ทำใจดี ๆ ยังผ่อนไม่ทันหมดเลย ไม่อยากยกเข้าศูนย์ตอนนี้!! แล้วจะทำไงดีล่ะคะ วันนี้ beartai จึงขอเสนอเครื่องป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าพังเพราะไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก ก็ได้เจ้า AVS หรือ Automatic Voltage Stabilizer นั่นเองจ้าาา!!

หรือจะเรียกว่า AVR – Automatic Voltage Regulators ก็ได้ค่ะ ซึ่งหน้าที่ของ AVS ก็ทำงานตามชื่อของมันเลย คือช่วยปรับความดันไฟฟ้าให้นิ่งอัตโนมัติ จะไฟเกิน ไฟตก หรือไฟกระชากก็จะปรับให้นิ่ง AVS นั้นไม่มีแบตเตอรี่ภายใน เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ป้องกันไฟดับได้เหมือน UPS น้า ถ้าไฟดับ อุปกรณ์ที่ต่อ AVS อยู่ก็ดับไปด้วย แต่หม้อแปลงลูกใหญ่มาก ซึ่ง Zircon KB-series ตัวนี้เป็นหม้อแปลงเทอรอยด์ด้วย ซึ่งทนทานกว่าหม้อแปลงทั่วไป ซึ่งพอหม้อแปลงภายในเครื่องเป็นลูกใหญ่ AVS จึงสามารถจัดการความดันได้ช่วงกว้างกว่า และมีความละเอียดในการปรับความดันมากกว่า UPS

เจ้า AVS ของเราแสดงระดับความดันขาเข้าที่ลดลง แต่เครื่องก็พยายามตรึงความดันขาออกให้อยู่นิ่ง ซึ่งก็ตรวจสอบได้จากมิเตอร์ไฟที่เสียบออกจาก AVS ว่าความดันไฟฟ้าค่อนข้างนิ่ง ส่วนพัดลมที่เราต่อตรงจาก Variac จะเห็นว่าค่อย ๆ หมุนช้าลงจากความดันไฟฟ้าที่ลดลง

ซึ่งเมื่อเราลดความดันไปเรื่อย ๆ จนถึงประมาณ 160 Volt ระดับความดันขาออกจะเริ่มลดลง แต่ปกติแล้วไฟฟ้าในระดับ 200 – 240 Volt นั้นยังอยู่ในเกณฑ์ไฟปกติของการไฟฟ้าอยู่ ซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จะยังทำงานได้ไม่มีปัญหา

แต่เจ้าพัดลมที่ตรงต่อกับ Variac เริ่มมีปัญหาแล้วเมื่อไฟตกมาก ๆ คือพัดลมจะไม่ได้หมุนช้าลงอย่างเดียว แต่ตัวมอเตอร์นั้นจะร้อนขึ้นมาก เพราะมันพยายามดึงกระแสไฟฟ้ามากขึ้นเมื่อแรงดันไฟฟ้าลดลง ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในต้นเหตุของไฟไหม้บ้านค่ะ เมื่ออุปกรณ์ที่เป็นมอเตอร์ต่าง ๆ ต้องทำงานเมื่อไฟตก มันจะร้อนจนอาจลุกไหม้ได้ เพราะฉะนั้นห้ามลืมปิดพัดลม ปิดมอเตอร์ก่อนออกจากบ้านด้วยจ้า

สรุปให้ฟังเลยว่า AVS เครื่องปรับระดับแรงดันไฟอัตโนมัตินั้นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

  1. เมื่อคุณไม่อยากให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงต้องมาด่วนจากไป เครื่อง Zircon KB-Series นี่แค่ 2-3 พันเอง ถูกกว่าค่าซ่อมอุปกรณ์เยอะ
  2. AVS เหมาะจะใช้กับอุปกรณ์ที่ไฟดับก็ไม่เป็นไร เช่น ทีวี โฮมเธียร์เตอร์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ตู้แช่ เครื่องชงกาแฟ ตู้สาขาโทรศัพท์ เครื่องดนตรีไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย
  3. AVS มันไม่ได้ป้องกันไฟดับนะ ถ้าไฟดับ อุปกรณ์ที่ต่อกับ AVS ก็ดับไปด้วย เพราะงั้นถ้าคุณจะเอาไปต่อคอมพิวเตอร์ ต่อฮาร์ดดิสก์ เราก็แนะนำให้ใช้ UPS อยู่
  4. และจุดเด่นของ AVS ที่เหนือว่า UPS  คือตัว AVS มีขีดความสามารถในการป้องกันปัญหาทางด้านไฟฟ้า แบบมืออาชืพ

ปัญหาทางไฟฟ้าเช่น ไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน สัญญานรบกวนต่าง ๆ ที่มาตามระบบสายไฟฟ้าทั่วไปหรือตามโรงงานอุตสาหกรรม จะทำหน้าที่ได้ดีและมีประสิทธิภาพ เสถียรภาพมากกว่า UPS ชนิด Line Interactive ที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความทนทาน ติดตั้งครั้งเดียวก็แทบจะไม่ต้องดูแลมันอีกเลย เพราะมันไม่มีแบตเตอรี่ต้องคอยเปลี่ยน ใช้ไปเรื่อย ๆ เป็นสิบปี และเรื่องราคาที่ถูกกว่า UPS เป็นเท่าตัว เช่นรุ่นที่รองรับไฟ 2000 VA ที่รับไฟได้ 10-12 A เท่ากัน UPS ราคาจะอยู่ในช่วง 6000-8000 บาท แต่ AVS ของ Zircon ขายราวๆ 3,000 บาทเท่านั้น และจะถูกกว่านี้หากเป็นรุ่น 1000 VA ที่รองรับไฟ 5-7 A

ซึ่ง Zircon ก็มี AVS ให้เลือก 2 รุ่นหลัก ๆ คือ

  • รุ่น HDR ตัวเล็กหน่อย และ
  • Zircon KB-Series

ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้สามารถบอกแรงดันไฟขาเข้า และขาออก พร้อมมีไฟรายงานสถานะเหมือนกัน และใช้ Microcontroller เพื่อควบคุมระดับแรงดันไฟอย่างละเอียดโดยอัตโนมัติ

และมีความสามารถที่น่าสนใจคือ Delay ค่ะ คือผู้ใช้สามารถกดปุ่มหน้าเครื่องเพื่อตั้งได้ว่า เมื่อไฟดับไปจะให้ AVS ดีเลย์การจ่ายไฟกลับมากี่วินาที เพื่อป้องกันปัญหาไฟกระชากตอนที่ไฟเพิ่งกลับมา ซึ่งอุปกรณ์ทั่วไปก็ใช้ 6 วินาทีก็พอ ส่วนถ้าเป็นอุปกรณ์ที่มี Compressor ก็แนะนำให้ใช้เป็น 180 วินาทีเพื่อให้ระบบน้ำยาภายในทำงานให้ครบลูปก่อนที่ไฟจะกลับมา

ใครสนใจจะหาเครื่องปรับแรงดันไฟอัตโนมัติของ Zircon มาใช้ ก็หาซื้อตามร้านอุปกรณ์ไอทีอย่าง Advice, Power Buy ร้านตัวแทนจำหน่ายของ Zircon ทั่วประเทศ หรือร้านออนไลน์ใน Lazada, Shopee จ้า

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

ลองของ!! ใส่หน้ากากปลดล็อก #iPhone ทำได้ไหม!?

Published

on

เค้าว่า iPhone เพิ่มใบหน้าเพื่อปลดล็อกเวลาใส่หน้ากากได้!! #beartai เราพามาเทสกันให้เห็นไปเลยค่า…ว่าทำได้จริงไหม!?

หลังจากที่เว็บของ #beartai ได้เคยนำเสนอเรื่องฝุ่นพิษในบ้านเราไปแล้ว

วันนี้ #beartai จึงมาเทสกันให้เห็นไปเลย…ว่าทำได้จริงไหม ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ ก็นั้นก็ไม่ยากค่ะ ก็เข้าไปทำการตั้งค่าอย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้ว

แต่เมื่อถึงตอนที่เราสวมหน้ากากแล้วจะสแกนใบหน้าของเราเพื่อให้กล้องบันทึก กล้องกลับไม่จับหน้าของเรา นั่นหมายความว่าเมื่อมีสิ่งใดที่มาปกปิดใบหน้าของเราเอาไว้ การใช้งานโหมด Face ID เพื่อปลดล็อคตัวเครื่องนั้น ไม่ได้ผล จ้าาาา!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!