Connect with us

Published

on

แบไต๋ทิปส์วันนี้ขอเสนอ ย้าย Line มาเครื่องใหม่ยังไงให้ (ข้อมูลไม่หาย) กันเถอะ!! ทำไมต้องย้าย? มีมือถือใหม่? เครื่องหาย? ไลน์หาย? เป็นปัญหาเล็ก ๆ ที่พบเห็นบ่อย ๆ ครับ ผม “เกตต์” จะมาแบไต๋ทิปส์ง่าย ๆ ที่จะให้ไลน์ไม่หาย ข้อความ สติกเกอร์ ธีม อยู่ครบกัน

ก่อนอื่นเลยในบัญชีเดิมของเราต้อง ลงทะเบียนอีเมล์ หรือเชื่อมต่อบัญชี Line เข้ากับ Facebook ไว้ก่อน

เพราะเรามีวิธีการโอนย้ายข้อมูลบัญชี 2 วิธี

  1. ใช้ Email
  2. ใช้ Facebook

ไปกันเลย!! ไปที่ตั้งค่า(รูปเฟือง) – บัญชี – กรอกอีเมล์ รหัสผ่าน หรือ กดเชื่อมต่อ Facebook เลยครับ สำหรับคนที่ยังไม่เคยกรอก ส่วนเบอร์โทรศัพท์มีอยู่แล้วจากที่เราเคยลงทะเบียนไว้ครั้งแรก หรือจะเปลี่ยนก็ได้ครับ

แต่เดี๋ยวก่อน หากมีการสนทนาที่เราอยากจะเก็บไว้ ไม่ว่าจะคุยงาน คุยกับแฟน คุยกับลูกค้า คุยกับลูกหนี้ เราก็สามารถเก็บบันทึกการสนทนาไว้ก่อนได้ พอย้ายเครื่องเสร็จเราก็เอามาลงใหม่ได้ มาลองกันเลย

ไปที่ตั้งค่า (รูปเฟือง) เลือก “แชท/Chat”

#สำหรับAndroid ดูเมนูแรก “สำรองข้อมูล & เรียกคืนข้อมูล”

  • สำรองข้อมูลไปยัง Google ไดรฟ์
  • เลือกบัญชีที่เราจะเก็บไฟล์แบคอัปไว้ครับ
  • กดอนุญาต เรียบร้อย

#สำหรับiOS ดู “สำรองข้อมูลการแชท/Chat History Backup”

  • สำรองข้อมูลตอนนี้ / Back up now ระบบจะทำการ Backup ซักครู่แล้วไปเก็บไว้ที่ iCloud ซึ่งเราสามารถอัปเดต Backup ไว้ได้เรื่อย ๆ จะช่วยให้เรากู้ข้อมูลได้เวลาเครื่องหายด้วยครับ

ลงทะเบียนเบอร์โทร Email Facebook และ Backup ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ผมพร้อมที่จะย้ายเครื่องแล้วครับ “ห้ามกดลบบัญชี” ถ้าเราจะย้ายเครื่องใหม่ไม่ต้องลบบัญชีนะครับ ถ้าลบข้อมูลทุกอย่างจะหายหมดเลย เราแค่ “Logout” หรือง่ายกว่านั้น “ลบแอป” ไปเลยง่ายดี หรือง่ายกว่านั้นอีก “Login ในเครื่องใหม่” ไลน์ก็จะเด้งออกจากเครื่องเก่าเองเลยครับ

มาดูวิธีกู้คืนไลน์เก่าอันเป็นที่รักของเรากันเถอะ!!

  • วิธีแรกที่บอกไปครับ คือ ใช้ Email โดยการ – กรอก Email Password ไปเลยครับ และยืนยันด้วยเบอร์โทรศัพท์อีกครั้ง และนำรหัสที่ได้จาก SMS มากรอกครับ
    • แต่ถ้ารหัสไม่เข้าละก็ ให้ขอรหัสอีกครั้งด้วยการโทรครับ
    • กดปุ๊บ ไลน์จะโทรมาปั๊บและบอกรหัสเป็นตัวเลข 4 หลัก ด้วยระบบอัตโนมัติครับ ง่ายมาก ๆ เข้าได้แล้วไลน์เก่าของเรา
  • มีอีกวิธีครับที่เราบอกไปตอนต้น คือใช้ Facebook อันนี้ใคร ๆ ก็ใช้ แต่ข้อระวังก็คือ!!
    • มันไม่ได้ไปเชื่อมต่อผ่าน App Facebook ครับ มันจะไปที่ Browser ถ้าเคย Login ไว้แล้ว
    • ก็กด “ดำเนินการต่อ” ได้เลยครับ แต่ถ้ายังก็ต้อง Login Facebook ก่อน
    • ถ้าใครใช้ Facebook ในแอปกับ Browser คนละบัญชีกัน ก็ต้องระวังเชื่อมต่อผิดด้วยนะครับ
    • วิธีนี้เราก็เลือก “เข้าสู่ระบบด้วย Facebook” ตรงตัวเลยครับ และยืนยันด้วยเบอร์โทรศัพท์อีกครั้ง เหมือนวิธีแรก แค่นี้เข้าได้เลยง่ายสุด ๆ

ทีนี้ไฮไลท์ก็คือ เราสามารถนำบันทึกการสนทนากลับมาได้ด้วยครับ เราสอน Backup ไปแล้วก็ต้องสอน Restore หรือกู้คืนด้วยครับ

  • #สำหรับแอนดรอย ดูเมนูแรกเหมือนเดิม “สำรองข้อมูล & เรียกคืนข้อมูล” จิ้มไปที่ “เรียกคืนข้อมูล” – เลือกบัญชีที่เราเก็บไฟล์แบคอัปไว้เมื่อกี้ เรียบร้อย มาแล้วววว
  • #สำหรับiOS หลังจาก Login จะมีหน้า “เรียกคืนประวัติการแชท” กด “เรียกคืนประวัติการแชทจากข้อมูลที่สำรองไว้” เรียบร้อยครับผม ง่ายมาก ๆ

ทีนี้การย้าย Line มาเครื่องใหม่ก็ง่ายแสนง่ายครับ “ดูแบไต๋ทิปส์กับเกตต์ ต้องเก็ตแล้วนะ” 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

feature

Amazon Alexa สั่งงานอุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยเสียง

Published

on

เมื่อโลกพัฒนาไปไกลมากขึ้น เทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทกับเรามากขึ้นตามไปด้วย Amazon Alexa การสั่งงานอุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยเสียง ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี ที่สร้างความสะดวกสบายให้เราในยุดไอทีเป็นอย่างมาก

Amazon Alexa การสั่งงานอุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยเสีย จัดแสดงภายในงานแสดงเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับงาน CES 2019 (Consumer Electronics Show 2019) อย่างที่บอกค่ะว่าเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มความสะดวกสบายให้เราได้

การทำงานของ Amazon Alexa คือ การเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ Smart Things ต่าง ๆ ภายในบ้านได้ และสามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์นั้น ๆ ได้ด้วย เช่น สั่งให้เริ่มต้นทำงาน สั่งให้เปลี่ยนเมนู สั่งให้หยุดการทำงาน และอีกหลายอย่างค่ะ

อยากรู้เพิ่มเติมตาม “หนุ่ย พงศ์สุข” ไปดูความไฮเทคของ “Amazon Alexa ” กันในงาน CES 2019 (Consumer Electronics Show 2019) กันได้เลยค่ะ!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

Amazon Dash ระบบสั่งซื้ออัตโนมัติเมื่อของหมด “เครื่องใช้ไฟฟ้าสั่งของมาเติมเอง”

Published

on

มาดูอีกหนึ่งเทคโนโลยี จากงานที่ยิ่งใหญ่สุด ๆ  กับงานแสดงเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกกับงาน CES 2019 (Consumer Electronics Show 2019) ที่บอกเลยว่า ไม่พูดถึงเทคโนโลยีนี้คงไม่ได้

ก้าวไปอีกขั้นแล้วกับ Amazon Dash Replenishment คือ ผู้ช่วยอัฉริยะอย่างนึง ที่ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านสั่งของได้ด้วยตนเอง โดยใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านสมัยนี้เริ่มเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว เช่นพวก

  • เครื่องพิมพ์
  • เครื่องเก็บแคปซูนกาแฟที่ใช้งานเสร็จแล้ว
  • เครื่องกรองอากาศ
  • ฟิลเตอร์แอร์
  • แปรงสีฟันไฟฟ้า

วิธีการคือ Amazon จะเชื่อมต่อ หรือพูดง่าย ๆ คือ ใส่สมองเข้าไปในอุปกรณ์เหล่านี้ เพื่อที่จะแจ้งเตือนระบบร้านค้าของ Amazon เองว่า อุปกรณ์เหล่านี้ของคุณ ที่เป็นสินค้าจำพวกสิ้นเปลืองมีอะไรที่หมดบ้าง เช่น หมึกเครื่องพิมพ์หมด หัวแปรงเริ่มบานแล้ว แผ่นฟิลเตอร์กรองอากาศสกปรกแล้ว ประมาณนี้ค่ะ

ระบบของ Amazon ก็จะส่งข้อมูล และทำการเข้าไปสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของ Amazon โดยตรงทันที!! โดยที่เจ้าของอุปกรณ์เหล่านี้นั้นไม่ต้องเสียเวลาไปสั่งเองแต่อย่างใด ตาม “หนุ่ย พงศ์สุข” ไปดูความสนุกของเทคโนโลยีกันได้เลยจ้าาา!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

เข้าคิวรีวิว Ninebot Gokart Kit ยืดหด-ปรับความเร็ว-ดริฟต์ได้!!

Published

on

Ninebot Gokart Kit รถโกคาร์ทไฟฟ้า มาพร้อมกับมอเตอร์ทรงพลัง 800 วัตต์ถึง 2 ตัว ทำความเร็วได้สูงสุด 24 กม./ชม. ด้วยการออกแบบอย่างชาญฉลาด โดยการประยุคให้ Ninebot Gokart Kit ให้ใช้ร่วมกันกับ Ninebot by Segway miniPRO เพื่ออาศัยมอเตอร์ ในขณะที่สามารถถอดเอา miniPRO กลับมาใช้เป็นยานพาหนะได้เสมอค่ะ

ในเรื่องของสมรรถนะนั้น Ninebot Gokart Kit ไม่ได้เทียบรถกับโกคาร์ทในตลาด แต่นำไปเทียบกับรถยนต์เลยทีเดียวค่ะ!! เพราะสามารถเร่งจาก 0 ถึง 19 กม./ชม. ในไม่กี่วินาที นอกจากระบบเทรคไฟฟ้าตรงคันเร่งที่เท้าแล้ว  Ninebot Gokart Kit ยังมีเบรคมือให้ดริฟท์กันกระจาย มันส์สุด ๆ ไปเล้ยยย!! ด้วยอัตราการเลี้ยวที่ 2.1:1 ทำให้ควบคุมการเลี้ยวได้อย่างแม่นยำ แม้กระทั้งการเลี้ยวที่วงแคบสุด ๆ

ตัวเครื่องของ Ninebot Gokart Kit สามารถล็อคระดับความเร็วได้ 3 รูปแบบผ่านแอปพิลิเคชั่น

  • โหมดที่ 1 : สำหรับมือใหม่ สูงสุดที่ 8 กม./ชม.
  • โหมดที่ 2 : โหมดทั่วไป สูงสุดที่ 18 กม./ชม. และ
  • โหมดที่ 3 : โหมดสปอร์ต สูงสุดที่ 24 กม./ชม.

ตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้รองรับผู้เล่นได้หลายช่วงอายุ โดยการปรับระยะยืดหด และความสูงของแฮนด์ รองรับผู้เล่นตั้งแต่ 130 – 190 ซม. และน้ำหนักมากที่สุดถึง100 กก. พร้อมฟีเจอร์จำกัดความเร็วผ่านแอปพิลิเคชั่น เพื่อลดอันตรายที่อาจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

พร้อมเชื่อมต่อกับแอปพิลิเคชั่นได้ง่าย ๆ ผ่านทาง Bluetooth ทั้งระบบ iOS // Android เพื่อดูระยะทาง และความเร็ว, ล็อคความเร็ว, เปลี่ยนสีไฟ, อัพเฟิร์มแวร์ และอื่น ๆ ค่ะ!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!