Connect with us

Published

on

#beartaiกระป๋องกล่องขวด ศึกแห่งศักดิ์ศรี เยลลี่หมี 2 ซีกโลก เจาะส่วนผสม หมีไทย (Jolly Bear) ปะทะ หมีเยอรมัน (Haribo) สมัยก่อนตอนยังมีขนมไม่หลากหลายเท่าปัจจุบัน เราตอนเด็กๆ แยกขนมได้ 2 อย่าง อย่างแรกซื้อเพื่อเอา “ของเล่น” กับอย่างสองซื้อเพื่อเอา “ของกิน”

เด็ก ๆ ชอบกินขนมอะไร? มีขนมอยู่อย่างนึงที่ซื้อแล้วได้ทั้งเล่นและกิน นี่เลยยย เจ้าหมีเยลลี่ Jolly Bear ไม่ใช่สปอนเซอร์นะ นี่ทีมงานซื้อมาให้ ตอนเด็ก ๆ ชอบหักคอ ตัดตัว เอาหัวไปสลับสีกัน หรือบางทีก็เอาไปจิ้มแก้มเพื่อนเล่น ติดเป็นตุ่มก็ตลกดี

วันก่อนลองไปดู หาอยู่ตั้งนานหมีน้อยเพื่อนเก่าไปกองอยู่ในหลืบชั้นล่างสุดเลย โถ่ปล่อยให้เยลลี่เกาหลี กับหมีเยอรมัน (Haribo) มากินพื้นที่ไปหมดแผง ก็สงสัยเหมือนกันว่า Jolly Bear ด้อยกว่ายี่ห้ออื่นตรงไหน หรือเป็นเพราะส่วนประกอบ?

สงสัยเหมือนกันงั้นลองดูหลังซอง เจาะข้อมูลโภชนาการกันสักหน่อย วัดกันเฉพาะเยลลี่หมี เนี่ยแหละ Haribo VS Jolly Bear

  • Haribo : กลูโคส 51%  น้ำตาล 24% เจลาติน 6% น้ำผักและน้ำผลไม้เข้มข้น < 2% และอื่น ๆ / น้ำหนักสุทธิ 30 กรัม 110 กิโลแคลอรี่
  • Jolly Bear : กลูโคส 39% น้ำตาล 35% น้ำผลไม้ 12% สารทำให้เกิดเจลและอื่น ๆ / น้ำหนักสุทธิ 55 กรัม 192.5 กิโลแคลอรี่ (Gluten Free* และไม่มีวัตถุกันเสีย)
    • ขอโชว์ความรู้หน่อย ๆ Gluten เนี่ยเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ในข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เลย์ และเนื่องจากผู้บริโภคบางกลุ่มมีอาการแพ้สาร Gluten จึงต้องมีการระบุ Gluten Free ไว้บนฉลาก เพื่อแจ้งว่าผลิตภัณฑ์นี้ มีกลูเตนที่น้อยกว่า 20 ppm สามารถรับประทานได้

โดยรวม ก็ไม่ขี้เหร่นี่หน่า น้ำตาลรวมแล้วพอกัน แถมหมีไทยใส่น้ำผลไม้มากกว่าตั้งเยอะ แล้วทำไม Jolly Bear ถึงได้ตกกระป๋องไปขนาดนี้ สงสัยเป็นเพราะรสชาติ และรสสัมผัสที่ไม่เหมือนกันเลยทำให้คนเลือกที่จะกิน Haribo มากกว่า ขึ้นกับความชอบส่วนบุคคลละ

สุดท้ายนี้ เราก็เลือกซื้อยี่ห้ออะไรก็แล้วแต่ที่เราเจอ ไม่ยึดติดยี่ห้อเท่าไหร่ แต่แค่คิดว่าถ้าจะไม่ได้หักคอหมีมาสลับหัวเล่นก็ ตะเตือนไตแล้ว!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!