Connect with us

Published

on

MAHANAKHON SKYWALK จุดชมเมืองกรุงเทพฯแบบ 360 องศา ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ด้วยความสูง 314 เมตร ที่อาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร (King Power Mahanakhon) หรือที่หลายคนอาจเคยได้ยินในชื่อ “ตึกข้าวโพด” นั่นเองค่ะ เรียกซะน่ารักเชียวอะ!!

บัตรขึ้นชม Mahanakhon Skywalk  มี 2 ประเภท ได้แก่

  • ขึ้นชมเฉพาะชั้น 74 สัมผัสวิวผ่านกระจกในตัวอาคาร ราคาคนละ 850 บาท
    • **เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ราคาคนละ 250 บาท
  • The Peak (ขึ้นลิฟต์ต่อไปยังชั้น 78) สัมผัสอากาศบนดาดฟ้า ราคา 1,050 บาท (ได้เดินเสียวขาบน Sky Glass ด้วย และมี Rooftop Bar)
    • **เด็กต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ราคาคนละ 450 บาท

**แต่ที่เจ๋งกว่านั้นคือ ตั้งแต่วันเปิดตัวนี้จนถึง วันที่ 31 มกราคม 2019 จากราคา 1,050 บาท จะเหลือเพียง 765 บาท ซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายที่ชั้น 1 ของอาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร

การเดินทาง : ติดกับ BTS ช่องนนทรี

Mahanakhon Skywalk ประกอบด้วย 

  1. ชั้น 1 : ล็อบบี้ ทางเข้าหลัก และเป็นจุดจำหน่ายบัตรเข้าชม MAHANAKHON SKYWALK มีลิฟท์ความเร็วสูงที่จะนำคุณขึ้นไปยังชั้น 74 ภายใน 50 วินาที
  2. ชั้น 74 : จุดชมวิวภายในอาคาร (Indoor Observation Deck) พร้อมโชว์ความงามของสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ผ่านระบบเทคโนโลยี AR กับมุมมองแบบ 360 องศา
  3. ชั้น 75 : บริเวณชั้นลอย ห้องน้ำ และจุดขึ้นลิฟท์แก้ว
  4. ชั้น 78 : ชั้นดาดฟ้า (Rooftop) และจุดชมวิวภายนอกอาคาร (Outdoor Observation Deck)

MAHANAKHON SKYWALK (มหานคร สกายวอล์ค) ตั้งอยู่บนชั้น 74 และ 78 ที่อาคาร คิง เพาเวอร์ มหานคร ไฮไลท์จึงอยู่ที่จุดชมวิวชั้นดาดฟ้าแบบ 360 องศา มองเห็นได้รอบทั้งภายในและภายนอกอาคาร ตื่นเต้นและหวาดเสียวไปกับพื้นกระจกลอยฟ้าขนาดใหญ่ และ รูฟ ท็อปบาร์ (Rooftop Bar) พร้อมโดยสารลิฟท์ความเร็วสูงที่สามารถพาขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าโดยใช้เวลาเพียงแค่ 50 วินาทีเท่านั้น กระพริบตา 2 ครั้ง ก็ถึงแล้วอะคิดดู!! (แอบเว่อร์ไปนี๊สสส)

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

feature

#แบไต๋พาชม Innovation พลังงานสะอาดระบบไมโครกริดแบบเคลื่อนที่ได้ ครั้งแรกในไทย 

Published

on

ในที่สุดเราก็มาถึงงาน Pepsi Presents Big Mountain Music Festival 9 แล้ว ว่าแต่ภาพงานปีก่อนเป็นยังไงบ้างเนี่ย หาข้อมูลแปป…เอ้า แบตฯ จะหมดแล้ว วันนี้ก็ดันพกมาแต่สายชาร์จแต่ลืมเอา Power bank มาอีก จะเอาไงดีเนี่ย…

โอ้โห เขาเข้าใจคิดเหมือนกันนะเนี่ย เอาเต้นท์สำหรับชาร์จมือถือมาตั้งหน้างานด้วย ไหน ๆ ก็มาถึงนี่แล้ว เราเข้าไปคุยกับเขากันเลยดีกว่า เผื่อได้ชาร์จไฟฟรีกับเขาด้วย เดินเข้าแถวต่อรับ Wristband สำหรับคุมจำนวนคนชาร์จ

เป็นประจำทุกปีสำหรับขาร็อคชาวไทยกับงานดนตรีสุดยิ่งใหญ่อลังการที่จัดเป็นประจำทุกปีกับงาน Pepsi Presents Big Mountain Music Festival 9 ซึ่งปีนี้นอกจากความยิ่งใหญ่ของงานแล้ว ในปีนี้ยังมีนวัตกรรมพลังงานสุดล้ำให้คุณได้เห็นจาก Banpu ที่นำเอาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ระบบ Microgrid (ไมโครกริด) แบบเคลื่อนที่ได้ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบออฟกริด (Off-grid) หมายถึงการผลิตไฟฟ้าได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าอื่น เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ในงานนี้เราได้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แบบ 100 % ยิ่งเป็นงานที่จัดกิจกรรมแบบกลางแจ้ง อย่างนี้ยิ่งตอบโจทย์สุด  ๆ

โดย Banpu Solar Box จะทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งประเทศไทยถือเป็น 1 ประเทศที่มีแสงแดดดีมาก ๆ ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทั้งสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่มีวันหมดได้อย่างเต็มที่แบบฟรีๆ และพลังงานที่ได้เหล่านี้ก็จะถูกนำไปกักเก็บใน Banpu Energy Box หรือที่เราเรียกว่าแบตเตอรี่นั่นเอง ซึ่งขนาดแบตเตอรี่ที่บ้านปูฯ นำมามีความสามารถในการกักเก็บพลังงานได้เยอะพอที่จะใช้งานได้อย่างเหลือเฟือตลอดทั้งวันทั้งคืน

ต่อไปนี้หากพูดถึง บริษัท ให้ใช้ว่า “บ้านปู” สั้น ๆ  ไปเลยค่ะ บอก capacity ของแบต หรือเทียบเท่าว่าเราใช้พลังงานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรได้บ้างให้เห็นภาพ

รอดตายไปอีกมื้อ… แต่เอ๊ะ ด้านในเขาก็มีแท่นชาร์จให้ด้วยนี่นา ทางบ้านปูฯ เขาใจดีจริง ๆ นะเนี่ย ที่นอกจากจุดชาร์จสมาร์ทโฟนด้านหน้างานแล้ว เขายังกระจายจุดแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนด้วยพลังงานโซลาร์ (Solar Mobile Charging Kiosk) เอาไว้อีก 5 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนที่มาร่วมงานได้

ชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน เพื่อให้ไม่เกิดการสื่อสารที่สะดุด ในขณะที่ชมดนตรีอย่างสนุกสนาน ตามมุมต่าง ๆ ภายในงานอีกด้วย ซึ่งจุดเหล่านี้ก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน ได้ตลอดทั้งวันทั้งคืนเช่นกัน ถือเป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในยุค 4.0 ที่ทุกคนพกพาสมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งขุมพลังงานสำหรับชาร์จไฟเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สำหรับกิจกรรมเทศกาลดนตรีข้ามคืนเช่นนี้

เรื่องพลังงานนี่เราก็ปฎิเสธมันไม่ได้ว่า มันเป็นเรื่องใกล้ตัว เพราะมันคือส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรานะครับ แต่จะดีกว่าไหมถ้าพลังงานที่เราใช้ มาจากพลังงานที่สะอาดเช่น พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ซึ่งพลังงานเหล่านี้นอกจากเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว มันยังไม่มีวันหมดอีกด้วย เราทุกคนสามารถนำโซลูชันด้านพลังงานมาใช้ได้ในทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดการบริหารการใช้ไฟฟ้าได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

พอคิด ๆ ดูแล้วก็ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวนะคะ ถ้าเรานำเอาพลังงานแสงอาทิตย์เหล่านี้เข้ามาใช้ภายในธุรกิจ หรือบ้านของเราได้ ซึ่งทางบ้านปู เขาก็เป็น 1 ในผู้นำ ธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก และถือเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่นำระบบพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS Energy Storage System) แบบเคลื่อนที่ได้มาใช้ในการผลิตและจัดเก็บพลังงานทดแทน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้แนวคิด “กล้าที่จะแตกต่าง ผสานพลังงานสะอาดเพื่ออนาคต” สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener & Smarter ของบ้านปูฯ ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเกิดสมาร์ทซิตี้ในประเทศไทยและนำประเทศไทยไปสู่การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป หรือสนใจ Smart City Solutions สำหรับธุรกิจของคุณ หรือกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ ที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดก็สามารถปรึกษา Call Center ได้ตามเบอร์ด้านล่างนี้เลยน้า 02-095-6599 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

#beartai อยู่นอกบ้านก็ Print ได้ กับ “HP Ink Tank Wireless 415”

Published

on

เมื่อมีคนเอาเอกสารมาส่งให้ขณะที่เราอยู่บนรถ และเราจอดรถไม่ได้จริง ๆ เพราะต้องรีบไปแล้ว จะทำยังไงกันละ ไปดูกันจ้าาา!!

  • พี่หนุ่ยรับโทรศัพท์ : ฮัลโหล คุณตุ๊ก ผมรู้ว่าจะเอาเอกสารบัญชีใช่ไหม ผมกำลังเซ็นต์เลย
  • พี่ตุ๊ก : แต่ตุ๊กต้องรีบใช้ด่วน ๆ เลยนะเดี๋ยวปิดงานไม่ทัน ต้องรีบเอาไปส่งแล้ว แต่ดีตรงที่เขายังอนุโลมให้ไม่ต้องใช้ตัวจริงก็ได้ ขอแค่ชัด ๆ หน่อยก็พอ
  • พี่หนุ่ย : ได้!! งั้นเอางี้ เดี๋ยวไปรอที่ปริ้นเตอร์นะ เดี๋ยวผมส่งไปให้ทางนั้น

เรื่องแบบนี้ต้องให้เทคโนโลยีมาช่วยหน่อยแล้ว เพราะ HP เขาเข้าใจคนทำงานยุคใหม่ที่มักทำงานนอกสถานที่อยู่เสมอ ปริ๊นเตอร์อย่าง HP Ink Tank Wireless 415 จึงสามารถรองรับการพิมพ์ผ่าน Google Cloud Print ได้เลย แค่ทำการเชื่อมต่อเอาไว้ก่อน ก็พิมพ์ได้ทันที ง่ายแบบนี้แหละ

ไม่ว่าชีวิตจะเร่งรีบขนาดไหน แค่เพียงมือถือของเราทำการเชื่อมต่อกับ Printer HP Ink Tank Wireless เอาไว้ ก็สบายหายห่วงไปได้เลย ไม่ว่าจะพิมพ์งาน พิมพ์รูป ส่งภาพเอกสารผ่านอีเมล หรือแม้แต่พิมพ์รูปบน facebook จะอยู่ตรงไหนของโลกก็พิมพ์ได้ ขอแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็พอ

สเปคคร่าว ๆ ของ Printer ตัวนี้คือ เติมหมึกที่ง่ายมาก ๆ ไม่เลอะมือ พร้อมรองรับการพิมพ์ได้สูงสุด 8,000 แผ่นสำหรับสีและ 6,000 แผ่นสำหรับขาวดำ ตกเฉลี่ยค่าพิมพ์อยู่ที่ 5 สตางค์ต่อแผ่น แถมยังมาพร้อมหมึกกันน้ำอีกด้วย อีก 1 ฟีเจอร์ที่จะขอแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนต้องเดินทางพร้อมกับมีงานท่วมว่า จะต้องทำยังไงถึงจะพิมพ์งานได้แม้อยู่นอกสถานที่

  • จุดสำคัญอยู่ที่เราต้องลงแอปฯ 2 ตัวนี้ให้เรียบร้อย นั่นคือแอปฯ HP Print Service Plugin และแอปฯ Google Cloud Print นั่นเอง
  • ก่อนอื่นเลยเราต้องทำการเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ของเราเข้ากับ Wi-Fi ภายในสำนักงานหรือบ้านของเราก่อน ถ้าไม่มีสาย LAN ก็สามารถเข้าไปควบคุมได้ง่าย ๆ เพียงแค่ให้มือถือเราเชื่อมต่อ WiFi Direct กับ Printer เสร็จแล้วเข้าผ่านแอป HP Smart แล้วกดไปที่รูปปริ้นเตอร์ แล้วเลือก Advanced Setting
  • ระบบจะพาเข้าหน้า Service ของเครื่องพิมพ์ ก็เข้าไปที่
    • Network >
    • Wireless (802.11) >
    • Wireless Setup Wizard แล้วกด Next >
    • เลือก WiFi ของเราพร้อมใส่ User Password ให้เรียบร้อย
    • เป็นอันเสร็จสิ้นการต่ออินเตอร์เน็ตให้กับ Printer HP Ink Tank Wireless 415 ตัวนี้

ซึ่งปัจจุบัน HP Wireless Ink Tank 415 ตัวนี้สามารถทำการสั่งพิมพ์แบบออนไลน์ได้ผ่าน 2 วิธีด้วยกัน มาดูกันว่าสั่งพิมพ์แบบไหนได้บ้าง

  • วิธีแรก เป็นการสั่งพิมพ์ผ่านการส่งอีเมลล์เข้ามาที่เครื่องพิมพ์ เพื่อพิมพ์ออกมาผ่านระบบที่เรียกว่า HP ePrint ซึ่งเราต้องเข้าไป Setting ค่าที่หน้า Advanced Setting เช่นเดียวกัน
    • โดยเข้าไปที่เมนู Web Services > Web Services Settings > แล้วเลือก Continue ด้านล่าง พร้อมติ๊กถูกให้เรียบร้อยแล้วกด OK เสร็จแล้วสังเกตุว่าไฟด้านบนเครื่องจะติดสีฟ้าและสีขาว ก็แสดงว่าเสร็จเรียบร้อย
    • หลังจากนั้นให้กดไปที่เมนู Print Info Page ระบบจะทำการพิมพ์อีเมลล์ที่เราต้องส่งให้ออกมา เพียงเท่านี้เราก็สามารถพิมพ์จากไหนก็ได้แล้วเพียงแค่ส่งเมลล์มาตามนี้ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ word excel powerpoint ไฟล์ภาพ ได้แทบทั้งหมด ไม่มีฟ้อนต์เด้งแน่นอน แต่จำกัดสำหรับไฟล์ภาพแบบ Raw และไฟล์ขนาดใหญ่เกิน 10 Megabyte เพราะไฟล์มีโอกาสโดนปฎิเสธได้
  • และอีกวิธีที่ง่ายเช่นกันคือพิมพ์ผ่าน Google Cloud Print เรามาดูวิธีการ Setting ได้เลย
    • วิธีการจะคล้าย ๆ กับการติดตั้งตอนแรกคือกดเข้าไปที่รูป Printer แล้วเลือก Advanced Setting แล้วเลือก Network > Google Cloud Print > Setup
    • จากนั้นระบบจะทำการขอให้เรายืนยันสิทธิ์โดยการพิมพ์หน้าสำหรับยืนยันออกมา โดยสามารถเข้าผ่าน link หรือสแกนผ่าน qr code ก็ได้
    • จากนั้นก็ทำการกดปุ่มเพื่อยืนยัน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

นี่แหละเครื่องพิมพ์ HP Ink Tank Wireless 415 ที่นอกจากความสามารถดี ๆ เหล่านี้แล้ว ยังมีด้านการรับประกันให้คุณถึง 2 ปีเต็มแบบ On-Site ถึงบ้านและที่ทำงานทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

แถมยังพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเบื้องต้นทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ 5,590 บาท พร้อมหมึกครบเซ็ตแบบนี้ ถือได้ว่าตอบโจทย์ SMEs และครอบครัวที่ต้องพิมพ์อะไรบ่อย ๆ เป็นอย่างยิ่ง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

เซเว่นฯ จับมือพี่ตูนชวนปฏิเสธไม่รับถุงพลาสติก เปลี่ยนเป็นเงินมอบให้รพ.ศิริราช

Published

on

“เซเว่น อีเลฟเว่น” สานต่อ “ลดวันละถุง คุณทำได้” หนุนคนไทยลดใช้ถุงพลาสติก เปลี่ยนเป็นเงินมอบให้รพ.ศิริราช

จากที่ “เซเว่น อีเลฟเว่น” เดินหน้านโยบาย 7 Go Green (เซเว่นโกกรีน) ที่ได้ฤกษ์ใช้วันที่ 7 เดือน 11 รณรงค์ “ลด และ เลิกใช้ถุงพลาสติก” ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ เพื่อ“ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ที่จะมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพราะทุกคนตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการใช้ถุงพลาสติกที่มีต่อโลกของเรา

มาในวันนี้ทาง เซเว่น อีเลฟเว่น จึงได้สานต่อโครงการรณรงค์ลด และ เลิก ใช้ถุงพลาสติก เปิดตัวแคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” และได้ซูเปอร์สตาร์มหาชน “ตูน บอดี้สแลม” มาเป็นพรีเซนเตอร์ ร่วมเชิญชวนคนไทยลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินนำไปสมทบทุนใช้ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลศิริราช

แคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” รณรงค์ให้ผู้ที่เข้าใช้บริการซื้อสินค้าในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ให้ลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน 0.20 บาท/ถุง นำไปสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ มอบให้กับอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา โรงพยาบาลศิริราช โดยได้ศิลปินที่เป็นที่ชื่นชอบของหลาย ๆ คนอย่าง “ตูน บอดี้สแลม” มาเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมปล่อยภาพยนตร์โฆษณาที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด Promise “สัญญาที่ดีที่สุดคือสัญญาที่ทำได้จริง” เผยแพร่ผ่านทางสื่ออย่างโทรทัศน์ และตามสื่อโซเชียลมีเดียอย่าง เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม ไลน์ และยูทูบ รวมทั้งเผยแพร่ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศด้วย

“ตูน บอดี้สแลม” เผยว่า “แคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” นับเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่มีเจตนารมณ์ที่ดี ที่จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และยังได้ร่วมบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลศิริราชด้วย และดีใจที่เราได้เริ่มต้นช่วยโลกของเราอย่างจริงจังกันซักที”

ทุกครั้งที่ลูกค้างดรับถุงพลาสติก พนักงานจะบันทึกไว้ในระบบ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปดูจำนวนถุงที่ลดลง และยอดเงินบริจาคได้ทาง หน้าจอเครื่องรับชำระเงิน , 7 APP และ แฟนเพจ 7-Eleven Thailand ได้ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าแคมเปญนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ทาง“เซเว่น อีเลฟเว่น” จะยังคงดำเนินแคมเปญนี้ต่อไป เพื่อให้มีการลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกอย่างถาวรในอนาคต

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!