Connect with us

Published

on

แค่พูด Ok Google, Play Spotify นี่ไง ลำโพงเล่นเพลงให้ฟังแล้ว เจ๋งไปเลย เห็น JBL LINK 10 เป็นลำโพงทรงกระบอกเหมือนลำโพง JBL ทั่วไป แต่มันเจ๋งกว่าลำโพง Bluetooth ทั่วไปเยอะ เพราะมันเป็นลำโพง WiFi เราเปิดเพลงได้โดยไม่ต้องเชื่อมกับมือถือเลยนะคะ แล้วยังรองรับ Google Assistant ทำให้เราสั่งงานลำโพงและอุปกรณ์รอบบ้านที่เชื่อมกับระบบของกูเกิ้ลได้

เราสามารถใช้ Google Assistant เพื่อสั่งงานได้หลายอย่างนะคะ เริ่มต้นด้วยคำว่า Ok Google แล้วสั่งงานต่อ เช่น

  • คำสั่งพื้นฐานอย่างถามสภาพอากาศวันนี้ “What’s weather today”
  • อรุณสวัสดิ์ “Good Morning” กูเกิ้ลก็จะบอกสภาพอากาศ เสร็จแล้วอ่านข่าว หรือเปิดเพลงให้เราฟัง ซึ่งในบ้านที่ติดตั้งอุปกรณ์ IOT เชื่อมกับกูเกิ้ล เราสามารถตั้งให้เปิดไฟ, ปิดแอร์ หรือทำอย่างอื่นได้ด้วย
  • สอบถามการเดินทาง “How long will it take to get to work by car?”
  • กระจายข้อความไปที่ลำโพงอัจฉริยะทุกตัวในบ้าน “Broadcast message”
  • ตั้งนาฬิกาปลุก “Set alarm at 7am”

เพียงแต่ว่าตอนนี้ Google Assistant จะพูดสั่งงานใช้ภาษาไทยได้บนมือถือเท่านั้น ถ้าเป็นอุปกรณ์อย่างลำโพง JBL ต้องสั่งเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นค่ะ

อย่างที่เราเล่าไปตั้งแต่ต้นว่า JBL LINK 10 เป็นลำโพง Wifi เราสามารถฟังเพลงของบริการอย่าง Spotify, Tidal, Deezer หรือบริการที่รองรับ Chromecast Audio มาออกที่ลำโพงนี้ได้เลย ซึ่งข้อดีของลำโพง Wifi คือให้เสียงดีกว่าลำโพง Bluetooth ทั่วไป เพราะเสียงเพลงที่เล่นส่งตรงจากเซิร์ฟเวอร์มาที่ลำโพงแบบไม่ต้องผ่านมือถือ และเสียงแจ้งเตือนของมือถือจะไม่ไปดังรบกวนที่ลำโพงค่ะ เคยเป็นไหมค่ะ กำลังฟังเพลงเพราะ ๆ แต่เสียงไลน์เด้งก็ไปดังที่ลำโพงอยู่นั้นแหละ หงุดหงิดจนแทบอยากปาลำโพงทิ้ง แต่ก็ปาทิ้งไม่ได้เพราะเป็นลำโพงของเรา

แนวเสียงของ JBL LINK 10 นั้นไปในแนวสดใส กังวาลนะคะ ช่วงแรก ๆ ที่ใช้ลำโพงเสียงจะคม ๆ บาดหูหน่อย แต่หลังจากเปิดลำโพงฟังเพลงไปเรื่อย ๆ เพื่อเบิร์นลำโพง เสียงก็นุ่มนวลขึ้น ส่วนเบสมีไม่เยอะค่ะ มีพอให้รู้ว่ามี แต่ถ้าต้องการเบสตู้มตามกว่านี้ และเสียงดังกว่านี้คงต้องลองฟัง JBL LINK 20 ตัวพี่แทน

การออกแบบของ JBL LINK 10 น่าสนใจค่ะ ลำโพงรุ่นนี้มี 2 สีให้เลือกคือสีดำแบบที่เราเอามารีวิว และสีขาวค่ะ ภายใต้ความเรียบของดีไซน์ จะเห็นว่ามีไฟแสดงสถานะหลายจุดเลย ที่ฐานนั้นเป็นไฟรูป Wifi แสดงระดับสัญญาณ Wifi ที่เชื่อมต่ออยู่ ด้านบนเป็นไฟบอกระดับความดัง และแสดงสถานะของ Google Assistant ซึ่งปุ่มปรับระดับเสียง หรือปุ่มเชื่อมต่อ Bluetooth ก็อยู่บนฝาด้านบน ส่วนด้านหลังเป็นสวิทซ์เปิดเครื่องพร้อมไฟแสดงระดับแบตเตอรี่ และด้านล่างก็เป็นพอร์ตชาร์จไฟพร้อมจุกปิดกันน้ำค่ะ ซึ่งลำโพงตัวนี้กันน้ำได้ระดับ IPX7 หรือลงน้ำได้ลึก 1 เมตร 30 นาทีค่ะ

แล้วจุดสังเกตเกี่ยวกับ JBL LINK 10 มีอะไรบ้าง อย่างแรกคือ ลำโพงต้องใช้เวลาบูตนานค่ะ กว่าจะเปิดจนพร้อมฟังนี่ก็ใช้เวลานานเป็นนาทีเหมือนกัน ของมันไฮเทคก็งี้แหละ และอีกเรื่องคืออายุแบตเตอรี่แค่ 5 ชั่วโมง ก็ต้องมั่นชาร์จไฟกันบ่อย ๆ นะคะ แล้วก็กำลังเสียงจากดอกลำโพง 8 Watt 2 ตัว อาจจะไม่ได้ดังมากขนาดใช้กลางแจ้งแล้วฟังชัดเจนค่ะ ก็ต้องดูรุ่นที่กำลังมากขึ้นเนอะ

JBL LINK 10 ตั้งราคาเปิดตัวไว้ที่ 4,990 บาท ซึ่งตระกูลนี้ก็ยังมี JBL LINK 20 เป็นรุ่นพี่ที่เสียงดังขึ้น ใช้ได้นานขึ้น และยังมี JBL LINK 300 และ 500 ที่เป็นลำโพงตัวใหญ่หน่อย สำหรับเสียบปลั้กใช้ในบ้าน และ JBL LINK VIEW ลำโพงแบบมีหน้าจออีก ชอบตัวไหนก็ลองหาซื้อ หาฟังดูนะคะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

feature

หมดปัญหาเครื่องใช้ไฟฟ้าพังเพราะไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก!! ด้วย AVS

Published

on

เอาละสิคะ!! เมื่อยู่ ๆ ทีวีลูกรักดันมางอแงซะนี่ เป็นอะไร ไม่เอานะลูก ทำใจดี ๆ ยังผ่อนไม่ทันหมดเลย ไม่อยากยกเข้าศูนย์ตอนนี้!! แล้วจะทำไงดีล่ะคะ วันนี้ beartai จึงขอเสนอเครื่องป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าพังเพราะไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก ก็ได้เจ้า AVS หรือ Automatic Voltage Stabilizer นั่นเองจ้าาา!!

หรือจะเรียกว่า AVR – Automatic Voltage Regulators ก็ได้ค่ะ ซึ่งหน้าที่ของ AVS ก็ทำงานตามชื่อของมันเลย คือช่วยปรับความดันไฟฟ้าให้นิ่งอัตโนมัติ จะไฟเกิน ไฟตก หรือไฟกระชากก็จะปรับให้นิ่ง AVS นั้นไม่มีแบตเตอรี่ภายใน เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ป้องกันไฟดับได้เหมือน UPS น้า ถ้าไฟดับ อุปกรณ์ที่ต่อ AVS อยู่ก็ดับไปด้วย แต่หม้อแปลงลูกใหญ่มาก ซึ่ง Zircon KB-series ตัวนี้เป็นหม้อแปลงเทอรอยด์ด้วย ซึ่งทนทานกว่าหม้อแปลงทั่วไป ซึ่งพอหม้อแปลงภายในเครื่องเป็นลูกใหญ่ AVS จึงสามารถจัดการความดันได้ช่วงกว้างกว่า และมีความละเอียดในการปรับความดันมากกว่า UPS

เจ้า AVS ของเราแสดงระดับความดันขาเข้าที่ลดลง แต่เครื่องก็พยายามตรึงความดันขาออกให้อยู่นิ่ง ซึ่งก็ตรวจสอบได้จากมิเตอร์ไฟที่เสียบออกจาก AVS ว่าความดันไฟฟ้าค่อนข้างนิ่ง ส่วนพัดลมที่เราต่อตรงจาก Variac จะเห็นว่าค่อย ๆ หมุนช้าลงจากความดันไฟฟ้าที่ลดลง

ซึ่งเมื่อเราลดความดันไปเรื่อย ๆ จนถึงประมาณ 160 Volt ระดับความดันขาออกจะเริ่มลดลง แต่ปกติแล้วไฟฟ้าในระดับ 200 – 240 Volt นั้นยังอยู่ในเกณฑ์ไฟปกติของการไฟฟ้าอยู่ ซึ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่จะยังทำงานได้ไม่มีปัญหา

แต่เจ้าพัดลมที่ตรงต่อกับ Variac เริ่มมีปัญหาแล้วเมื่อไฟตกมาก ๆ คือพัดลมจะไม่ได้หมุนช้าลงอย่างเดียว แต่ตัวมอเตอร์นั้นจะร้อนขึ้นมาก เพราะมันพยายามดึงกระแสไฟฟ้ามากขึ้นเมื่อแรงดันไฟฟ้าลดลง ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในต้นเหตุของไฟไหม้บ้านค่ะ เมื่ออุปกรณ์ที่เป็นมอเตอร์ต่าง ๆ ต้องทำงานเมื่อไฟตก มันจะร้อนจนอาจลุกไหม้ได้ เพราะฉะนั้นห้ามลืมปิดพัดลม ปิดมอเตอร์ก่อนออกจากบ้านด้วยจ้า

สรุปให้ฟังเลยว่า AVS เครื่องปรับระดับแรงดันไฟอัตโนมัตินั้นเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

  1. เมื่อคุณไม่อยากให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงต้องมาด่วนจากไป เครื่อง Zircon KB-Series นี่แค่ 2-3 พันเอง ถูกกว่าค่าซ่อมอุปกรณ์เยอะ
  2. AVS เหมาะจะใช้กับอุปกรณ์ที่ไฟดับก็ไม่เป็นไร เช่น ทีวี โฮมเธียร์เตอร์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ตู้แช่ เครื่องชงกาแฟ ตู้สาขาโทรศัพท์ เครื่องดนตรีไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย
  3. AVS มันไม่ได้ป้องกันไฟดับนะ ถ้าไฟดับ อุปกรณ์ที่ต่อกับ AVS ก็ดับไปด้วย เพราะงั้นถ้าคุณจะเอาไปต่อคอมพิวเตอร์ ต่อฮาร์ดดิสก์ เราก็แนะนำให้ใช้ UPS อยู่
  4. และจุดเด่นของ AVS ที่เหนือว่า UPS  คือตัว AVS มีขีดความสามารถในการป้องกันปัญหาทางด้านไฟฟ้า แบบมืออาชืพ

ปัญหาทางไฟฟ้าเช่น ไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน สัญญานรบกวนต่าง ๆ ที่มาตามระบบสายไฟฟ้าทั่วไปหรือตามโรงงานอุตสาหกรรม จะทำหน้าที่ได้ดีและมีประสิทธิภาพ เสถียรภาพมากกว่า UPS ชนิด Line Interactive ที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความทนทาน ติดตั้งครั้งเดียวก็แทบจะไม่ต้องดูแลมันอีกเลย เพราะมันไม่มีแบตเตอรี่ต้องคอยเปลี่ยน ใช้ไปเรื่อย ๆ เป็นสิบปี และเรื่องราคาที่ถูกกว่า UPS เป็นเท่าตัว เช่นรุ่นที่รองรับไฟ 2000 VA ที่รับไฟได้ 10-12 A เท่ากัน UPS ราคาจะอยู่ในช่วง 6000-8000 บาท แต่ AVS ของ Zircon ขายราวๆ 3,000 บาทเท่านั้น และจะถูกกว่านี้หากเป็นรุ่น 1000 VA ที่รองรับไฟ 5-7 A

ซึ่ง Zircon ก็มี AVS ให้เลือก 2 รุ่นหลัก ๆ คือ

  • รุ่น HDR ตัวเล็กหน่อย และ
  • Zircon KB-Series

ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้สามารถบอกแรงดันไฟขาเข้า และขาออก พร้อมมีไฟรายงานสถานะเหมือนกัน และใช้ Microcontroller เพื่อควบคุมระดับแรงดันไฟอย่างละเอียดโดยอัตโนมัติ

และมีความสามารถที่น่าสนใจคือ Delay ค่ะ คือผู้ใช้สามารถกดปุ่มหน้าเครื่องเพื่อตั้งได้ว่า เมื่อไฟดับไปจะให้ AVS ดีเลย์การจ่ายไฟกลับมากี่วินาที เพื่อป้องกันปัญหาไฟกระชากตอนที่ไฟเพิ่งกลับมา ซึ่งอุปกรณ์ทั่วไปก็ใช้ 6 วินาทีก็พอ ส่วนถ้าเป็นอุปกรณ์ที่มี Compressor ก็แนะนำให้ใช้เป็น 180 วินาทีเพื่อให้ระบบน้ำยาภายในทำงานให้ครบลูปก่อนที่ไฟจะกลับมา

ใครสนใจจะหาเครื่องปรับแรงดันไฟอัตโนมัติของ Zircon มาใช้ ก็หาซื้อตามร้านอุปกรณ์ไอทีอย่าง Advice, Power Buy ร้านตัวแทนจำหน่ายของ Zircon ทั่วประเทศ หรือร้านออนไลน์ใน Lazada, Shopee ที่สำคัญคือมีขายใน best.beartai.com ด้วยจ้า

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

PM 2.5 หน้ากากกันฝุ่นแบบไหน ถึงจะปลอดภัย !?

Published

on

PM 2.5 คืออะไร? ทำไมต้องกลัว?
PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ หรือครึ่งหนึ่งของขนาดเม็ดเลือด ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และขนจมูกของมนุษย์ไม่สามารถกรองได้เข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางปากและจมูก แพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมสู่กระบวนการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังและมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดบวม โรคหัวใจขาดเลือด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) มะเร็งปอด

องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้ PM 2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ตั้งแต่ปี 2556 อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้ 1 ใน 8 ของประชากรโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

ปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่ใช้ในการป้องกันมลภาวะทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพดังนี้

  1. ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 : ตัวย่อกับตัวเลขที่ว่านี้คือขนาดของฝุ่นละออง 2.5 ไมครอน ซึ่งมันเล็กประมาณ 1 ใน 25 เท่าของเส้นผมมนุษย์และขนจมูกมนุษย์ของเรานั้นไม่สามารถกรองได้
  2. ควรมีความแนบกระชับกับใบหน้า : เพื่อที่จะได้มีประสิทธิภาพในการกรองอากาศและลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยหรือเกิดโรคจากอนุภาคปนเปื้อนในอากาศชนิดต่าง ๆ
  3. มาตรฐานของหน้ากาก : โดยหลัก ๆ แล้วจะมีหน่วยงานที่คอยวัดมาตรฐานของหน้ากากป้องกันฝุ่นหรืออนามัยอยู่ 3 ประเทศใหญ่ ๆ คือ อเมริกา (NIOSH Standard, NIOSH 42 CFR 84), ยุโรป (European Standard, EN 149) และมาตรฐานออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ (Australia/New Zeeland Standard, AS/NZS 1761) แต่เอาจริง ๆ ไม่ต้องซีเรียสไล่หาตัวย่อเหล่านี้ให้วุ่นวายขนาดนั้นหรอกครับหาแค่คำว่า N95 บนบรรจุภัณฑ์ก็พอ

หน้ากากกรองอากาศชนิดกรองอนุภาค

หน้ากากที่สามารถกันฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 ไมครอนหรือใหญ่กว่าได้มากถึง 95% และจะถูกเรียกว่า N95 ซึ่งเป็นมาตรฐานจากทางฝั่งอเมริกาของ NIOSH (National Institute for Occupational Safety and Health) หรือหน่วยงานวิจัยด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ นี่คือหน้ากากที่เหมาะสมที่สุดแก่การรับมือกับอากาศภายนอก

แต่กระนั้นก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน คือเวลาใส่จะค่อนข้างหายใจลำบาก แต่ในปัจจุบันก็ได้มีหลากหลายแบรนด์ผลิตรุ่นใหม่ ๆ กลบจุดด้อยนี้ลงไปแล้วด้วยการเพิ่มตัวช่วยหายใจเข้ามา ซึ่งตอนนี้หลายร้านค้าออนไลน์ก็จัดโปรโมชั่นลดราคากันอยู่นะ อาทิ OfficeMateShopee, Homepro และ Lazada

ผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ

หน้ากากประเภทนี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านค้าสะดวกซื้อทั้งหลาย (7-11, Family Mart, ร้านขายยา ฯลฯ) เพียงแต่อาจจะต้องอ่านหน้าซองดีๆ ว่ามีคุณสมบัติผ่านการกรองไม่น้อยกว่า 95% ตามมาตรฐานของสถาบันอาชีวอนามัย และสุขภาพ (NIOSH) จากประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ เพราะหากเป็นตัวธรรมดาจะสามารถกรองได้แค่มลภาวะฝุ่นละอองที่มีมวลปกติเห็นด้วยตาเปล่าได้เท่านั้น (ควันรถ, ฝุ่นจากการกวาดพื้น ฯลฯ) และทั้งนี้หากใช้เสร็จแล้วก็ควรจะทิ้งเลยเพราะจะแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้ครับ

หน้ากากอนามัยผ้าฝ้าย

มีข้อดีเหมือนผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษคือสามารถหาซื้อได้ง่าย แต่อาจจะต้องเป็นร้านค้าที่มีโซนเครื่องแต่งหน้า – ความสวยความงาม ซึ่งเราก็จะต้องอ่านหน้าซองก่อนเช่นกันครับว่าได้มาตรฐานมีคุณสมบัติผ่านการกรองไม่น้อยกว่า 95% ตามมาตรฐานของสถาบันอาชีวอนามัย และสุขภาพ (NIOSH) จากประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ แต่ข้อดีของหน้ากากอนามัยประเภทนี้คือสามารถนำไปซักทำความสะอาดมาใช้ใหม่ได้

ถ้าหาหน้ากากข้างบนไม่ได้จริง ๆ หน้ากากป้องกันสารเคมีคือตัวเลือกที่น่าสนใจเหมือนกันนะ

นี่คือหน้ากากที่ใช้ในงานเชิงอุตสาหกรรมพ่นสี เคมี ปิโตเคมี ฯลฯ ที่สามารถป้องกันได้อย่างชะงัดนัก ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดอณุภาคที่เล็กไปจนถึงใกล้เคียงฝุ่นละออง PM 2.5 จึงวางใจในการป้องกันได้ แถมราคาก็ไม่ได้แพงเกินกว่าจะหยิบจับเป็นเจ้าของ (1,000 บาทต้น ๆ) ซึ่งถ้าจะซื้อจริง ๆ ผู้เขียนแนะนำให้ซื้อผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ต่าง ๆ ได้เลยจ้าาา!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

feature

#รวมพลังปล่อยแสง ในงานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL”

Published

on

งานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL” รวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562 ณ สวนนงนุช พัทยา โดยแบ่งระยะทางวิ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย

  1. Ultra Kids Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 600 บาท)
  2. Ultra Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 750 บาท)
  3. Ultra Challenge Race ระยะทาง 12 กม. / 16 กม. (ราคา 900 บาท)

ผู้สนใจสมัครวิ่งได้แล้ววันนี้!! ผ่านทางเว็บไซต์ shop.DEXclub.com/ultramanrun

  • Race Pack Collection ประกอบด้วย เสื้อวิ่งสุดเท่พร้อมแปลงร่างเป็น อุลตร้าแมน / อุลตร้าแมนทาโร่ / เจ้าแม่อุลตร้า / อุลตร้าแมนออร์บ / อุลตร้าแมนจี๊ด(เลือกได้ 1 ลาย)
  • BIB
  • เหรียญ (เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัย)
  • ผ้าคลุม Ultraman Finisher (เฉพาะผู้สมัครวิ่งระยะทาง 12 กม. และ 16 กม. เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัยเท่านั้น)

Early Bird Promotion

  • Early Bird ครั้งที่ 1 > 10 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2562 รับเพิ่ม นาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บสุดเท่!!
  • Early Bird ครั้งที่ 2 > 15 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2562 รับเพิ่มของเล่น Ultraman Truck

และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยร่วมประสบการณ์วิ่ง Rider x Rangers Run (ที่เคยลงทะเบียนทาง Shop.DEXclub.com/Riderrangersrun) และ DEX member รับเพิ่มส่วนลด 10% พร้อมนาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บ เมื่อซื้อแพ็กวิ่งตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์  2562

อ่านเพิ่มเติมที่ : https://www.beartai.com/news/it-thai-news/302871

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!