‘หนุ่ย พงศ์สุข’ Test Drive Mercedes-Benz E 350 e AMG Dynamic ตัวท็อป ทดลองเล่นฟีเจอร์ทั่วคัน รีวิวมัน ๆ จาก ‘บางนา สู่ บางปะกง’ พร้อมรีวิว Mercedes-Benz E 350 e คันนี้ที่เป็นระดับ E-Class พร้อมรวมเอาความทันสมัย และความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกัน เป็นรถลักษณะ PLUG-IN HYBRID ก็คือระบบการใช้พลังงานไฟฟ้าแบบชาร์จได้ ก็ชาร์จไฟบ้านเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

BENZ E350e AMG Dynamic ตกแต่ง AMG บอดี้สไตล์ลิ่ง ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว เข้มดุ ดูลุคสปอร์ต มาพร้อมกับเซนเซอร์และกล้องรอบคัน ซึ่งเวลาเราขับไปใกล้กับวัตถุ กล้องมันจะจับภาพแล้วแสดงผลขึ้นจอเตือนให้เราระวังทันที โดยมีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED คุณภาพสูง พร้อมกับไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ 2 เส้น ล้ออัลลอย19นิ้ว ดีไซน์ AMG พร้อมยางรันแฟลช ดิสเบรกหน้ายังมีช่องระบายความร้อนพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกคู่หน้า อีกทั้งยังมีพาโนรามิกซันรูฟปรับไฟฟ้า

  • ภายในดีไซน์สปอร์ต เบาะหนังหุ้มหนัง nappa เบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้ามาพร้อมหน่วยความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่งที่เราตั้งไว้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หุ้มหนัง nappa ท้ายตัด เพื่ออำนวยความสะดวกสบายเวลาขึ้นลง ขาจะได้ไม่ติด อีกทั้งยังดูสปอร์ตเท่ไปอีกด้วย
  • มีปุ่ม push start โดยที่เราขึ้นรถมาไม่ต้องบิดกุญแจให้เสีย เวลา เหยียบเบรกแล้วกดปุ่มเข้าเกียร์ไปได้เลย เบรกและแป้นคันเร่งแบบสปอร์ต คอนโซลหน้าแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ยังมีไฟเรืองแสง (ambient lighting) ที่ปรับได้ถึง 64 สี หน้าจอแสดงผลแบบ widescreen สไตล์ cockpit ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในเครื่องบินหรือยานอวกาศเลยก็ว่าได้
  • พร้อมเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ สั่งงานด้วยเสียง และรองรับ apple car play และ android auto และที่ขาดไม่ได้คือชุดลำโพง Burmester ที่มีเฉพาะในรุ่น AMG Dynamic เท่านั้นนะ
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง nappa ทั้งพวงมาลัย ทั้งเบาะเลย
  • เป็นแผงหน้าปัด Digital เต็มรูปแบบ พร้อมปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (Touch control button)
  • มีระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (head-up display) ระบบ COMAND Online และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง
  • มีที่สำหรับระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (wireless charging)
  • ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester®
  • ฟังก์ชันการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือนั้นรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlayTM) และ Android (Android Auto)

E-Class E 350 e AMG Dynamic คันนี้มีระบบต่าง ๆ มากมายที่น่าสนใจดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 211 แรงม้า 2000 CC
  • ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 88 แรงม้า
  • โดยกำลังสูงสุดที่สามารถทำได้จากการผสานการทำงานของเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้า (System output) อยู่ที่ 286 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร
  • สามารถทำความเร็วสูงสุด ‘ในโหมด E Mode ไฟฟ้า 100%’ ได้ถึง 130 กม. / ชม.
  • ความเร็วเร่ง 0-100 ใน 6.2 วินาที
  • จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9 G-Tronic Plus พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
  • ปล่อย CO2 เพียง 49-57 กรัม/กิโลเมตร
  • ระบบความปลอดภัยครบครัน ภายใต้ระบบ “Mercedes-Benz Intelligent Drive” เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด
  • ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) The E-Class ถือเป็นยานยนต์อัจฉริยะอยู่แล้ว และด้วยระบบที่ช่วยนำรถเข้าจอดและออกจากที่จอดได้ทั้งการจอดทั้งแบบขนานและการจอดแบบเข้าซองได้แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องทำอะไรเองเลย เพราะกล้องจะคอยแสดงภาพด้านหลัง และใช้ระบบ Active Steering ระบบ Speed Control และระบบการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ เข้ามาทำงานร่วมกันขณะถอยรถ
  • กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง รวมถึงระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Distance Pilot DISTRONIC) ระบบนี้ทำงานโดยใช้สัญญาณเรดาร์ที่ติดตั้งบริเวณกันชนหน้าในการคำนวณระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้าที่สัมพันธ์กับความเร็วของรถในขณะนั้น และลดความเร็วของรถโดยอัตโนมัติรวมทั้งช่วยเบรกด้วยระดับแรงเบรกประมาณ 50% ของแรงเบรกปกติ เพื่อรักษาระยะห่างตามที่ผู้ขับขี่กำหนด
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ที่ติดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นนี้อีกด้วย ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันอื่นที่อยู่ในจุดอับสายตาในขณะที่กำลังจะเปลี่ยนช่องจราจร ระบบนี้จะทำงานตั้งแต่ความเร็วของรถที่ 12 กม./ชม. เป็นต้นไป
  • มีไฟเตือนเป็นสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมสีแดงปรากฏขึ้นที่กระจกมองข้างทั้งซ้ายและขวาทันทีที่ระบบสามารถตรวจจับรถที่เข้าใกล้ สัญลักษณ์เที่กระจกมองข้างนี้จะกะพริบและมีเสียงเตือน
  • ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ที่คุณต้องการได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ควบคุมการส่งกำลัง การตอบสนองของพวงมาลัย ระบบช่วงล่าง ระบบปรับอากาศ และฟังก์ชัน Eco Start / Stop เพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง ผ่านปุ่ม DYNAMIC SELECT สามารถเลือกได้ 5 รูปแบบการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น
    • โหมด Eco เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง
    • โหมด Comfort เพื่อความนุ่มนวลขณะโลดแล่นบนท้องถนนฃ
    • โหมด Sport สำหรับการขับขี่อย่างปราดเปรียว พร้อมพวงมาลัย Direct Steering ตอบสนองทุก จังหวะการขับขี่ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G -TRONIC) ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวลและราบรื่น หรือเพิ่มอีกระดับความเร้าใจกับ
    • โหมด Sport+ มอบสัมผัสแห่งพละกำลัง อย่างเต็มที่
    • โหมด Individual ที่คุณสามารถปรับการทำงานของระบบต่างๆ ให้มีความแตกต่างอย่างเป็นอิสระ ตอบทุกสไตล์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณ
  • ระบบกันสะเทือนแบบ AIRMATIC พร้อมช่วงล่างแบบ Variable Damper Control โดยรูปแบบช่วงล่างของระบบ AIRMATIC นั้น จะมีให้เลือก 3 รูป แบบคือ Comfort, Sport และ Sport+ ซึ่งสามารถเลือกได้ที่ จะเพิ่มความนุ่มนวล หรือจะเน้นสมรรถนะ ของช่วงล่างในการขับขี่ เพื่อให้การเดินทางทุกสภาพถนนเป็นไปดั่งใจนึก

ระบบการขับขี่มี 4 โหมดด้วยกันคือ

  • Hybrid – ระบบจะทำงานตามความเหมาะสมคันเร่ง เป็นการทำงานร่วมกันระว่างเครื่องยนต์เบนซิน และมอเตอร์ไฟฟ้า
  • E-MODE – ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด แบบ 100%
  • E-SAVE – จะช่วยรักษาระดับพลังงานไฟฟ้า
  • CHARGE – ชาร์จขณะเครื่องยนต์วิ่ง ถ้ากดจะชาร์จตลอด (โดยเอาเครื่องยนต์ไปปั่นไฟ) เหมาะกับวิ่งประมาณ 80 (ใช้เวลาไปตามต่างจังหวัดก็จะช่วยเก็บพลังงานไฟฟ้าได้ดี)

MBth มี Charging Station ของ Mercedes Benz เองด้วย ที่ห้างชั้นนำ ต่าง ๆ อย่าง CTW, Siam Center, paradise park โรงแรมชั้นนำหลาย ๆ แห่ง หรือลงแอป MEA โหลดติดเครื่องไว้ก็ได้ เพราะแอปนี้จะเป็นแอปหาตู้ชาร์จพลังงานไฟฟ้านั่นเอง มีทั้งระบบ Android และ iOS ติดแค่ว่ายังทำการจองตู้ชาร์จไม่ได้นะครับ พอเข้าแอปก็จะเห็นว่ามีจุดชาร์จอยู่ที่ไหนบ้าง ใกล้ที่สุดคือที่ไหนได้อีกด้วย

ราคา

Mercedes Benz E 350 e รุ่น AMG Dynamic มาพร้อมราคา 4,190,000 บาท และสำหรับรถยนต์ mercedes benz รุ่น e class ทุกรุ่นรับข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ย 0% 4 ปี ประกันภัยขั้นหนึ่งฟรี 1 ปี รับส่วนลดเงินสด พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับมอบรถยนต์ mercedes benz เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการรับฟรี iPhone xs max 256 GB มูลค่า 49,900 บาทอีกด้วย