Connect with us

Published

on

Netflix

เรียกได้ว่าตอนนี้เรากำลังจะมีศึก 3 ก๊กใหญ่ระหว่างค่ายดังเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งนำมาโดย Netflix ผู้ครองตลาดด้านนี้มาเป็นเบอร์ 1 ของโลกในปัจจุบัน มีสมาชิกทั่วโลกเกือบ 150 ล้านคน มีชั่วโมงการชมต่อสัปดาห์มากกว่า 1,000 ล้านชั่วโมง ที่มอง “การนอน” เป็นศัตรูตัวฉกาจของเขา

แต่อย่างไรก็ตาม Netflix แม้จะชนะการนอนมาก็ต้องมาเจอกับคู่แข่งที่ช่วงชิงเวลาจากผู้บริโภคอีกนะครับ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Netflix ก็ออกมายอมรับว่าเกม ‘Fortnite’ เป็นคู่แข่งจริง ๆ โดยไม่ได้มองแค่ผู้ให้บริการ Video Streaming แต่มองภาพรวมถึงอุตสาหกรรมความบันเทิง ใครก็ตามที่ช่วงชิงเวลาจากผู้ชมไปนั่นเอง ‘Fortnite’ เป็นเกมที่เล่นฟรี มีสมาชิกกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก มากกว่า Netflix อีกนะเนี่ย และยังมีกำไรมากกว่า Netflix ถึงเท่าตัวอีกด้วย (ประมาณ 3 พันล้านดอลล่า ขณะที่ Netflix ได้กำไรประมาณ 1.2 พันล้าน)

Disney+

ไม่ทันได้หายใจเมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา Walt Disney ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเปิดให้บริการ Disney+ วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้

โดยค่าบริการรายเดือนอยู่ที่ 6.99 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 223 บาท) ส่วนรายปีอยู่ที่ 69.99 ดอลลาร์ (2238 บาท) ถูกกว่า Netflix เกือบครึ่ง!! เพราะ Netflix 4K อยู่ที่ราคา 420 บาท
มีความคมชัดสูงสุดคือ 4K HDR และแน่นอนว่าต้องมี Original Content โดยเฉพาะเหล่าตัวละครจาก Marvel Studio และตัวละครจาก Disney ที่จะออกมาโลดแล่นบน Devices ของคุณมากกว่าที่เคยเห็นบนโรงภาพยนตร์อย่างแน่นอน

Disney+ จะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน โดยในปีแรกจะเปิดตัวซีรีย์ Original series มากกว่า 25 เรื่อง original films 10 เรื่อง ซึ่งความน่ากลัวของ Disney คือการขนเอาการ์ตูนเก่ามาหมดบ้าน และยังผลิตคอนเทนต์ใหม่ ๆ อีกด้วย แถม The Walt Disney มี 21st Century Fox จากการเข้าซื้อกิจการมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2562 ทำให้ Disney จะมีทั้ง X-Men (ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะไปร่วมกับจักรวาล MCU) Deadpool Avatar ที่กำลังสร้างอีก 4 ภาค, Alien, Kingsman, Predator, Die Hard, Fantastic 4 และอื่น ๆ อีกเพียบ!

Apple TV+

มาพูดถึง Apple ที่จัดงานไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม โดยร่อนจดหมายเชิญพร้อมประโยคว่า “It’s show time,” เป็นไปตามข่าวลือที่บอกว่า Apple จะเปิดตัวบริการ Video Streaming นะครับ ในชื่อ Apple TV+ แต่!! เป็นบริการเสริมบนแอป Apple TV ที่จะให้บริการ Original Content ของ Apple เอง จะเปิดให้บริการปลายปี 2019 นี้ และยังไม่เปิดเผยราคานะครับ

แน่นอนว่าการแข่งขันของผู้ให้บริการที่เข้มข้น ทำให้ผู้ชมมีทางเลือกในการชมหนัง ซีรีส์ สารคดี การ์ตูน เพิ่มมากขึ้น นั่นคือข้อดี ไม่ใช่ดีแค่กับผู้บริโภคอย่างเรานะครับ แต่ผู้ผลิต ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ก็มีโอกาสมากขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนข้อเสียสำหรับผู้ที่ต้องควักเงินจ่ายเราก็คือ คอนเทนต์ต่าง ๆ จะกระจายตัวออกไป ถ้าอยากดูหนังเด่นซีรีส์ดังตามกระแส ก็กลายเป็นต้องจ่ายรายเดือนกับหลายผู้ให้บริการซะอีก ก็คงต้องเลือกล่ะครับ ว่าจะยอมจ่ายทุกผู้ให้บริการ หรือจงรักภักดีกับค่ายใดค่ายหนึ่งไปเลย

สรุป 3 ค่ายนี้

  • Netflix คลังหนังซีรีส์ใหญ่ คอนเทนต์มีสำหรับทุกเพศทุกวัยทุกชนชาติ และมีเสียงภาษาไทย
  • Disney+ เริ่มแรกปูด้วยการ์ตูนครบคลัง เหมาะกับเด็ก ๆ และผู้ที่เป็นสาวก Marvel, Starwars
  • Apple TV+ ยังไม่มีอะไรเปิดเผยมากนัก
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!