Connect with us

Published

on

เคยไหมเน็ตไม่แรง ไม่สเถียร พอเพิ่มแพ็กเกจก็ยังโหลดช้าเป็นเต่าคลาน เดินเข้าห้องน้ำทีเน็ตก็หลุดลอยไปแล้ว

วันนี้ #beartai จะมาบอกเทคนิคการเลือก Router WiFi ภายในบ้าน ให้คุณเล่นเน็ตแบบสะใจ ลื่นหัวแตกกันไปเลยยยย

ปัญหาอินเทอร์เน็ตในบ้านไม่แรง อาจเกิดจาก Router ที่ไม่ได้คุณภาพหรือมีสเปกที่ไม่เหมาะสมกับแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่เราเลือก รวมไปถึงสภาพบ้านและจำนวนอุปกรณ์ที่เรามี

เพราะส่วนใหญ่แล้ว Router ที่เราได้แถมมาจากการติดตั้งอินเทอร์เน็ต มักเป็น Router ที่มีสเปกกลาง ๆ ไปจนถึงระดับล่าง ก็ต้องทำใจนะครับ เพราะมันคือของฟรี

การจะทำให้อินเทอร์เน็ตเร็วขึ้นได้ การเปลี่ยน Router WiFi ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งเช่นกัน

 

3 วิธีเช็กง่าย ๆ

  1. ตรวจสอบจากใบแจ้งค่าบริการ

  2. หรือโทรหา Call Center ของผู้ให้บริการ เขาก็จะตรวจสอบข้อมูลให้ได้ทันที

  3. หรือเช็กจากแอปก็ได้ แต่ละค่ายเขาทำออกมาให้เราใช้งานกันอย่างสะดวกสบายอยู่แล้วครับ เร็วกว่าโทรหา Call Center อีก

เลือกความถี่ไหนดี?

ต่อมาก็ต้องสำรวจสภาพบ้านของเราครับ ว่ามีลักษณะอย่างไร มีกี่ชั้น มีกี่ห้อง เพราะกำแพงในแต่ละชั้น แต่ละห้อง ก็ส่งผลกับสัญญาณ WiFi  เพราะ WiFi ใช้คลื่นความถี่อยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ คลื่นความถี่ 2.4 GHz และคลื่นความถี่ 5 GHz โดยคลื่นความถี่ 2.4 กิกะเฮิร์ตซ์ รองรับความเร็วสูงสุด 600 เมกะบิตต่อวินาที ปล่อยสัญญาณได้ไกล 1-2 ชั้นของบ้าน (ประมาณ 5-15 เมตร) เรียกว่าทะลุทะลวงกำแพงได้ดีครับ แต่เจ้าคลื่น 2.4 กิกะเฮิร์ตซ์นี้ ก็ถูกใช้เป็นคลื่นวิทยุด้วย ดังนั้น เตาไมโครเวฟหรือคลื่นวิทยุที่ใช้งานคลื่นความถี่เดียวกันจะทำให้สัญญาณดรอปลงทันที ซึ่งเราสามารถแก้ไขด้วยการย้ายไปใช้คลื่นความถี่ 5 กิกะเฮิร์ตซ์ รองรับความเร็วสูงสุด 1,300 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งเจ้าคลื่นนี้มีคนใช้น้อยครับ เพราะเป็นคลื่นที่มีอุปกรณ์รองรับไม่มากนัก แถมยังไวต่อสิ่งกีดขวาง เพราะปล่อยสัญญาณได้ในระยะ 3-5 เมตรเท่านั้น คลื่นนี้จึงเหมาะกับการใช้ในห้องพักขนาดเล็ก เช่น หอพัก หรือคอนโดที่มีคนอาศัยรวมกันมาก ๆ ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่จะใช้คลื่น 2.4 กิกะเฮิร์ตซ์ เราก็หนีมาอยู่คลื่น 5 กิกะเฮิร์ตซ์ เล่นเน็ตได้ลื่น ๆ เลย

สำหรับการเลือกประเภทความถี่นั้น ให้ดูตามสภาพของบ้าน ความเร็วสูงสุดที่คลื่นความถี่รองรับ และต้องดูด้วยว่าอุปกรณ์ของเราว่ารองรับคลื่นความถี่ใดบ้าง

แต่ # beartai ก็แนะนำให้ใช้ทั้ง 2 คลื่นควบคู่กันไป จะได้ไม่มีปัญหาเน็ตหลุด ซึ่งปัจจุบันก็มี Router WiFi Dual Band ที่รองรับระบบนี้แล้ว

มาตรฐาน WiFi คืออะไร?

อีกเรื่องที่ต้องดูคือ มาตรฐาน WiFi ของเทคโนโลยี IEEE 802.11 ซึ่งจะบ่งบอกความสามารถในการโอนถ่ายข้อมูล โดยมาตรฐานที่นิยมใช้กันคือ มาตรฐาน ac และ มาตรฐาน n โดยมาตรฐาน n นั้นรองรับคลื่นความถี่ทั้ง 2.4 กิกะเฮิร์ตซ์ และ 5 กิกะเฮิร์ตซ์ มีความเร็วสูงสุดที่ 300 เมกะบิตต่อวินาที เป็นขวัญใจของอุปกรณ์ทั้งเก่าและใหม่ เพราะเป็นมาตรฐานที่มีมานานแล้ว ส่วนมาตรฐาน ac นั้น แม้จะรองรับแต่คลื่น 5 กิกะเฮิร์ตซ์ แต่ก็มีความเร็วกว่ามาตรฐาน n มาก แถมอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ ก็ใช้มาตรฐานนี้

 

แล้วจะเลือกมาตรฐานประเภทไหนดีละ?

คำตอบคือ สามารถเลือกได้ทั้ง 2 ครับ เพราะอุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่รองรับมาตรฐาน ac สามารถใช้กับมาตรฐาน n ได้ แต่ว่าจะได้ความเร็วที่ได้จะสูงสุดเท่าที่มาตรฐาน n รองรับเท่านั้น

เทคโนโลยีนั้นพัฒนาขึ้นทุกวัน  #beartai แนะนำให้เลือกมาตรฐาน ac ไปเลย เพื่อรองรับอุปกรณ์ใหม่ ๆ ในอนาคต อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือจำนวนเสา เพราะเจ้าเสาเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มความเข้มข้นของสัญญาณ เหมาะกับบ้านที่มีอุปกรณ์หลาย ๆ เครื่อง จะได้ไม่ต้องแย่งสัญญาณกันนั่นเอง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!