Connect with us

Published

on

เราเพิ่งรีวิว Vivo NEX 3 สมาร์ตโฟนตัวท็อปสุดของวีโว่กันไป แล้วนี่อะไร Vivo V17 Pro มาแล้วจ้า รีวิวตัวท็อปแล้วก็ต้องรีวิวตัวกลางด้วยสิ มาดูกันว่าสมาร์ตโฟน 6 กล้อง โดยมาพร้อมกล้องหน้าแบบป๊อปอัพคู่รุ่นแรกของโลก จอไร้ติ่ง ราคาแค่ 12,999 บาทนี้ทำอะไรได้บ้าง!

ดีไซน์

รีวิวสมาร์ตโฟนแทบทุกรุ่นผมต้องเริ่มที่ดีไซน์ฝาหลังก่อน เพราะเป็นจุดที่จะแสดงตัวตนของมือถือรุ่นนั้นๆ ได้ดีที่สุดแล้ว โดยฝาหลังของ Vivo V17 Pro นั้นมีจุดสะดุดตาอยู่ 2 จุด จุดแรกคือกล้องที่วางเรียงกันเป็นแถว 4 ตัวตรงกลาง พร้อมคำว่า AI Quad Camera อยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างก็มีเพียงโลโก Vivo อยู่เท่านั้น ไม่มีตัวอักษรหรืออะไรให้รกสายตาอีก ฝาหลังนี้ก็เป็นการออกแบบแบบสมมาตรซ้ายขวาเท่ากัน ตัวฝาหลังนี้เป็นแบบกระจกด้วยนะครับ ซึ่งก็มีการทำขอบด้านหลังให้โค้งรับฝ่ามือด้วย

สีที่เราได้มารีวิวในครั้งนี้เป็นสีขาว Crytral White นะครับ ก็ให้เป็นสีขาวอมฟ้า ส่วนใครที่ชอบความเข้ม ก็มีสีดำ Knight Black ให้เลือกอีกสีหนึ่ง นอกจากนี้ในกล่องยังแถมเคสพลาสติกแข็งมาให้ด้วยนะครับ ซึ่งในกล่องนี้เราได้มาเป็นสีขาวก็สอดคล้องกับสีตัวเครื่องด้วย

หน้าจอ

ส่วนด้านหน้าเป็นจอ Super AMOLED ขนาด 6.44 นิ้วความละเอียด Full HD+ ครับ ให้อัตราส่วน 20:9 พร้อมแสดงผล 91.65% ของพื้นที่ด้านหน้า ซึ่งจอตัวนี้วีโว่ตั้งชื่อว่า UltraFullview Display เพราะเป็นดีไซน์ที่ไม่มีรอยแหว่ง รอยบากใดๆ ทั้งนั้นด้วยการเอากล้องหน้าไปซ่อนไว้ภายในเครื่อง และภายในยังมีเซนเซอร์สแกนนิ้วใต้จอด้วย ซึ่งสแกนเร็วใช้ได้เลย

คุณภาพหน้าจอ Super AMOLED ของ Vivo V17 Pro นั้นให้ภาพสีสันสดใส ใช้งานสบายตาดีครับ รองรับสีสันตามมาตรฐาน DCI-P3 100% และยังได้ผ่านการรับรองจาก TÜV สถาบันรับรองความปลอดภัยจากประเทศเยอรมัน หน้าจอนี้สามารถกรองแสงสีฟ้าได้ถึง 42% แต่มีข้อสังเกตนิดหนึ่งว่าไม่รองรับการแสดงผลแบบ HDR จะเปิดคลิป HDR ใน Youtube หรือ Netflix ก็ไม่ขึ้นครับ แต่เป็น Widevine L1 นะ ซึ่งจะดู Netflix ได้คมชัดถึงระดับ Full HD 1080p เพียงแต่ไม่ถึงระดับ HDR

กล้อง

มาถึงจุดเด่นที่สุดของ Vivo V17 Pro สมาร์ตโฟนที่มีกล้องมากถึง 6 ตัวกัน เริ่มที่กล้องหลัง 4 ตัวก่อนเลย

  1. ตัวบนสุดเป็นเลนส์อัลตราไวด์ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.2 ระยะรับภาพ 13 มิลลิเมตร

  2. ตัวถัดมาเป็นกล้องหลักมุมกว้าง ด้วยเซนเซอร์ Sony IMX582 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/1.8 ระยะรับภาพ 26 มิลลิเมตร

  3. กล้องวัดระยะ ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เพื่อให้ทำให้ภาพหลังเบลอได้เนียนตา

  4. กล้อง Super Macro 2 ล้านพิกเซล f/2.4 สำหรับถ่ายภาพใกล้ในระยะ 4 ซ.ม.

แน่นอนว่ากล้องที่ 5 และ 6 ก็ต้องเป็นกล้องหน้า ซึ่งกล้องหน้าแบบ Pop-up ของ Vivo V17 Pro นั้นไม่เหมือนใครด้วยกล้องหลักให้ภาพความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/2 ส่วนกล้องอีกตัวเป็นเลนส์ Selfie แบบ Ultrawide ครับ ระยะรับภาพ 17 mm ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.2 แถมตรงกลางระหว่าง 2 กล้องนี้ยังมีไฟ  Selfie Softlight ซ่อนอยู่ด้วยนะ ถ่าย Selfie ในที่แสงน้อยได้สบายมาก และถ้าเราทำหลุดมือ กล้องก็จะเก็บเองด้วย

โหมดการถ่ายภาพ

ชื่อชั้นของ Vivo นั้นไม่ทำให้ผิดหวังเรื่องการถ่าย Selfie ให้ออกมาดูดีครับ ก็เป็นโทนภาพสว่างสดใสที่สาวๆ น่าจะชอบ ซึ่งก็สามารถเปิดโหมด Portrait เพื่อปรับให้หน้าชัดหลังเบลอได้ รวมถึงปรับระดับความเนียนและการปรับแต่งใบหน้าได้ตามต้องการ และการที่กล้องหน้ามีเลนส์มุมกว้างมากแยกออกมา ก็ทำให้การถ่าย Selfie สนุกขึ้นอีกเยอะ เพราะสามารถเห็นฉากหลังได้กว้างมากขึ้น เห็นบรรยากาศรอบตัวมากขึ้น ไม่ต้องเห็นหน้าตัวเองอย่างเดียว นอกจากนี้การที่มีไฟ  Selfie Softlight ด้านหน้าก็ทำให้การถ่าย Selfie ในที่แสงน้อยได้ภาพที่ดีขึ้น

ลูกเล่นที่น่าสนใจในการถ่ายภาพบุคคลของ Vivo V17 Pro คือโหมด Posture ที่ช่วยแนะนำท่าทางการถ่ายรูปให้นายแบบ-นางแบบออกท่าทางได้แปลกใหม่ขึ้น ใครคิดไม่ออกว่าจะโพสต์ท่ายังไง ก็กดดูจากโหมดนี้ได้

ส่วนกล้องหลัง 4 ตัวก็ถ่ายภาพได้สวยงามทันทีด้วย AI ที่ช่วยจูนลักษณะภาพให้เหมาะสมกับแต่ละซีนภาพ ภาพอาหารก็มีการเร่งสีสันให้สดน่ากิน ภาพตึกรามบ้านช่องก็มีการเร่งความคมชัดให้เส้นสายต่างๆ ชัดเจนขึ้น ส่วนการถ่ายภาพบุคคลก็สามารถเบลอฉากหลังได้อย่างสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติเพราะมีเลนส์วัดระยะแยกออกมาต่างหาก แถมยังสามารถใช้เลนส์มุมกว้างมาถ่ายทุกที่ให้ดูกว้าง เห็นพื้นที่มากขึ้นในภาพเดียว หรือเอามาถ่ายบุคคลให้ได้ภาพที่แปลกตามากขึ้นได้ ซึ่งกล้องหลังตัวนี้สามารถซูมภาพได้ 2 เท่าโดยที่ไม่รู้สึกแตกครับ และซูมดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่า

ส่วนการถ่ายภาพ Super Macro ก็ทำได้ดีในระดับหนึ่งที่กล้องสามารถเข้าใกล้วัตถุได้มากขึ้น แต่ด้วยความละเอียดของเลนส์มาโครที่มีแค่ 2 ล้านพิกเซลก็ทำให้ความคมชัดสู้ภาพจากเลนส์หลักไม่ได้

การถ่ายภาพกลางคืนก็มี Night Mode เพื่อเก็บภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นด้วยการเปิดรับแสงที่นานขึ้น แต่เราคิดว่าการถ่ายรูปกลางคืนทั่วไป ใช้แค่เลนส์หลักในโหมด Auto ก็ให้ภาพสว่างมากพอแล้วครับ

ความละเอียด

และการถ่ายวิดีโอนั้น Vivo V17 Pro สามารถใช้กล้องหน้าจะถ่ายวิดีโอได้ที่ 1080p ส่วนกล้องหลังสามารถถ่ายที่ความละเอียดสูงสุด 4K แต่ที่ความละเอียด 4K ระบบป้องกันภาพสั่นไหวจะไม่ทำงานนะครับ ต้องใช้ความละเอียด 1080p ลงไปเท่านั้นระบบ EIS ถึงจะทำงาน แต่จุดเด่นของกล้องวิดีโอจาก Vivo V17 Pro คือสามารถใช้เลนส์ Ultra Wide ถ่ายได้ด้วย แต่ไม่สามารถสลับเลนส์ไปมาระหว่างถ่ายวิดีโอได้

สเปก

มาถึงเรื่องประสิทธิภาพเครื่องกันบ้างนะครับ Vivo V17 Pro นั้นมาพร้อมชิปประมวลผล Snapdragon 675 พร้อมแรม 8 GB และหน่วยความจำ 128 GB ซึ่งเป็นสเปกความแรงเดียวกับ Vivo V15 Pro ที่ออกมาก่อนหน้านี้

ซึ่งผลทดสอบความแรงด้วย Geekbench 5 ก็ได้คะแนน Multicore ไปที่ 1,551 คะแนน ส่วน Antutu 7.2 ได้คะแนนไป 176,652 คะแนน ซึ่งก็เป็นความแรงที่ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน พวกเล่นเฟซบุ๊ก, ไลน์ หรือท่องเว็บได้สบายๆ ส่วนการทดสอบกับเกม Shadowgun Legend ก็ให้ประสิทธิภาพเกมที่ดีเมื่อใช้คุณภาพกราฟิกระดับ Auto และใช้ Ultra Game Mode เพื่อจูนระบบเครื่องให้ดีที่สุด ระหว่างเล่นเกมเรายังสามารถเรียกเมนู Game Assistant จากบริเวณขอบข้างของจอ ควบคุมเรื่องการรับสายเรียกเข้า หรือปิด Notification ได้ แต่ที่เด็ดสุดน่าจะเป็น Voice Changer ที่ใช้เปลี่ยนเสียงพูดสั่งการของเราในเกมเป็นเสียงสังเคราะห์ ซึ่งตอนนี้รองรับกับเกม ROV หรือ PUBG

นอกจากนี้ Funtouch OS ที่ครอบทับ Android 9 ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง เช่น Dark Mode ที่ไม่ใช่เปลี่ยนแอปของระบบให้มืดลง แต่แอปดังๆ อย่าง Facebook ก็ถูกเปลี่ยนสีไปด้วย หรือสร้างทางลัดคำสั่งที่ใช้งานบ่อยๆ ไว้ในหน้า Shortcut ก็ได้

การเชื่อมต่อ

ส่วนด้านล่างเป็นถาดใส่ซิมที่ใส่ได้ 2 ซิม แต่ไม่สามารถใส่ MicroSD เพิ่มได้ มีพอร์ตชาร์จแบบ USB-C ซึ่งมาพร้อมหัวชาร์จเร็วแบบ Dual Engine Fast Charging 9V 2A หรือ 18 Watt ก็สามารถชาร์จแบต 4100 mAh ให้เต็มได้ในเวลาไม่นาน นอกจากนี้ยังมีช่องลำโพงเดียวด้านล่างที่ให้เสียงเพลงได้ดังเลยแหละ แต่ไม่ใช่ลำโพงสเตอริโอ

ซึ่งจุดสังเกตของพอร์ตรอบเครื่องอยู่ที่ตัวพอร์ต USB-C นั้นไม่รองรับการต่อสายออกจอ ส่วนช่อง 3.5 mm ก็ให้เสียงตามปกติธรรมดา ไม่ได้มีชิป DAC แยกเหมือนรุ่นพี่ Nex3 ที่มีโหมด Hi-Fi ให้เสียงอลังการ ถ้าอยากได้เสียงอย่างเทพ ซื้อ Nex3 เลย

ราคา

Vivo V17 Pro นั้นเปิดตัวที่ราคา 12,999 บาท ซึ่งก็ถือเป็นสเปกในระดับที่ทำให้ตลาดสะเทือนได้เหมือนกัน ด้วยกล้อง 6 ตัวแถมกล้องหน้าเป็นกล้องคู่แบบซ่อนด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น