รีวิว Surface Pro 7 และ Surface Laptop 3 ก่อนเปิดตัวในไทย ที่ IT City

หนุ่ย พงศ์สุข รีวิว #SurfacePro7 และ #SurfaceLaptop3 ตัวจริงเสียงจริงที่ #ITCity ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จะน่าสนใจขนาดไหน จับจริง รีวิวจริงที่ IT City แบบสด ๆ ไปเลย!

น้ำหนักตัวเครื่อง / อุปกรณ์

ถ้าพูดถึง Surface ก่อนอื่นเลยก็ต้องพูดถึงความเหมาะสมในการพกพา ก่อนอื่นเรามาทำการ “ชั่งน้ำหนัก” กันก่อนเลยว่าแต่ละตัวมีน้ำหนักเท่าไหร่กันบ้าง เริ่มที่ Surface Pro 7 ตัวนี้มีน้ำหนัก 775 กรัม ถ้ารวม Type Cover ก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1,078 กรัม

ส่วน Surface Laptop 3 ตัวหน้าจอ 15 นิ้ว มีน้ำหนักเพียง 1,551 กรัม ถือว่าเบามากสำหรับ Notebook ขนาด 15 นิ้ว และรุ่นจอ 13.5 นิ้ว มีน้ำหนักอยู่ที่ 1,320 กรัม

ส่วนอุปกรณ์เสริมอย่าง Adaptor มีน้ำหนักอยู่ที่ 283 กรัม ให้กำลังไฟ 65W ซึ่งตัว Adaptor นี้จะสามารถใช้งานร่วมกับ Surface Laptop 3 ได้เช่นกัน โดยหัวชาร์จนี้เป็นแบบเดิมที่เคยใช้กับรุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งสามารถชาร์จได้ทั้ง 2 ด้านจึงไม่ต้องกลัวเรื่องเสียบผิดด้านแต่อย่างใด แถมมีช่อง USB-A ให้เราสามารถใช้เสียบสายชาร์จมือถือเข้าไปได้อีกด้วย ไม่ต้องเสียบเข้ากับ Surface Pro ของเราให้เปลืองช่องอีกต่อไป

Surface Pro 7

เริ่มจาก Surface Pro 7 กันก่อนเลย ซึ่งตัวนี้วางจำหน่ายหลากหลายรุ่น หลายราคา สำหรับรุ่นที่เรารีวิวจะใช้ CPU Intel Gen 10th Core i5-1035G4 Ram 8 GB SSD 256 GB ก็ถือได้ว่าพอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไปเลยล่ะ และยังมาพร้อมกับ Windows 10 Home Edition อีกด้วย

รูปลักษณ์ภายนอก

ซึ่งรูปลักษณ์ก็เหมือนกับ Surface Pro รุ่นเก่า โดยมาพร้อมกับพอร์ต USB-A 1 ช่อง USB-C 1 ช่องเสียบสายชาร์จ ในด้านขวา มีช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ในข้างซ้าย และมีช่องเสียบ microSD อยู่ด้านหลังขาพับ ก็เรียกได้ว่าครบถ้วนสมบูรณ์ด้านการใช้งานทั่วไป ถือว่าให้พอร์ตมาเยอะ เมื่อนับว่าเป็นแท็บเล็ต แต่ถ้านับว่าเป็นโน้ตบุ๊กก็แอบน้อยไปนิด

มาดูกันในเรื่องของการใช้งาน ทีมงานก็ได้เอาไปทดสอบแล้วก็เรียกได้ว่าใช้งานด้านการทำงานทั่วไปได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการพิมพ์ที่ค่อนข้างสะดวกบนแป้นพิมพ์ Type Cover ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีด้วยวัสดุหรูหรา Alcantara 3 สีคือ สี Poppy Red,Ice Blue,Light Charcoal ก็เลือกตามความชอบของเราได้เลย

สเปค

โดย Surface Pro 7 นี้มีจุดเด่นในด้านความเร็วที่สูงกว่ารุ่น 6 ถึง 2 เท่าบนชิปประมวลผล Intel Gen 10th ตัวล่าสุด และสามารถชาร์จเร็วกว่ารุ่นเดิม 30% ชาร์จไว 80% ในเวลา 1 ชั่วโมง ค่อนข้างไวเลยทีเดียว แต่เมื่อใช้งานไปชาร์จไป จะทำให้การชาร์จช้าลงกว่าเดิมค่อนข้างมาก

ใช้หน้าจอแสดงผล PixelSense ซึ่งมีความละเอียดสูงบนขนาดหน้าจอ 12.3 นิ้ว แสดงผลแบบ TrueColor ที่จะให้ความสว่างปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ณ ขณะนั้นเพื่อสีที่เสมือนจริง

ทดสอบประสิทธิภาพ

และแน่นอนว่านอกจากการทำงานทั่วไปแล้ว เรายังได้เอาไปทดสอบกับโปรแกรมที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง 3DMark Time Spy โดยได้คะแนนอยู่ที่ 627 คะแนน ก็เรียกได้ว่ามันคือโน๊ตบุ๊คสำหรับทำงาน ไม่ได้เน้นเล่นเกมแต่อย่างใด

ส่วนในด้าน Geekbench ที่ทดสอบ CPU ก็เรียกได้ว่าได้คะแนนมาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว โดยได้คะแนนแบบ Single Core ที่ 1236 คะแนน ส่วน Multi Core อยู่ที่ 4213 คะแนน

ส่วนอีกเรื่องที่เราได้ทดสอบคือ เรื่องของความเร็วของ SSD หรือ Solid State Drive ผ่านโปรแกรม CrystalDiskMark ก็ได้คะแนนออกมาน่าสนใจ โดยความเร็วการอ่านแบบต่อเนื่องอยู่ที่ 2,000 MB/s ส่วนความเร็วในการเขียนแบบต่อเนื่องอยู่ที่ 687 MB/s และสำหรับการอ่านเขียนแบบสุ่มจะได้อยู่ที่ 1,018 MB/s และการเขียนแบบสุ่มอยู่ที่ 566 MB/s ก็เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้อย่างไม่มีสะดุดแล้วล่ะครับ

ปากกา Surface Pen

และอีกเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้คือเรื่องของปากกา Surface Pen อันนี้ยังคงใช้เป็นตัวเดียวกับรุ่น Surface Pro 6 ครับ มาพร้อมการรับแรงกดได้ 4,096 ระดับ เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 4.0 ใช้แบตเตอรี่ขนาด AAAA ที่อยู่ในปากกาอยู่แล้วนั่นเองครับ

สรุปภาพรวม

โดยภาพรวมก็ถือได้ว่าตอบโจทย์การใช้งานด้านศิลปะอย่างมากด้วยจอที่จัดเต็ม หรือจะใช้งานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง เล่น Social ก็เหมาะ หรือจะใช้ตัดต่อก็พอไหว แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับการใช้งานด้านการเล่นเกมหรือทำงานด้าน 3 มิติเท่าไรนัก

Surface Laptop 3

สำหรับ Surface Laptop 3 ทั้ง 2 รุ่นนี้ เราจะขอพูดถึงหลัก ๆ คือตัวใหญ่หน้าจอ 15 นิ้วตัวนี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ เพราะเป็นรุ่นที่ใช้ CPU AMD Ryzen 5 3580U Microsoft Surface ® Edition ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ Surface Laptop โดยเฉพาะ ส่วนตัวหน้าจอ 13.5 นิ้วจะเป็น CPU Intel Core i5-1035G7 Ram 8 GB SSD 256 GB และรุ่นจอ 15 นิ้ว จะมาพร้อม CPU AMD Ryzen 5 3580U Microsoft Surface ® Edition รุ่นพิเศษที่ไม่ได้ถูกผลิตให้กับโน๊ตบุ๊ค รุ่นอื่นด้วยนะ มาพร้อม Windows 10 Home เหมือนกันทั้ง 2 ตัว

รูปลักษณ์ภายนอก

มาดูในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอกของ Surface Laptop 3 ตัวนี้ มีสีดำเรียบหรู ดูดีมีสไตล์สมเป็น Surface จริง ๆ โดย Port ที่ให้มาคือ ด้านซ้ายมี USB-A 1 ช่อง USB-C 1 ช่อง และช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm อีก 1 ช่อง ส่วนด้านขวามีช่องสำหรับเสียบชาร์จไฟเพียงช่องเดียว โดยอัปเกรดพอร์ตจาก Mini Display port มาเป็น USB-C แล้ว ทำให้สามารถต่อ Hub เสริม ต่อ HDMI ออกจอได้แทนพอร์ตเดิม แต่เสียดายที่ยังชาร์จไฟผ่าน USB-C นี้ไม่ได้นะ

ซึ่ง Surface Laptop 3 นี้ใช้หน้าจอแสดงผล PixelSense ที่แสดงผลแบบ TrueColor เช่นเดียวกับ Surface Pro 7 บนขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า และที่สำคัญ สามารถสัมผัสและใช้ปากกา Surface Pen ได้เช่นเดียวกันครับ

ทดสอบประสิทธิภาพ

ซึ่งเราได้ทำการทดสอบ CPU ด้วยโปรแกรม Geekbench 5 ก็ได้คะแนนแบบ Single Core ที่ 884 คะแนนและคะแนนแบบ Multi Core ที่ 2790 คะแนน ส่วนรุ่น Intel Gen 10th Core i5 ทำคะแนนแบบ Single Core ได้ 1243 คะแนน และทำคะแนนแบบ Multi Core อยู่ที่ 4,467 คะแนน สูงกว่าพอสมควร

ส่วนการทดสอบ 3DMark ก็ทำคะแนนไปได้ 786 คะแนน ในขณะที่รุ่น Intel Gen 10th Core i5 ตัวนี้ทำไปได้สูงกว่า อยู่ที่ 903 คะแนน ซึ่งเมื่อเทียบกับ Surface Pro 7 ก็แรงกว่าเช่นกัน เพราะ CPU i5-1035G7 เบอร์นี้มีความแรงกว่า i5-1035G4 อยู่ 100 MHz นั่นเองครับ

เรื่องของความเร็วในการเขียนอ่านของ SSD ซึ่งความเร็วในการอ่านแบบต่อเนื่องอยู่ที่ 1,937 MB/s ส่วนการเขียนแบบต่อเนื่องอยู่ที่ 649 MB/s และการอ่านแบบสุ่มอยู่ที่ 1,025 MB/s และการเขียนแบบสุ่มอยู่ที่ 578 MB/s และสำหรับรุ่น CPU Intel Gen10th ก็เรียกได้ว่าให้ค่าที่ใกล้เคียงกันมากเลยทีเดียวครับ (แหงล่ะ อันนี้ทดสอบ SSD นี่!)

ทดสอบเล่นเกม

โดยการทดสอบเล่นเกมนั้น ก็ต้องบอกว่าไม่ค่อยเหมาะกับเกมที่มีกราฟิกสวย ๆ ครับ เพราะเครื่องไม่สามารถเล่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งเราทดลองเปิดเกมอย่าง Resident Evil 2 Remake ก็เรียกได้ว่าค่อนข้างกระตุกเลยทีเดียว แต่สำหรับเกมที่เป็นภาพ 2 มิติอย่าง Ducktales Remaster นี้ก็สามารถเล่นได้แบบชิล ๆ ลื่น ๆ เลยล่ะครับ

ระบบ Fast Charging

โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมด้วยฟีเจอร์ Fast Charging ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรีได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง ค่อนข้างไวเลยทีเดียว

ราคา

เริ่มต้นด้วย Surface Pro 7 ตัวนี้มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 39,990 บาท หรือ 40,000 มีทอน 10 บาท ซึ่งราคานี้โดยปกติจะไม่แถมตัว Type Cover นะครับ ต้องหาซื้อแยกในราคา 5,790 บาท และสำหรับรุ่นท็อปก็จัดเต็ม CPU Gen 10th Core i7 Ram 16 GB SSD 512 GB ก็ตกอยู่ที่ราคา 64,990 บาทนั่นเอง

ส่วน Surface Laptop 3 ตัว 15 นิ้ว AMD Ryzen 5 นี้มาพร้อมราคา 49,990 บาท ส่วนตัว 13.5 นิ้ว Core i5 Ram 8 GB SSD 256 GB ตัวนี้ก็ตกอยู่ที่ราคา 44,990 บาท

และสำหรับอุปกรณ์เสริมอย่าง Surface Arc Mouse อยู่ที่ราคา 2,600 บาท และ Surface Pen อยู่ที่ราคา 3,900 บาท

ทั้งหมดนี้หาซื้อได้ที่นี่ IT City พร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้กับพนักงานทุกคนที่พร้อมจะให้บริการคุณได้เลย!

แสดงความคิดเห็น