วิธีเลือก Printer เพื่อธุรกิจ SME รับปี 2020

เข้าสู่ปี 2020 เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Internet ยุค 5G อุปกรณ์ IoT ระบบ AI Training เกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเก็บรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ในรูปแบบของข้อมูล ทั้งบนคอมพิวเตอร์ หรือบน Cloud ก็ทำได้อย่างง่ายดาย

แต่อย่างไรก็ตาม เราปฎิเสธไม่ได้ว่า เรายังคงต้องมีการพิมพ์เอกสารออกมาเพื่อใช้งานด้านต่าง ๆ อยู่ดี ซึ่งแต่ละบริษัทก็ต้องมีเครื่องพิมพ์เพื่อตอบสนองธุรกิจของคุณได้อย่างลงตัว วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีเลือก Printer เพื่อ SMEs รับปี 2020 กันครับว่าพรินเตอร์แบบไหนที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ

SME ขนาดเล็ก – ขนาดกลาง

ยกตัวอย่างแรกใกล้ตัวผมเลย อย่างบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ของเรามีพนักงานประมาณ 40 คนก็ต้องใช้งานเครื่องพิมพ์เช่นกันครับ ถึงแม้งานส่วนใหญ่ของเราก็เน้นที่ฝั่ง Content เป็นหลักทั้งรูปแบบของข่าวและคลิปวิดีโอซึ่งเป็นการทำงานออนไลน์ซะส่วนมาก แต่งานพิมพ์เราก็ยังคงมี ไม่ว่าจะเป็นการทำเอกสารบัญชีเพื่อวางบิล ไปจนถึงการพรินต์สคริปต์ออกมาเพื่อใช้ในการถ่ายทำเหมือนที่ผมกำลังทำอยู่นี่แหละครับ

ซึ่งเราก็แนะนำ Printer ในกลุ่ม HP Smart Tank Series ซึ่งมีความสามารถในการพิมพ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ไม่เน้นการพิมพ์ทีละมาก ๆ และมีความสามารถที่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความคุ้มค่าคุ้มราคาของทั้งตัวเครื่องและหมึกเติมที่ตอบโจทย์ธุรกิจ SMEs ขนาดเล็กได้เลยล่ะครับ

SME ขนาดกลางขึ้นไป

แล้วถ้าบริษัทที่มีขนาดใหญ่กว่านี้อีกขั้นหนึ่งหรือ SMEs ขนาดกลางที่มีพนักงานมากกว่า 50 คนขึ้นไป และมีความต้องการพิมพ์ที่มากจนเครื่องพิมพ์ Ink Jet ไม่สามารถตอบสนองตามความต้องการได้ทัน ก็ต้องหันไปมองในระดับเครื่องพิมพ์ Laser Printer ที่มีความรวดเร็วด้านการพิมพ์ที่เหนือกว่า ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุด แต่ก็แลกมาด้วยราคาของตัวเครื่องที่ขยับขึ้นไปอีกช่วงหนึ่ง แต่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างแน่นอน

และยิ่งเป็นรุ่น HP Neverstop ที่มาพร้อมกับความสามารถเติมผงหมึกได้รุ่นเดียวในโลก ทำให้แม้จะเป็นเครื่องพิมพ์แบบ Laser Printer ก็ช่วยให้คุณลดต้นทุนลงได้อย่างมากเลยล่ะครับ แถมเขายังมาพร้อมแนวคิดดี ๆ ที่นำเอาตลับผงหมึกเติมกลับไป Recycle ผ่านโครงการ HP Planet Partners อีกด้วย

SME ขนาดใหญ่

และถ้าขยับไปอีกขั้น นั่นหมายถึงบริษัท SMEs ขนาดใหญ่ที่มีพนักงานหลักร้อยคนขึ้นไป และมีความต้องการด้านการพิมพ์ที่สูงมาก พิมพ์วันละเป็นพันเป็นหมื่นแผ่น เครื่องพิมพ์ในแบบ Laser Printer อาจตอบสนองไม่ทัน เขาก็มีเครื่องพิมพ์ระดับ Pagewide ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ “พายุหมึก” ที่รวมเอาจุดเด่นของเครื่องพิมพ์เลเซอร์ และเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตเอาไว้ด้วยกัน ทำให้คุณทั้งประหยัด และพิมพ์เอกสารออกมาได้อย่างรวดเร็วทั้งสีและขาวดำ ทำให้งานของคุณลื่นไหลไม่มีสะดุดเลยล่ะครับ

แอป HP Smart

และที่สำคัญในยุคนี้ ทุกคนต่างก็มีมือถือติดตัวกันอยู่แล้ว ซึ่ง HP เขาก็มีแอป HP Smart ซึ่งแอปนี้ใช้งานง่าย โหลดได้ทั้ง iOS และ Android เลย

หลังจากโหลดเสร็จแล้ว พอเราเปิดแอปครั้งแรก ก็แค่ให้มือถือของคุณเชื่อมต่ออยู่ในวง WiFi เดียวกัน แล้วกดค้นหาเครื่องพิมพ์ เพียงแค่นี้ก็เชื่อมต่อกับพรินเตอร์ได้แล้ว

ซึ่งภายในแอปฯ HP Smart ตัวนี้ก็มาพร้อมกับความสามารถที่ทำให้คุณทำงานได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์เอกสาร พิมพ์ภาพถ่าย ก็สั่งได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว และยังมีคำสั่งอย่าง Smart Task ที่ให้คุณสามารถตั้งค่าคำสั่งการทำงานเป็นชุด ๆ ได้ทันที

และอีก 1 ฟีเจอร์ที่แนะนำสำหรับคนที่ต้องการถ่ายภาพเอกสารเข้ามือถือคือ Camera Scan ตัวนี้ใช้งานง่ายมากครับ แค่คุณเอามือถือมาถ่ายภาพเอกสารผ่านแอปฯ HP Smart ตัวนี้ มันจะทำการจับภาพแล้วถ่ายออกมาให้แบบอัตโนมัติเลย ง่ายสุด ๆ

สรุป

สรุปวิธีเลือกพรินเตอร์ที่เหมาะสมกับ SMEs ของตัวเองนั้น ต้องดูที่ความต้องการด้านการพิมพ์เป็นหลัก พิมพ์น้อย ๆ วันละไม่มากแบบผม ก็ใช้เป็น HP Smart Tank Series แบบนี้ หรือ SMEs ขนาดกลางที่ต้องการพิมพ์มากขึ้นในระดับหนึ่ง และเน้นพิมพ์เฉพาะขาว – ดำ ก็เลือก HP Neverstop Laser Series และถ้าเป็น SMEs ขนาดใหญ่ที่เน้นด้านการพิมพ์เป็นหลัก ก็เลือก HP PageWide Series ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้อย่างแน่นอนครับ

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส