รีวิว Vivo Y50 สมาร์ตโฟนแบตอึดข้ามวัน ราคาไม่ถึง 8,000 บาท

Vivo Y Series สมาร์ตโฟนสุดคุ้มเพื่อคนไทยมาอย่างยาวนาน วันนี้ Vivo ออกรุ่นใหม่อย่าง Vivo Y50 ที่เครื่องแรง แบตอึด กล้องดียิ่งกว่าเดิม ในราคาแค่ 7,999 บาทเท่านั้น

ดีไซน์เครื่อง

เริ่มต้นที่หน้าจอ แม้ว่าเครื่องจะราคาไม่ถึง 8,000 บาท แต่คุณก็ได้จอใหญ่ 6.53 นิ้วความละเอียด Full HD+ แล้วนะครับ ก็แสดงผลได้เต็มตาจนเกือบเต็มพื้นที่ด้านหน้านี้

ซึ่งจอ LCD นี้แสดงผลได้คมชัด สีสันสดใสสวยงามสบายตาดี เล่น Youtube และ Netflix ในระดับ Full HD ได้สบาย ๆ

ส่วนกล้องหน้าก็เป็นแบบเจาะรูอยู่ตรงมุมซ้ายบนของหน้าจอ ก็เป็นเทรนด์การออกแบบมือถือในปี 2020 นี้ที่เปลี่ยนมาใช้กล้องแบบเจาะรูกันหมด ก็กินพื้นที่ด้านหน้าน้อยดีครับ และที่สำคัญหน้าจอนี้ มีฟิล์มกันรอยติดมาให้เรียบร้อยจากโรงงาน ไม่ต้องไปเสียเงินติดกันอีก

มาดูฝาหลังกันบ้าง ฝาหลังนี้มีดีไซน์โค้งซ้าย-ขวารับกับฝ่ามือเพื่อให้จับถือได้ง่ายขึ้นนะครับ ซึ่งจุดนี้จะต่างจากหน้าจอที่เป็นกระจกแบนเรียบไปทั้งหมด ซึ่งหน้าจอแบนเรียบแบบนี้ก็น่าจะถูกใจใครหลาย ๆ คนที่ไม่ชอบจอลั่นกันครับ

เจ้า Vivo Y50 สีที่เราได้มารีวิวนี้คือ Starry Black สีดำขลับที่ส่องประกายสะท้อนแสงออกมาเลย เหมาะสำหรับคนเท่ ๆ นอกจากนี้ยังมีอีกสีหนึ่งคือสีฟ้าประกายม่วง Iris Blue ซึ่งเห็นฝาหลังวาวแววแบบนี้ มันไม่ใช่แก้วนะครับ แต่เป็นพลาสติกที่เคลือบมันให้เหมือนกระจก ซึ่งถ้าไม่บอกเวลาสัมผัสก็นึกว่าเป็นกระจกนั้นแหละ เพียงแต่ว่าความสามารถในการกันรอยขีดข่วนอาจไม่เท่ากระจกจริง ๆ

จุดสะดุดตาของฝาหลังนี้คือกล้อง 4 เลนส์ที่อยู่ตรงมุมบนซ้ายนี้ครับ ก็เรียงตัวสวยงามดี เดี๋ยวเราเล่ารายละเอียดให้ฟังครับ แล้วก็เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านหลังเครื่องนี้ ก็สามารถสแกนลายนิ้วมือได้รวดเร็วดี แต่เราคิดว่าตำแหน่งมันอยู่สูงไปหน่อยนะครับ ใช้ครั้งแรกๆ จะแตะไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ แต่ใช้ไปสักพักก็ชินครับ

ส่วนพอร์ตด้านล่างก็จัดเต็มตามสไตล์สมาร์ตโฟนระดับกลางครับ คือในรุ่นเรือธงจะไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm แล้ว แต่ในสมาร์ตโฟนราคาเบาๆ อย่าง Vivo Y50 ยังมีช่องหูฟังอยู่ เสียบฟังแล้วให้เสียงดีใช้ได้เลยแหละ ส่วนลำโพงก็มีให้ด้านล่างนี้ครับ แม้จะไม่ใช่ลำโพงสเตอริโอ คือเวลาเล่นเสียงจะออกลำโพงเดียว แต่ก็ให้เสียงที่ดังและคุณภาพโอเคเลย

ส่วนถาดใส่ซิมก็รองรับ 2 ซิมแบบ 4G พร้อมใส่ MicroSD ได้เลยโดยไม่ต้องเลือกครับ

พอร์ตชาร์จของ Vivo Y50 ให้มาเป็น USB-C แล้วนะครับ ก็ทำให้หาสายหรืออุปกรณ์มาเสียบชาร์จได้ง่ายมาก และจุดเด่นสุดๆ ของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้คือมีแบตเตอรี่ในตัวมาให้ถึง 5000 mAh ซึ่งมันอึดจนการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันของเรา เหลือแบตมากกว่า 50% เมื่อจบวันครับ คือถ้าใช้ทั่วไปก็น่าจะใช้งานได้ 2 วันแบบไม่ลำบากมากครับ เจ๋งมากเรื่องนี้

แต่ก็น่าเสียดายนิดหนึ่งที่หัวชาร์จของ Vivo Y50 นั้นให้มาแบบ 10 Watt ธรรมดาเท่านั้น ไม่ใช่แบบ Quick Charge

กล้องหลัง

มาถึงเรื่องกล้องกันบ้าง Vivo Y50 นั้นมีกล้องหลัง 4 ตัว ไล่ไปตามนี้ครับ

  • กล้องตัวบนสุดเป็นเลนส์ Super Wide-Angle ที่เก็บภาพได้ 120 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.2
  • เลนส์กลางคือเลนส์หลัก ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2.2
  • เลนส์ตัวล่างสุดคือเลนส์วัดระยะสำหรับถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ 2 ล้านพิกเซล
  • ส่วนเลนส์ที่อยู่นอกแนวกล้องมานี้คือเลนส์ Macro เอาไว้ถ่ายภาพระยะ 4 ซม. ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล f/2.4

โดยคุณภาพภาพจากเลนส์หลักของ Vivo Y50 นั้นถือว่าโอเคสำหรับมือถือราคาไม่ถึง 8000 บาท คือให้ความคมชัดของภาพได้ดี เก็บสีสันได้สดใสในระดับหนึ่ง ใช้ในชีวิตประจำวันได้สบาย และเนื่องจาก Vivo Y50 นั้นไม่มีเลนส์ซูมโดยเฉพาะ การซูมในระยะต่าง ๆ จึงใช้เลนส์หลักมาประมวลผล ซึ่งการซูมระยะ 2 เท่าก็ให้ภาพออกมาดูดีอยู่ และสามารถซูมได้สูงสุด 4 เท่า ที่ให้ภาพที่พอดูรู้เรื่องอยู่

เลนส์มุมกว้างของ Vivo Y50 นั้นถือเป็นจุดเด่นของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ครับ ถ่ายภาพแล้วรู้สึกได้มุมกว้างมากจริงๆ เพราะบริเวณขอบภาพจะถูกยืดออกมา ซึ่งเมื่อเทียบกับเลนส์หลักแล้วจะเห็นว่าเราได้มุมมองภาพเพิ่มเยอะมาก

การถ่ายภาพในระยะใกล้ด้วยเลนส์ Macro ก็สามารถถ่ายวัตถุได้ใกล้ในระดับ 4 ซ.ม. ซึ่งก็ให้ภาพออกมาได้สวยงามดีครับ เพียงแต่ว่าเลนส์นี้มีความละเอียดแค่ 2 ล้านพิกเซล คุณภาพภาพที่ได้ออกมาจึงสู้เลนส์หลักไม่ได้

ส่วนการถ่ายโหมด Portrait ก็สามารถปรับแต่งรูปการแต่งหน้าสวยได้หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีโหมด Posture เพื่อช่วยแนะนำท่าทางในการโพสต์ท่าด้วย เพียงแต่ว่าโหมด Portrait นี้ไม่สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้

ถ้าต้องการถ่ายให้ฉากหลังเบลอ จะต้องเลือกเป็นโหมด Photo ตามปกติแล้วเลือกเป็นเลนส์ Bokeh ซึ่งโหมดนี้ก็สามารถเบลอฉากหลังได้เนียนตาดีครับ สามารถปรับความเบลอ และจุดที่ต้องการให้เบลอได้ภายหลังด้วย

Vivo Y50 นั้นสามารถเก็บแสงยามค่ำคืนได้พอประมาณเพราะเลนส์หลักมี f/2.2 นะครับ แต่ถ้าต้องการเก็บแสงยามค่ำคืนให้สวยงามขึ้นก็ยังมีโหมด Night ให้เลือกเพื่อเปิดหน้ากล้องนานขึ้นแบบไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง เพียงแต่ว่าโหมด Night นี้จะใช้กับเลนส์มุมกว้างมากไม่ได้นะ

ส่วนการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลังนั้นสามารถถ่ายได้สูงสุดที่ 4K 30 fps ครับ และสามารถถ่าย 1080p 60 fps ได้ด้วย ซึ่งการถ่ายในโหมด 1080p นั้นให้ภาพที่นุ่มนวลดีครับ เพียงแต่ว่าเลนส์มุมกว้างจะไม่สามารถถ่าย 4K ได้นะครับ และระหว่างถ่ายจะไม่สามารถเปลี่ยนมุมภาพให้เป็นมุมกว้างได้ แต่สามารถซูมสลับไป 2 เท่าได้

กล้องหน้า

ส่วนกล้องหน้าของ Vivo Y50 นั้นมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0 ซึ่งก็ถ่ายภาพได้คมชัด ออกมาดูดีเลย

ซึ่งคุณภาพภาพจากกล้องหน้าตัวนี้ถือว่าดูดีเลยนะครับ ให้รายละเอียดและสีผิวออกมาดูดีเลย ซึ่งในโหมด Portrait ก็สามารถปรับหน้าให้สวย แนะนำการออกท่าทาง รวมถึงสามารถเปิดโหมด Bokeh เพื่อทำหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย ซึ่งก็สามารถเบลอฉากหลังได้สวยงามดี

ส่วนการถ่ายวิดีโอนั้น กล้องหน้าของ Vivo Y50 จะรองรับวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 1080p 30 fps

ทดสอบประสิทธิภาพเครื่อง

แล้วประสิทธิภาพของ Vivo Y50 สมาร์ตโฟนราคาไม่ถึง 8000 บาทของเราเป็นยังไงบ้าง ก็ต้องบอกว่าอัดสเปกมาให้โหดพอตัวในราคาแค่นี้นะครับ โดยใช้ CPU เป็น Snapdragon 665 พร้อมแรม 8 GB และพื้นที่ในเครื่อง 128 GB

โดยผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วย Geekbench 5.1 ได้คะแนนแบบ Multicore 1272 คะแนน
ส่วนผลทดสอบ 3Dmark ชุดทดสอบ Slingshot Extreme ก็ได้คะแนนไป 1087 คะแนนครับ
ส่วนการทดสอบประสิทธิ์ของหน่วยความจำผ่าน Androbench ก็ทำความเร็วในการอ่านได้มากกว่า 500 MB/s

โดยรวมแล้วก็เป็นคะแนนที่โอเคสำหรับสมาร์ตโฟนระดับราคานี้ครับ ซึ่งการใช้งานทั่วไปก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ลื่นไหล เปิดเว็บ เล่นไลน์ ใช้เฟซบุ๊กก็ตอบสนองได้รวดเร็ว ไม่มีหน่วง แต่ช่วงเปลี่ยนแอปหรือกลับหน้าโฮมอาจจะมีจังหวะคิดอยู่บ้างครับ

ส่วนการเล่นเกม เราเทสต์กับเกม PUBG ก็สามารถเปิดคุณภาพภาพได้ในระดับ Balanced แล้วก็เล่นได้ลื่นไหลดี

จุดสังเกต

จุดสังเกตของเรากับ Vivo Y50 เราว่าอยู่ที่การแจ้งเตือนที่มากไปนิดครับ ทั้งตัว Browser และ Vivo Appstore ที่มากับเครื่อง จะแจ้งเตือนข่าวที่น่าสนใจ หรือแอปที่น่าสนใจมาให้เรื่อย ๆ ซึ่งถ้าใครไม่ชอบก็สามารถปิดการแจ้งเตือนได้

ราคา

สรุป Vivo Y50 ราคา 7,999 บาท ได้จอใหญ่ระดับ 6.53 นิ้วแบบ Full HD ได้แรม 8 GB พร้อมจุ 128 GB แถมมีกล้อง 4 เลนส์ที่เลนส์มุมกว้าง กว้างสะใจมาก และแบตเตอรี่ 5,000 mAh ใช้งานกันข้ามวันข้ามคืน จัดสเปกมาขนาดนี้ถ้าคุณไม่สนใจลงได้ยังไง!

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส