รีวิว Huawei MateBook D14 ทั้ง Intel และ AMD Ryzen

ช่วงนี้โน้ตบุ๊กจาก Huawei ออกใหม่มารัวๆ ผมก็จัดเต็มรีวิวให้หมดครับ และวันนี้ก็ถึงคราว Huawei MateBook D14 ที่มาพร้อมกัน 2 รุ่น 2 CPU Intel Core i7 และ AMD Ryzen 7 จะน่าสนใจขนาดไหน รู้กันที่นี่!

ดีไซน์ตัวเครื่อง

งานดีไซน์เครื่อง 2 ตัวนี้เหมือนกันเป๊ะนะครับ เพราะต่างกันแค่ชิปประมวลผลภายในเท่านั้น โดยวัสดุตัวเครื่องนั้นใช้ Aluminum alloy เป็นหลักครับ จะมีส่วนกรอบหน้าจอเท่านั้นที่เป็นพลาสติก ฝาหลังก็มีแค่โลโก้ Huawei ที่เป็นตัวอักษร ก็ได้เครื่องที่ดูเรียบหรู สีที่เราได้มารีวิวนี้คือ mystic silver แต่ถ้าเทียบสัมผัสกับรุ่นพี่คือ Huawei Matebook X Pro 2020 ก็ต้องบอกว่ารุ่นพี่ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมกว่านะครับ แม้สเปกจะเท่า ๆ กันก็เถอะ

หน้าจอ

หน้าจอของ Huawei Matebook D14 ก็ต้องมีขนาด 14 นิ้วสมชื่อครับ โดยเป็นจอความละเอียด Full HD แบบด้านที่ให้สีสันความสดใสได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นจอธรรมดานะครับ ไม่ใช่จอสัมผัส ซึ่งจุดเด่นของการออกแบบหน้าจออยู่ที่ความบางของขอบจอครับ หนาด้านละ 4.8 mm เท่านั้น จะมีขอบล่างเป็นโลโก้ Huawei ที่ยกหน้าหน้าจอขึ้นมาสูงหน่อยเท่านั้นครับที่หนากว่าจุดอื่น ก็ทำให้หน้าจอใช้พื้นที่ไป 84% ของพื้นที่ด้านหน้าทั้งหมด และหน้าจอตัวนี้สามารถกางจนแบนราบไปกับพื้นได้ด้วยนะครับ ท่านี้มีประโยชน์ยังไง บก. แบไต๋บอกว่าเวลากางเครื่องไปแบบนี้ เราก็สามารถเอาเครื่องไปตั้งพิงกำแพง เพื่อยกจอสูง แล้วดูหนังได้ไง ไม่ต้องก้มคอเยอะ

Huawei Matebook D14 นั้นมีปุ่ม Power ที่สามารถอ่านลายนิ้วมือได้นะครับ ปลดล็อกวินโดวส์โดยแตะนิ้วตรงนี้ได้เลย

คีย์บอร์ด

ส่วนคีย์บอร์ดนั้นทำได้ดีเลย ทั้งขนาดปุ่ม ความสูง และน้ำหนักในการกด เป็นคีย์บอร์ดที่ใช้งานได้คล่องมือทันทีสำหรับคนที่พิมพ์คล่องอยู่แล้ว ซึ่งตัวแป้นคีย์บอร์ดนี้มีไฟ Backlit ด้วยนะครับ เพียงแต่ว่าแสงมันอ่อนมากจนแทบจะเห็นได้เฉพาะในห้องมืดๆ ส่วนตัว Trackpad ก็ทำได้ดีในมาตรฐานโน้ตบุ๊กวินโดวส์ครับ เพียงแต่ว่าความรู้สึกในการกดอาจจะเบาๆ ลอยๆ ไปบ้างเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กกลุ่มพรีเมียมครับ

ดีไซน์เอกลักษณ์อีกอย่างของหัวเว่ยคือการซ่อนกล้อง Webcam ครับ ที่ขอบจอด้านบนมันบางได้ขนาดนี้ก็เพราะว่ากล้อง Webcam มาซ่อนอยู่บนคีย์บอร์ดนี้ ก็ทำให้เราสามารถปิดกล้องแบบเชิงฮาร์ดแวร์ได้โดยการกดกล้องให้ลึกลงไป ไม่ต้องหาเทปอะไรมาปิดหน้ากล้องเพื่อป้องกัน Privacy เหมือนกล้อง Webcam ทั่วไปครับ

แต่ข้อสังเกตของกล้อง Webcam ที่อยู่ในคีย์บอร์ดแบบนี้คือมุมมองภาพที่จะเป็นมุมเงย เสยคางแบบนี้ และถ้าเราพิมพ์คีย์บอร์ดระหว่างที่ใช้ Webcam ก็จะติดมือเข้าไปเยอะด้วยครับ โดยกล้อง Webcam ตัวนี้มีความละเอียด HD 720p นะครับ ก็ชัดเจนในระดับหนึ่ง

Huawei Matebook D14 รุ่นนี้มีไมโครโฟนในตัว 2 ตัว ก็ให้รับเสียงสนทนาได้อย่างที่คุณ ๆ ได้ยินกันตอนนี้ครับ ถือว่าค่อนข้างโอเคอยู่นะ

พอร์ตต่าง ๆ

ดูรอบเครื่องกันบ้าง เนื่องจากว่า Huawei Matebook D14 นั้นไม่ใช้โน้ตบุ๊กที่เน้นเครื่องบางมากๆ จึงทำให้มีพอร์ตต่างๆ ค่อนข้างครบในตัวอยู่แล้ว คือด้านขวา มีพอร์ต USB 2.0 อยู่ จุดนี้น่าเสียดายนิดหนึ่งที่ไม่ได้เป็น USB 3.0 มาเลย ส่วนด้านขวาจะมีช่อง USB-C, USB 3.0 และช่องต่อ HDMI ก็จะขาดแค่พอร์ต LAN ที่ต้องไปหาหัวแปลงมาต่อเองนะครับ

ส่วนลำโพงมีมาให้ด้านล่าง 2 ตัวครับ ให้เสียงได้ดังดีเลย

แบตเตอรี, อแดปเตอร์

และตามสไตล์ของโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ ครับที่อแดปเตอร์ชาร์จมาเป็นแบบ USB-C กันหมดแล้ว ซึ่ง Huawei MateBook D14 นั้นก็แถมหัวชาร์จ USB-C ครอบจักรวาลแบบ 65 Watt มาให้ ซึ่งนอกจากจะชาร์จโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้อีกสารพัด เอาไปใช้สมาร์ตโฟนหัวเว่ยก็ขึ้นเป็น SuperCharge ชาร์จมือถือ Android ทั่วไปก็เป็น Fast Charge เอาไปชาร์จแมคบุ๊กหรือ Nintendo Switch ก็ได้ ส่วนแบตเตอรี่ สเปกเคลมว่าอยู่ได้ราวๆ 10 ชั่วโมงครับ ใช้จริงก็น่าจะได้สัก 7-8 ชั่วโมงครับ อึดใช้ได้อยู่

ความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่น

ที่นี้มาถึงความแตกต่างระหว่าง 2 เครื่องนี้กันบ้าง สำหรับสเปกฝั่ง Intel จะเป็น Core i7-10510U ซึ่งเป็น Intel Core i Gen 10 รุ่นล่าสุดตอนนี้ครับ มาพร้อมแรม 16 GB และชิปกราฟิกแยก Nvidia GeForce MX250

ส่วนเครื่อง AMD ตัวนี้มาพร้อม AMD Ryzen 7-3700U แรม 8 GB และชิปกราฟิก AMD Radeon RX Vega 10
จับชั่งน้ำหนักก่อน Huawei Matebook D14 รุ่น Intel หนัก 1.4 กก. พอดีนะครับ และรุ่น AMD หนัก 1.37 กก. ก็เบากว่านิดหนึ่ง และผลการวัดประสิทธิภาพเป็นดังนี้!

ทดสอบประสิทธิภาพ

การวัดประสิทธิภาพ CPU ด้วย Geekbench 5.1 ผลออกมาน่าสนใจคือ คือ Huawei Matebook D14 รุ่นที่ใช้ Intel Core i7 ได้คะแนน Multicore ไป 4210 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่า Huawei Matebook X Pro ราว 500 คะแนน ทั้งที่ใช้ CPU รหัสเดียวกัน ก็คาดว่าเป็นเพราะ Matebook D14 นั้นเครื่องใหญ่กว่า จึงสามารถออกแบบระบบระบายความร้อนได้ดีกว่าครับ

ส่วน Huawei Matebook D14 รุ่นที่ใช้ AMD Ryzen 7 นั้นได้คะแนน Geekbench 5.1 แบบ Multicore ไป 3151 คะแนน ก็ให้ประสิทธิภาพกลาง ๆ ครับ

ผลการทดสอบประสิทธิภาพกราฟิกผ่าน 3Dmark ชุดทดสอบ Time Spy เครื่องที่ใช้ชิป Intel Core i7 พร้อม nvidia Geforce MX250 ได้คะแนนไป 1224 คะแนน ส่วนอีกเครื่องที่ใช้ AMD Ryzen 7 กับ Redeon RX Vega 10 ได้คะแนนไป 887 คะแนนครับ

และผลการทดสอบความเร็วได้การอ่านเขียน SSD เราเช็คแล้วว่าทั้งคู่ใช้ SSD ของ WD รุ่น SN730 เหมือนกัน เครื่อง Matebook D14 ที่ใช้ชิป Intel Core i7 ทำความเร็วในการอ่านสูงสุด 3.4 GB/s ซึ่งเต็มสเปกของ SSD ครับ ส่วนเครื่องที่ใช้ AMD Ryzen 7 ก็ทำความเร็วในการอ่านไป 2.8 GB/s ช้ากว่าสเปกไปหน่อย

สรุปแล้ว Huawei Matebook D14 ที่ใช้ชิป Intel Core i7 ทำประสิทธิภาพได้ดีกว่ารุ่นที่ใช้ AMD Ryzen 7 พอสมควรครับ แต่เราก็ทดสอบการใช้งานจริง ด้วยการทำงานผ่าน MS Edge แบบยาว ๆ หลายชั่วโมง แม้จะเป็นรุ่น AMD Ryzen 7 ก็ยังทำงานแบบนี้ได้ลื่นไหล เครื่องไม่ร้อนด้วยครับ

ซอฟต์แวร์

สุดท้ายไม่พูดถึงก็ไม่ได้คือเรื่องซอฟต์แวร์ครับ ที่เกิดเป็นโน้ตบุ๊กจากหัวเว่ยก็ต้องทำงานกับสมาร์ตโฟนจากหัวเว่ยได้ดีสิครับ เพียงคุณมีมือถือหัวเว่ยที่ใช้ EMUI 10 ขึ้นไป เปิด NFC ไว้ แล้วมาแตะตรงสติกเกอร์ Huawei Share ตรงนี้ คุณก็สามารถใช้งานมือถือผ่านคอมพิวเตอร์ได้เลย จะพิมพ์ตอบข้อความจากคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เปิดดูแอปในมือถือก็ทำได้หมด แล้วถ้าคุณเลือกรูปใน Gallery ของมือถือไว้แบบนี้นะครับ แล้วเอาเครื่องมาแตะกับ Matebook ภาพที่เลือกไว้ก็จะโอนเข้าคอมมาทันที สะดวกมาก

ข้อสังเกต

ข้อสังเกตของเราสำหรับ Huawei Matebook D14 นี้คือยังไม่รองรับ Wi-Fi 6 ทั้ง 2 รุ่นครับ รองรับแค่ Wi-Fi 5 เท่านั้น

ราคา

สำหรับ Huawei Matebook D14 รุ่น Intel Core i7 Gen 10 พร้อมชิปกราฟิก Nvidia Geforce MX250 และแรม 16 GB มีราคา 29,990 บาท

ส่วน Matebook D14 รุ่น AMD Ryzen 7 พร้อมชิปกราฟิก Radeon RX Vega 10 และแรม 8 GB มีราคา 21,990 บาท

ซึ่งทั้ง 2 รุ่นได้ SSD ความจุ 512 GB ด้วยนะ ก็ถือเป็นราคาดี ๆ ที่น่าใช้เลย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส