หลายธุรกิจพัฒนาสินค้าและวางแผนการตลาดแบบ “หว่านแหวงกว้าง” หวังผลให้ลูกค้าทุกคนพอใจ สุดท้ายสินค้าขายไม่ได้ เพราะไม่ตอบโจทย์ใครจริง ๆ เลยสักคน เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น หากคุณรู้จักลูกค้าของคุณ รู้ว่าแท้จริงลูกค้าคือใคร ต้องการอะไร อยู่ที่ไหน หรืออะไรคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าไม่ชอบสินค้าของคุณ

ซึ่งเดิมทีการเก็บข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องยุ่งยาก อาจต้องว่าจ้างบริษัทเก็บข้อมูล ซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก วันนี้ #beartai ขอแนะนำ MARTECH (Marketing Technology) ที่จะมาช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าของคุณด้วย Unique QR code เพื่อให้ธุรกิจของคุณอยู่รอดในยุค DATA IS KING

Unique QR code คืออะไร?

Unique QR code คือ QR code รูปแบบหนึ่งที่ถูกพัฒนาเพื่อใช้ติดบนแพ็กเกจสินค้า โดยกำหนดให้ QR code หนึ่งรหัส สามารถใช้งานต่อสินค้าหนึ่งชิ้นเท่านั้น ทำให้สินค้าทุกชิ้นจะมีรหัสไม่ซ้ำกัน

โดย Unique QR code มีหน้าตาเหมือนกับ QR code ทั่วไป แต่มีความสามารถเหนือกว่า เพราะเมื่อถูกสแกนแล้ว จะมีการส่งผ่านข้อมูลไปยังคลาวด์ของเจ้าของ QR code ทันที เช่น ตำแหน่งที่อยู่ในการสแกน วันและเวลาที่สแกน และด้วยความสามารถเหล่านี้ Unique QR code จึงถูกนำมาออกแบบเป็นฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยเก็บข้อมูลจากผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ แล้วนำไปพัฒนาสินค้าและวางแแผนการตลาดต่อไป

เจ้าของสินค้าควรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง?

  • อายุและเพศ ข้อมูลนี้นอกเหนือจากบอกว่าผู้บริโภคคือใครแล้ว ยังสามารถบอกความต้องการได้ในระดับหนึ่งด้วย เช่น ต้องการแพ็กเกจที่ทันสมัย ดูดีเวลาใช้งาน หรือต้องการแพ็กเกจที่มีตัวอักษรขนาดใหญ่ อ่านง่าย
  • ตำแหน่งที่อยู่ จะช่วยเรื่องการกระจายสินค้าและจัดการสต็อก เช่น จังหวัดนี้มีคนซื้อน้อย ก็โยกสินค้าไปยังจังหวัดที่มีความต้องการมากกว่า หรือการลงพื้นที่เพื่อจัดงานเปิดตัวสินค้าก็สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ได้
  • ช่องทางการขาย สินค้าใครที่โดนคอมเมนต์เรื่องหาซื้อยาก ต้องใส่ใจข้อมูลนี้เป็นพิเศษ เพราะผู้บริโภคถึงกับมาบอกด้วยตัวเองว่าเขาอยากซื้อสินค้าคุณทางไหน รีบเพิ่มช่องทางด่วน!
  • การรับรู้แบรนด์ ข้อมูลนี้ช่วยส่งเสริมการทำการตลาดอื่น ๆ เช่น คุณลงทุนจ้างนางเอกสาวเป็นพรีเซนเตอร์ มีค่าตัวหลักล้านบาท แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตอบว่า ซื้อสินค้า เพราะดูรีวิวจากอินเทอร์เน็ต แบบนี้แล้วคุณอาจเพิ่มงบโฆษณาในอินเทอร์เน็ตแทนการว่าจ้างพรีเซนเตอร์ ช่วยลดต้นทุนได้

การเก็บข้อมูลไปฝ่ายเดียว ผู้บริโภคอาจรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเท่าไร ทางเจ้าของสินค้าควรออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกยินดีที่จะกรอกข้อมูล ซึ่ง #beartai คิดมาได้ 4 อย่าง ตามนี้เลย

  • แคมเปญแจกรางวัล วิธีนี้ใช้ของรางวัลเป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคสแกน Unique QR code และกรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนลุ้นรับรางวัล โดยสินค้า 1 ชิ้น สามารถสแกนเพื่อชิงโชคได้เพียง 1 ครั้ง ตามความสามารถของ Unique QR code ที่สามารถบอกครั้งที่สแกนได้ อีกทั้ง QR code ตัวนี้ ควรจะมีหมึกทับไว้ครึ่งหนึ่ง ทำให้ต้องขูดหมึกออกก่อน ป้องกันการแอบสแกนสินค้าโดยที่ยังไม่ซื้อ
  • แบบสอบถามทางการตลาด วิธีนี้คือการสร้างแบบสอบถามขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลโดยตรง ซึ่งเจ้าของสินค้าควรมอบผลตอบแทนให้กับผู้บริโภค เช่น ส่วนลดในการซื้อสินค้าครั้งถัดไป
  • การรับประกันสินค้า ผู้บริโภคหลายคนเจอปัญหาในการเคลมสินค้า เนื่องจากไม่ได้ลงทะเบียนรับประกันหรือทำใบรับประกันหาย ทางเจ้าของสินค้าเองก็เสี่ยงเสียชื่อจากการที่รับเคลมสินค้าไม่ได้ วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาได้และไม่ต้องใช้กระดาษด้วย แค่สแกน Unique QR code และกรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียน ผู้บริโภคจะได้รับใบรับประกันสินค้าเก็บไว้ใน Unique QR code เมื่อสแกนครั้งต่อไปก็จะเจอกับใบรับประกันสินค้า รวมไปถึงร้านค้าใกล้เคียงที่สามารถส่งเคลมสินค้าได้ เนื่องจาก Unique QR code มีสามารถระบุตำแหน่งที่อยู่และครั้งที่สแกนได้นั่นเอง
  • การตรวจสอบสินค้าลอกเลียนแบบ บางสินค้ากำลังเจอกับปัญหาของเลียนแบบ ซึ่งการจำแนกสินค้าด้วยตาเปล่าที่จุดสังเกตสำคัญ อาจจะยากไปสักหน่อยสำหรับบางคน การสแกน Unique QR code จึงเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะไม่สามารถปลอมแปลงได้ เนื่องจากสินค้าแต่ละชิ้นมีรหัสที่ไม่ซ้ำกันเลย และเมื่อมีการคัดลอก Unique QR code ทางเจ้าของสินค้าจะทราบได้ถึงความผิดปกติของข้อมูล เช่น สแกนครั้งแรกที่เชียงใหม่ แต่ต่อมามีการสแกน Unique QR code เดิม จำนวนหลายครั้งในกรุงเทพ แถมกระจายไปในหลายเขต ทำให้สันนิษฐานได้ว่า อาจมีการคัดลอก Unique QR code หรือมีการปลอมแปลงสินค้าเกิดขึ้น วิธีนี้ต้องบอกว่าเป็นประโยชน์อย่างมากทั้งกับผู้บริโภคและเจ้าของสินค้า ในกรณีของผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าปลอมไปใช้โดยที่ไม่รู้ตัว อาจได้รับอันตรายจากการใช้สินค้า ส่วนภาพลักษณ์ของสินค้าและแบรนด์ก็สุ่มเสี่ยงที่จะเสียหาย จากการถูกต่อว่าว่าผลิตสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและก่อให้เกิดอันตราย

อ่านมาขนาดนี้แล้ว ผู้ประกอบการหลายคนอาจจะอยากได้ Unique QR code มาติดไว้บนแพ็กเกจสินค้าบ้าง ซึ่งหากผลิตเอง อาจจะยุ่งยาก และมีต้นทุนเนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ปัจจุบัน มีบริษัทที่รับผลิต Unique QR code เพื่อแปะบนแพ็กเกจสินค้าแล้ว นั่นคือ บริษัท ยามากาตะ (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีบริการที่ชื่อว่า Scan Me See Score

Scan Me See Score ให้บริการอะไรบ้าง?

Scan me see score ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การผลิตสติกเกอร์ Unique QR code เพื่อแปะบนบรรจุภัณฑ์, ให้บริการผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบแบบสอบถาม รวมไปถึงจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อส่งมอบเป็นรายงานให้กับเจ้าของสินค้า เพื่อนำไปพัฒนาสินค้าและวางแผนการตลาดต่อไป

ข้อสังเกต

มาดูข้อสังเกตกันบ้าง โดยจะขอแบ่งเป็น 2 ฝั่ง สำหรับเจ้าของสินค้าและผู้บริโภค

สำหรับเจ้าของสินค้า อาจต้องเจอกับปัญหาที่ ผู้บริโภคไม่ยอมกรอกข้อมูล หรือ กรอกข้อมูลเท็จ ซึ่งเรื่องนี้ทาง Scan Me See Score ขอแนะนำให้เจ้าของสินค้ามอบผลตอบแทนให้กับผู้บริโภค โดยยึดหลักว่าผลตอบแทนต้องเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์และเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคอยากได้ เช่น ไอเท็มพิเศษภายในเกม สำหรับสินค้าเด็ก หรือโปรแกรมตรวจสุขภาพ สำหรับสินค้าเพื่อผู้สูงอายุ

ซึ่งผลตอบแทนเหล่านี้ สามารถป้องกันการกรอกข้อมูลเท็จได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย เนื่องจากผู้บริโภคอาจกังวลว่า ในกรณีที่ตนเป็นผู้โชคดีจากแคมเปญชิงโชค หากกรอกข้อมูลเท็จ อาจมีปัญหาในการยืนยันตัวตนเพื่อรับของรางวัล

สำหรับผู้บริโภค ต้องทราบไว้ก่อนว่า Unique QR code จะเก็บข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ วันและเวลาที่สแกน ทันที แต่ตำแหน่งที่อยู่จะเป็นแบบกว้าง ๆ เช่น เขต จังหวัด หรือประเทศที่ถูกสแกน เนื่องจากใช้การระบุตำแหน่งจากเสาสัญญาณเครือข่าย ซึ่งจะแตกต่างกับการเลือกเปิดเผยตำแหน่งที่อยู่จากข้อความ Pop-Up ที่ขึ้นมาเมื่อสแกน Unique QR code เพราะในส่วนนี้จะเป็นการระบุตำแหน่งที่ชัดเจนด้วย GPS ซึ่งการไม่เปิดเผยตำแหน่งที่อยู่จากการสแกน Unique QR code เราไม่สามารถตั้งค่าเพื่อป้องกันข้อมูลได้ ใครที่ไม่สบายใจ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะสแกนหรือไม่ เพราะสิทธิในการให้ข้อมูลเป็นของคุณ

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หรือ facebook ของ Scan Me See Score

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส