#beartai Weekly #26 Huawei เปิดโครงการ “Nanniwan” โต้กลับสหรัฐฯ !

ปิดตำนาน 35 ปี Toshiba ยุติธุรกิจคอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการ Huawei เอาบ้าง! เปิดตัวโครงการผลิตภัณฑ์ที่เลี่ยงเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ และข่าวไอทีอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ทั้งหมนี้เดี๋ยวกวางเล่าให้ฟังใน beartai Weekly สัปดาห์นี้ค่ะ

  • ข่าวนี้น่าจะสะเทือนใจสาวก beartai หลาย ๆ คนเลยนะคะ เพราะ Toshiba ประกาศยุติธุรกิจคอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการ ปิดตำนานกว่า 35 ปีผู้ผลิตโน้ตบุ๊กแบรนด์แรกของโลกสำหรับบุคคลทั่วไปค่ะ จากผู้ผลิตโน้ตบุ๊กรายแรกของโลก Toshiba รุ่น T1100 กว่า 35 ปีที่ผ่านมา วันนี้ Toshiba ได้ถอยออกจากตลาดคอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการ โดยการประกาศขายหุ้น Dynabook ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์คอมพิวเตอร์ของตัวเองที่เหลืออยู่ประมาณ 20% ให้กับ Sharp ทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นการยุติบทบาทการผลิตคอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่วันนี้ค่ะ
  • จากข้อกล่าวหาเดิมของสหรัฐฯ ที่เคยบอกว่าแอปฯ ต่าง ๆ ของจีนดักข้อมูลเนี่ย จริง ๆ แล้วเขากลับดักข้อมูลเองซะอย่างงั้น ทาง Wall Street Journal รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีผู้รับเหมาที่ฝังซอฟต์แวร์ติดตามไว้ในแอปพลิเคชันมือถือกว่า 500 รายการที่พลเมืองสหรัฐฯ ใช้ โดยบริษัทรับเหมามีชื่อว่า Anomaly Six LLC ตั้งอยู่ในเวอร์จิเนีย ตามรายงานระบุว่าบริษัทผู้รับเหมาได้จ่ายเงินให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อรวมโค้ดติดตามที่พัฒนาขึ้นเองภายในแอปของตน จากนั้นตัวติดตามจะรวบรวมข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตนจากโทรศัพท์ที่ใช้แอปดังกล่าว แล้ว Anomaly Six จะรวบรวมข้อมูลที่ได้มาแล้วขายให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ อีกที ซึ่งทางบริษัทรับเหมา Anomaly Six ยืนยันว่ารายงานดังกล่าวเป็นความจริง แต่ปฏิเสธว่าแอปใดบ้างที่มีการฝังโค้ดข้างต้นค่ะ
  • จากเดิมที่สหรัฐฯ ได้แบนการใช้งานหลาย ๆ อย่างจากจีน โดยเฉพาะ Huawei นั้น ล่าสุดเขาก็ออกมาตอบโต้โดยการเปิดตัวโครงการ “Nanniwan” ซึ่งเป็นโครงการที่จะหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ทั้งหมดเลยค่ะ ซึ่งชื่อโครงการ Nanniwan นี้คือชื่อเดียวกับสถานที่ปฏิวัติในมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนที่เคยเกิดสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ ซึ่งผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้งหมดที่อยู่ในโครงการนี้ จะหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีของสหรัฐฯ นำร่องโดย Honor แบรนด์ลูกของ Huawei ก็วางแผนเปิดตัวเกมมิงโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในโครงการ ‘Nanniwan’ นี้ และคาดว่าจะมีเทคโนโลยีอย่างสมาร์ตทีวี อุปกรณ์ IoT อื่น ๆ ที่แบนเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ออกมาเพิ่มเติมค่ะ
  • ปิดท้ายกวางมีข่าวเตือนภัยมาฝากค่ะ โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ยังรู้ไม่เท่าทันคนว่า อย่าเผลอตามคนแปลกหน้าที่เรา Chat หากันอยู่ทุกวันไปนะคะ ไม่งั้นอาจเกิดเหตุแบบนักเรียนหญิง ม.ปลาย คนนี้ได้ โดยเว็บไซต์ Tokyo Reporter ได้รายงานข่าวภัยร้ายบนโลกออนไลน์ที่เกิดในประเทศค่ะ ซึ่งมีเด็กนักเรียนหญิงม.ปลาย ได้ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยชายวัย 44 ปี จากการรู้จักและนัดพบกัน จากนั้นถูกยึดอุปกรณ์สื่อสารไปทั้งหมด แต่เคราะห์ดีที่น้องเขามีไหวพริบ ใช้เครื่องเกมคอนโซลในการติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านเว็บไซต์แจ้งเหตุฉุกเฉินออนไลน์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถตามพิกัดที่ถูกส่งมาและช่วยเหลือน้อง รวมไปถึงจับกุมตัวผู้ร้ายได้เป็นผลสำเร็จค่ะ

การไปหาคนแปลกหน้าที่ติดต่อผ่านแชตด้วยตัวเองนี่ ถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยง มากเลยนะคะเนี่ย เรื่องนี้บอกให้เรารู้ว่า ไม่ควรเชื่อใจคนแปลกหน้าที่พูดคุยกันในโลกออนไลน์อย่างง่าย ๆ ค่ะ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส