รีวิว Samsung Galaxy Note 20 Ultra โน้ตตัวท็อป สู่ความเป็น Power Phone!

Samsung Galaxy Note 20 Ultra 5G เป็นสมาร์ตโฟนที่มีความสามารถช่วยเราทำงานมากที่สุดรุ่นหนึ่งในปัจจุบันนะครับ ซัมซุงบอกกับเราเลยว่านี่คือ Power Phone for Work พร้อม Advanced Intelligent S-Pen

สีที่เราได้มารีวิววันนี้เป็นสี Mystic Bronze ก็เป็นสีบรอนซ์เฉดสวยเลยทีเดียว ใส่เข้าคู่กับ Samsung Galaxy Watch 3 และ Galaxy Buds Live สีเดียวกันอย่างสวยงาม ซึ่งฝาหลังนี้ทำจาก Gorilla Glass Victus หรือนับเป็น Gorilla Glass รุ่นที่ 7 ก็ได้ ทำให้แข็งแรงทนทาน พื้นผิวของฝาหลังก็เป็นแบบพ่นทรายให้ลายนิ้วมือไม่เกาะด้วย แต่ถ้าใครอยากได้เครื่องโทนเข้มหน่อย ก็มีสี Mystic Black ให้เลือก ซึ่งคุณผู้ชายน่าจะชอบ

ดีไซน์

จุดเด่นที่สุดของฝาหลังนี้คือเลนส์ขนาดใหญ่ 3 ตัว ซึ่งอยู่บนกรอบสีเหลี่ยมที่นูนออกมาจากฝาหลังเครื่องพอสมควร ซึ่งถ้าใส่เคสเพื่อลดความนูนของชุดเลนส์นี้ น่าจะใช้ได้สบายมือมากขึ้น ด้านหน้าจอดีไซน์ Infinity-O Display คือมีรูกล้องหน้าเล็ก ๆ อยู่บนจอนี้ ก็เป็นกระจก Gorilla Glass Victus รุ่นล่าสุดเหมือนกันครับ โดยหน้าจอนี้มีขนาด 6.9 นิ้ว ใหญ่เต็มตากว่า Note 10+ เดิมที่มีขนาด 6.8 นิ้ว โดยขอบทั้ง 2 ข้างของเครื่องก็มีความโค้งนิด ๆ

หน้าจอ

  • จอนี้เป็นแบบ Dynamic AMOLED ความละเอียด Quad HD+ 3088 x 1440 pixel พร้อมรองรับ HDR10+ และแสดงภาพได้ลื่นไหลสูงสุดที่ 120 Hz ซึ่งระบบจะปรับ Refresh Rate โดยอัตโนมัติ เช่นเวลาดูภาพนิ่ง ๆ Refresh Rate ของจอก็จะลดลงเพื่อประหยัดแบต แต่ในจังหวะที่จอมีการเคลื่อนไหวเยอะ ๆ เช่นเลื่อนหน้าเว็บแบไต๋ ก็จะเร่งการเปลี่ยนภาพของหน้าจอให้สูงขึ้น เพื่อให้รู้สึกนุ่มนวลตา
  • นอกจากนี้การดูหนัง ดูคลิปจาก Netflix หรือ Youtube ก็รองรับ HDR เต็มที่ ซึ่งให้ภาพออกมาสวยงามมาก ใครใช้โทรศัพท์เพื่อความบันเทิงต้องรักหน้าจอนี้ เพียงแต่ว่า Galaxy Note 20 Ultra นั้นไม่มีฟังก์ชันปรับวิดีโอธรรมดาให้เคลื่อนไหวได้นุ่มนวลขึ้นเป็น 120 Hz และถ้าปรับความละเอียดจอสูงสุดเป็น Quad HD+ จะไม่รองรับ 120 Hz นะครับ ต้องใช้ความละเอียดระดับ Full HD+ เท่านั้นถึงจะได้ภาพนุ่มจนตากระแดะ

พอร์ตการเชื่อมต่อ

ใช้พอร์ต USB-C ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm แล้ว แต่ในกล่องก็มีหูฟังแบบ USB-C ที่จูนโดย AKG ให้เสียงดีแถมมาให้ ส่วนลำโพงเครื่องถือว่าให้มาดีมาก เป็นลำโพงสเตอริโอที่ให้เสียงดังและเสียงดีเลย พร้อมรองรับ Dolby Atmos ทั้งการเปิดฟังจากลำโพง และการเสียบหูฟัง แถมยังมีคำสั่งใส่คำบรรยายสด เพื่อถอดเสียงภาษาอังกฤษที่เปิดให้กลายเป็นซับไตเติ้ลบนจอได้อีกด้วย

ปากกา S-Pen

เมื่อก่อนเราอาจคิดว่า Galaxy Note นั้นเหมาะสำหรับศิลปิน จะได้วาดภาพ หรือจดอะไรสวย ๆ ลงไปได้ด้วยปากกา แต่ Galaxy Note 20 Series นี้ ซัมซุงอยากบอกกับเราว่านี่คือ Power Phone for Work หรือสมาร์ตโฟนทรงพลังเพื่อการทำงานครับ ด้วย Advanced Intelligent S-Pen หรือปากกา S-Pen แสนฉลาด ถึงเราจะวาดรูปไม่เก่ง แต่เราก็สามารถใช้สารพัดความสามารถให้ Note ช่วยจัดการงานวุ่น ๆ ระหว่างวันได้ แค่คุณดึงปากกาออกมาก็พร้อมจดในหน้าจอทันทีโดยไม่ต้องปลดล็อกเครื่อง

การทำงานของปากกาใน Galaxy Note 20 Ultra นั้นเร็วขึ้นมาก เวลาเขียนแล้วเส้นปากขึ้นตามการลากแทบจะทันที พูดชัด ๆ คือมีความหน่วงแค่ 9 ms เท่านั้น ซึ่งเวลาเขียนบนจอก็จะมีเสียงเหมือนเขียนบนกระดาษจริงให้ได้ยินชัดเจนด้วย ก็ได้ฟีลเขียนลงบนกระดาษไปเต็ม ๆ

ในแอป Samsung Note ที่มาพร้อม Galaxy Note 20 Ultra นี้ ยังมีความสามารถอย่าง AI Neat Note ที่เวลาจดมาเร็ว ๆ การจดของเราอาจเอียงไปมา แค่กดปุ่มนี้ปุ่มเดียวก็ทำให้โน้ตการจดของเราเรียงเป็นบรรทัดสวยงามขึ้นได้ นอกจากนี้เรายังสามารถเปิดไฟล์ PDF โดยตรง แล้วมาแก้ไขได้แล้วด้วย จากเดิมที่จะต้องแคปมาทีละหน้าเพื่อเขียนลงไป และยังสามารถสร้างโน้ตหลาย ๆ หน้าแล้วเซฟออกมาเป็นไฟล์ Powerpoint เพื่อเอาไปแก้ไขต่อได้ด้วย และความสามารถใหม่ที่ผมชอบมากคือเราสามารถจดโน้ตไปพร้อมการบันทึกเสียงได้แล้วครับ เช่นเราจดตามการเล็กเชอร์ของอาจารย์ ก็สามารถเปิดเล่นเสียงที่เราบันทึกมาได้ภายหลัง พร้อมข้อความที่เราจดก็จะค่อย ๆ ขึ้นตามเสียงด้วย ทำให้เราหาโน้ตง่ายขึ้นว่า สิ่งที่เราจดออกมาแบบนี้ จริง ๆ แล้วอาจารย์พูดอะไรตอนนั้น

ความสามารถ Hands-free Air Action ก็ถูกปรับปรุงให้มีลูกเล่นการสั่งงานมากขึ้น เช่นกดปุ่มที่ปากกาค้างแล้ววาดบนอากาศให้เป็นรูปลูกศรย้อนกลับ ก็แทนการกด Back หรือวาดเป็นรูปลูกศรลงก็จะเข้าสู่โหมดการเลือกอัจฉริยะ ที่สามารถเลือกบางส่วนของจอ แคปมาใช้ต่อได้เลย

ความสามารถ Hands-free Air Action นี้ยังใช้ได้ในแอปบางตัว

  • MS Office สามารถกดปุ่มที่ปากกาเพื่อเปลี่ยนสไลด์ได้ หรือแอปกล้องถ่ายรูป ที่กดปุ่มเพื่อถ่ายรูป หรือวาดปากกาเพื่อซูมเข้าออก หรือสลับกล้องหน้า-หลังก็ได้
  • Samsung Galaxy Note 20 Ultra นั้นมีหน้าจอขนาดใหญ่นะครับ ก็ต้องใช้หน้าจอนี้ทำงานให้คุ้ม! คือเราสามารถเปิดแอปหลาย ๆ ตัวขึ้นมาทำงานพร้อมกัน ทั้งแบบเปิดอย่างละครึ่งจอแบบนี้ ซึ่งสามารถเซฟการจับคู่แอปต่าง ๆ เอาไว้ให้เรียกใช้งานได้ง่ายด้วย
  • หรือจะเปิดหลาย ๆ แอปแบบ Pop-up ซ้อนกันเหมือนทำงานบน Windows ตัวไหนยังไม่ใช้ตอนนี้ก็พับหุบไว้ก่อนได้อารมณ์เหมือนทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์เลย
  • และไม่ใช่เหมือนทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ แต่เราเอามือถือทำงานบนคอมเลยก็ได้ Samsung Galaxy Note 20 Ultra สามารถเชื่อมเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่านแอป Your Phone บน Windows 10 ได้ ซึ่งนอกจากจะดูข้อความ SMS ดูการแจ้งเตือน หรือดูรูปในเครื่องได้เหมือนโทรศัพท์ทั่วไป ความสามารถพิเศษของสมาร์ตโฟนจากซัมซุงเพราะร่วมมือกับไมโครซอฟท์โดยตรง คือสามารถแชร์ภาพหน้าจอมือถือขึ้นมาทำงานบนคอมพิวเตอร์ได้ เราสามารถเอาเมาส์คลิก หรือใช้คีย์บอร์ดบนคอมพิวเตอร์เพื่อสั่งงานได้เลย พูดง่าย ๆ คือเหมือนเอาแอปบนมือถือมาให้ใช้งานบนคอมพิวเตอร์ได้เลย
  • แล้วเรายังสามารถเอา Samsung Galaxy Note 20 Ultra ต่อกับเมาส์และคีย์บอร์ด พร้อมเชื่อมจอคอมพิวเตอร์ผ่านสาย หรือต่อจอทีวีแบบไร้สายด้วย Miracast แล้วใช้ฟังก์ชัน Dex เปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ใช้ทำงานไปได้เลย ก็เหมือนมีคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงพกติดตัวไปด้วยได้เลย

กล้องหลัง 3 ตัวประกอบไปด้วย

  • ตัวบนสุดเป็นกล้อง Ultra Wide 12 ล้านพิกเซล f/2.2 ให้มุมภาพกว้าง 120 องศา
  • ตัวกลางเป็นกล้องหลัก 108 ล้านพิกเซล ที่ปกติจะถ่าย 12 ล้านพิกเซลโดยเอา 9 พิกเซลมารวมเป็น 1 พิกเซล f/1.8
  • ตัวสุดท้ายเป็นกล้องทรงสี่เหลี่ยมแบบ periscope ซูมภาพ 5 เท่า f/3.0 ซึ่งถือเป็นสมาร์ตโฟนซัมซุงรุ่นแรกที่ใช้กล้องแบบ Periscope เลยนะครับ นอกจากนี้กล้องชุดนี้ยังมาพร้อมระบบ Laser Focus ทำให้โฟกัสเร็วขึ้น

คุณภาพภาพถ่ายในสภาพแสงดีนั้นไม่ต้องพูดถึงครับ ออกมาสวยงามในทุกระยะเลนส์ ให้สีสันสดใสแต่ไม่สดเกินจริง สีสันก็ไม่ผิดเพี้ยนแบบติดสีประหลาด ๆ เข้ามาในภาพ ระบบ HDR ก็ทำงานออกมาได้ดี เกลี่ยความสว่างและความมืดของภาพให้สมดุลสวยงาม โฟกัสทำงานรวดเร็ว

กล้องชุดนี้ของ Samsung Galaxy Note 20 Ultra มีเลนส์ซูมจริง ๆ ระดับ 5 เท่า ทำให้คุณภาพการซูมออกมาดีมาก ตั้งแต่ภาพมุมกว้างสุดที่ถอยออกมาได้ 0.5 เท่า ก็ให้ภาพที่กว้างมาก จนภาพซูม 5 เท่าก็ให้รายละเอียดได้ดี เพราะเป็นภาพที่มาจากเลนส์จริง ๆ ส่วนการซูมในระดับ Space Zoom ที่ 10 เท่าก็ให้ภาพออกมาคมแบบใช้จริงได้ครับ ซูม 20 เท่าภาพก็คมชัดใช้ได้อยู่ ส่วนซูมสูงสุดที่ 50 เท่า อันนี้ภาพจะเบลอ ๆ หน่อย แต่ก็ยังเห็นรายละเอียด

การถ่าย Portrait ก็ออกมาสวยงามไม่เสียชื่อสมาร์ตโฟนซัมซุง สีผิวดี การละลายฉากหลังดี ซึ่งถ้าใครคิดว่าถ่าย Portrait แล้วหน้าดูคมไปหน่อยก็สามารถปรับระดับหน้าสวยได้ นอกจากนี้ในสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ยังมีโหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจคือ Single Take ที่กล้องจะให้เราถ่ายวิดีโอยาว 10 วินาที แล้วระบบจะเอาวิดีโอไปประมวลผล เลือกภาพพร้อมแต่งภาพจากหลาย ๆ ซีนที่น่าสนใจในวิดีโอออกมา แล้วให้เราเลือกรูปที่ถูกใจออกไปใช้ ซึ่งก็น่าจะเป็นโหมดที่ได้ใช้กันบ่อยครับ

ส่วนการถ่ายภาพกลางคืนก็ทำได้น่าทึ่งมาก มีการเปิดหน้ากล้องนานเพื่อเก็บแสงยามค่ำคืนได้อย่างสวยเลย ซึ่งทำผลงานออกมาได้ดีทั้งเลนส์หลักและเลนส์มุมกว้าง ส่วนเลนส์ซูม 5 เท่าจะให้ภาพที่มืดกว่านิดหน่อยครับ

การถ่ายวีดีโอ

ถ่ายวิดีโอได้สูงสุดถึงระดับ 8K 24 fps เพียงแต่ว่าการถ่ายแบบนี้ภาพจะถูกครอปเข้าไปค่อนข้างเยอะ ส่วนการถ่ายในระดับ 4K 60 fps ก็สามารถใช้ได้แต่เลนส์หลักเท่านั้น ไม่สามารถใช้เลนส์อื่น ๆ มาช่วยถ่ายภาพกว้างหรือซูมได้ ใครที่ต้องการการถ่ายวิดีโอที่ยืดหยุ่น เราจึงแนะนำให้ถ่ายที่ระดับ 4K 30 fps หรือ 1080p 60 fps จะดีกว่าครับ

ซึ่งคุณภาพของวิดีโอที่ถ่ายออกมาก็ออกมาสวยงาม สามารถป้องกันการสั่นไหวระหว่างถ่ายได้อย่างนุ่มนวล ถ่ายบุคคลให้หลังเบลอก็ได้ การซูมภาพไปมาก็นุ่มนวลดี อาจมีสะอึกเล็กน้อยจังหวะที่เปลี่ยนเลนส์ซูม

และโหมดที่ช่างวิดีโอมือโปรต้องการ คือการถ่ายวิดีโอระดับโปรครับ ที่ปรับแต่งค่าการถ่ายได้สารพัด เลือกอัตราส่วนวิดีโอเป็น 21:9 ให้เหมือนหนังก็ได้ พร้อมควบคุมไมค์ได้หลายแบบ เลือกให้รับเสียงรอบทิศทาง รับเสียงเน้นด้านหน้า หรือเน้นด้านหลังก็ได้ และทีเด็ดคือต่อไมค์แบบ USB หรือใช้ไมค์ Bluetooth มาอัดเสียงให้วิดีโอได้ด้วย แต่จุดสังเกตในโหมด Pro Video คือเราใช้เลนส์มุมกว้างหรือเลนส์ซูมถ่ายไม่ได้นะครับ ใช้เลนส์หลักถ่ายอย่างเดียว ไม่ว่าจะเลือกความละเอียดอะไร แต่ก็มีข้อดีตรงที่การซูมจะไม่มีจังหวะสะอึกเลยในโหมดนี้ครับ ซูมเข้า-ออกลื่นอย่างกับกล้องวิดีโอแท้ ๆ

กล้องหน้า

  • ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล f/2.2 พร้อมระบบ Dual Pixel AF
  • ภาพ Selfie จาก Samsung Galaxy Note 20 Ultra ก็ออกมาดี เก็บรายละเอียดได้ชัดเจน ให้ภาพบุคคลได้สวยงาม ถ่ายในโหมด Live Focus ก็ให้ฉากหลังเบลอได้สวยงามดี เพียงแต่ว่าค่าเริ่มต้นของการถ่าย Selfie นั้นทำหน้าเนียนเป็นพลาสติกไปหน่อยครับ ก็ควรเข้าไปปรับลดลงมาสักนิดก่อนถ่ายครับ
  • การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้านั้นก็สามารถถ่ายได้ถึงระดับ 4K 60 fps เลยทีเดียว แถมยังสามารถเอาปากกาวาดรูปประกอบแล้วถ่ายวิดีโอที่เรียกว่า AR Doodle ได้ด้วย ก็ทำให้ได้วิดีโอ Selfie ที่ไม่เหมือนใครครับ

ประสิทธิภาพเครื่อง

Samsung Galaxy Note 20 ทุกรุ่นในไทยนั้นใช้ชิป Exynos 990 ตัวเดียวกับใน Samsung Galaxy S20 โดยเครื่องที่เรารีวิวเป็นรุ่น 5G จึงมาพร้อมแรม 12 GB

ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วย Geekbench 5 ได้คะแนนแบบ Multicore ที่ 2669 คะแนน ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพด้วย 3Dmark ชุดทดสอบ Slingshot Extreme ก็ได้คะแนน 6591 คะแนน ซึ่งคะแนนทั้งคู่ ก็เป็นคะแนนในระดับเดียวกับ Snapdragon 855 ครับ

การใช้งานทั่วไปเราคงไม่ต้องลงรายละเอียดมาก เพราะมันใช้งานได้ลื่นไหลดีทั้งหมด ส่วนการเล่นเกมเราได้ทดสอบกับ ROV โดยปรับคุณภาพภาพไปสูงสุดทั้งหมด ก็สามารถเล่นได้แบบ 60 fps ยาว ๆ ไม่มีปัญหา

การรองรับ 5G

ตอนนี้ก็พร้อมรองรับ 5G คลื่น 2600 MHz ในประเทศไทยทันที ซึ่งทำให้ความเร็วในการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นมาก พร้อมรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐานล่าสุดในปัจจุบันเรียบร้อยครับ

ข้อสังเกต

  • ที่เรารู้สึกเลยคือจอลั่นครับ อาจเพราะจอมีขนาดใหญ่ด้วย เวลาใช้งาน แม้จะใช้ 2 มือ ก็มีโอกาสที่ฝ่ามือไปโดนขอบจอจนลั่นได้อยู่ดี
  • นอกจากนี้ยังมีเรื่องแบตเตอรี่ที่เรามีเวลาเทสต์ประมาณ 1 สัปดาห์ ก็พบว่าช่วงแรกแบตหมดเร็วมาก อยู่ได้ไม่ครบวัน แล้วค่อย ๆ ดีขึ้นในวันถัด ๆ มา จนสุดท้ายก็ใช้งานได้จบวันครับ แต่ก็มีลุ้นบางว่าแบตจะอยู่ได้ไม่ถึงวัน แต่ซัมซุงก็ให้หัวชาร์จ 25 Watt มาด้วย ก็สามารถชาร์จได้ 50% ในครึ่งชั่วโมงครับ

สรุปราคากันดีกว่า Samsung Galaxy Note 20 Ultra นั้นมีหลายรุ่นย่อย เริ่มต้นจากรุ่น 4G ธรรมดาก่อน

  • 8GB/256GB ราคา 38,900 บาท
  • 8GB/512GB ราคา 42,900 บาท

รุ่นที่รองรับ 5G

  • 12GB/256GB ราคา 42,900 บาท
  • 12GB/512GB ราคา 46,900 บาท

ก็เลือกใช้ได้ตามสะดวกเลย ซึ่งลองสอบถามโปรโมชันจากหน้าร้านอีกที อาจจะมีสิทธิ์ได้อัปสเปกฟรี ได้ราคาพิเศษ หรือเลือกรับของแถมก็ได้

สรุป Samsung Galaxy Note 20 Ultra นั้นก้าวข้ามสมาร์ตโฟนธรรมดาไปสู่ Power Phone for Work ซึ่งมือถือเครื่องเดียวสามารถช่วยทำงานได้มากมาย ใครที่ดูฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เราเล่าแล้วคิดว่าได้ใช้แน่ ๆ Note 20 Ultra ก็คือมือถือที่เหมาะสำหรับคุณครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส