รีวิว Vivo X50 Pro 5G จัดเต็ม 4 กล้อง ซูม 60 เท่าพร้อม Gimbal

ผมกล้าพูดเลยว่า Vivo X50 Pro 5G เป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนจาก Vivo ที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมเทสต์เลย คือดีไซน์เครื่องดี กล้องดี เสียงดี ราคาสมน้ำสมเนื้อ แถมรองรับ 5G ในไทยด้วย วันนี้แบไต๋รีวิวเจาะลึกหลังได้ใช้งานจริงมาครึ่งสัปดาห์ครับ

ดีไซน์

Vivo X50 Pro 5G นั้นมีจำหน่ายสีเดียวคือ Alpha grey ที่เห็นตัวนี้ครับ ฝาหลังจะมีการไล่สีนิดๆ จากเทาอ่อนไปเทาเข้มซึ่งอมสีฟ้าหน่อย ๆ ด้วย ก็เป็นสีที่สุขุมดูดีเหมาะกับทุกคน พร้อมพ่นทรายที่ฝาหลังให้สัมผัสลื่นนิ้ว รอยนิ้วมือติดน้อย

Vivo X50 Pro 5G นั้นมีจอ 3D flexible หรือจอขอบโค้งไปบรรจบกับฝาหลังที่โค้งมารับพอดี ทำให้การจับถือเครื่องนั้นเข้ามือดี ให้ความรู้สึกว่าเป็นเครื่องระดับพรีเมี่ยมที่หน้าจอ ฝาหลังและขอบเครื่องประกอบกันมาอย่างมั่นคง ไม่มีความรู้สึกยวบยาบครับ

มาดูรอบเครื่องกันบ้าง Vivo X50 Pro 5G นั้นมีลำโพงอยู่จุดเดียวท้ายเครื่อง เป็นลำโพงโมโนที่ดังใช้ได้ ไม่ใช่ลำโพงสเตอริโอ แล้วก็มีพอร์ต USB-C อยู่ช่องเดียวครับ ไม่มีช่อง 3.5 mm แล้ว แต่ในกล่องก็แถมหัวแปลง USB-C เป็น 3.5 mm มาให้พร้อมหูฟังแบบ 3.5 mm

ซึ่ง Vivo ก็ไม่ทิ้งลายความเป็น Hi-Fi SmartPhone มือถือรุ่นนี้มีชิปเสียง AK4377A ชิป DAC พิเศษที่คืนรายละเอียดของเพลงให้กลับมาสดใส ชนิดที่ฟังออกทันทีว่าเสียงผ่านโหมด Hi-Fi นี้แตกต่างจากการฟังแบบปกติ โดยเราสามารถใช้โหมด Hi-Fi นี้ได้โดยเสียบหูฟังผ่านช่อง USB-C เท่านั้นนะครับ ไม่สามารถใช้กับหูฟัง Bluetooth ไร้สายได้ แต่ถ้าคุณใช้หูฟัง Vivo TWS Neo ก็จะได้ใช้ Codec เสียงตัวล่าสุดอย่าง aptX Adaptive ที่คงรายละเอียดของเสียงไว้ได้เยอะครับ

หน้าจอ

หน้าจอของ Vivo X50 Pro 5G เป็นจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ พร้อม Refresh Rate ที่ 90 Hz ที่ให้การเคลื่อนไหวของภาพนุ่มนวลตากว่าจอทั่วไป พร้อมความไวในการตอบสนองการสัมผัสที่ 180 Hz ใช้แล้วติดใจครับ เล่นเกมก็สัมผัสได้รวดเร็ว ซึ่งจอนี้ก็รองรับการแสดงผลระดับ Full HD แบบ HDR ของ Youtube ครับ ส่วน Netflix นั้นไม่รองรับการแสดงผล HDR แต่ก็ใช้งานได้เต็มความละเอียด Full HD ส่วนด้านบนของจอนั้นเป็นกล้องหน้าแบบเจาะรูขนาด 3.96 mm อยู่ที่มุมบนซ้ายครับ และมีเซนเซอร์อ่านลายนิ้วมืออยู่ใต้หน้าจอที่ทำงานได้รวดเร็วเลย

ความพิเศษของจอโค้งนี้คือลูกเล่น Ambient Light Effect ที่เวลาเปิดเพลงแล้วปิดจอ จะมีกราฟิกเสียงมาเด้ง ๆ อยู่ที่ขอบจอประมาณ 1 นาที รวมถึงเวลา Notification เข้า หรือเวลามีคนโทรเข้าก็จะมีไฟวิ่งที่ขอบจอให้สวยงามครับ

กล้อง

จุดเด่นที่สุดของ Vivo X50 Pro 5G คือกล้องหลังที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Gimbal รุ่นแรกของโลก ป้องกันการสั่นไหวได้มากกว่าระบบ OIS ทั่วไป ซึ่งถ้าเราขยับมือถือในระหว่างที่ใช้กล้อง จะเห็นว่าเลนส์ด้านในมีการเคลื่อนไหวเพื่อชดเชยการสั่นไหวอยู่ ซึ่งเลนส์หลักตัวใหญ่นี้ใช้เซนเซอร์ Sony IMX598 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล f/1.6 ครับ

ส่วนอีก 3 เลนส์ที่เหลือก็ไม่ธรรมดา มีแต่เลนส์ที่ใช้งานจริงได้ทั้งนั้น

  • เลนส์ที่อยู่ทางซ้ายนี้เป็นเลนส์ซูม 2 เท่า ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/2 เน้นถ่ายภาพบุคคล เพราะเป็นเลนส์ที่มีมุมมองใกล้เคียงกับตามนุษย์
  • ส่วนเลนส์ตัวขวานี้เป็นเลนส์มุมกว้าง 120 องศา 8 ล้านพิกเซล f/2.2 ซึ่งใช้เป็นเลนส์ถ่ายภาพมาโครได้ด้วย
  • และเลนส์ตัวสุดท้ายเป็นเลนส์ทรงสี่เหลี่ยม ก็ต้องเป็นกล้อง Periscope ซูม 5 เท่า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/3.4 พร้อม OIS ครับ จัดเต็มมาก

คุณภาพภาพถ่ายจาก 4 กล้องหลังนั้นออกมาสวยงามทุกกล้องครับ เราทดลองถ่ายภาพถนนราชประสงค์ตั้งแต่มุมกว้างสุด จะเห็นว่ากล้องสามารถเก็บรายละเอียดบนท้องถนนและเมฆบนท้องฟ้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อซูมเป็นกล้องหลัก 1x ก็เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีไม่แพ้กัน มาจนถึงกล้องซูม 2 เท่า ซูม 5 เท่าก็สามารถเก็บรายละเอียดเส้นสายของตึกไว้ได้ดี จน Hyper zoom ซูม Digital สูงสุดที่ 60 เท่า ซึ่งก็ยังอ่านตัวอักษรชื่อโรงแรมเล็กๆ รู้เรื่องอยู่นะ

นอกจากนี้กล้องของ Vivo X50 Pro ยังสามารถโฟกัสดวงตาของแบบได้ และสามารถโฟกัสติดตามวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ด้วย ซึ่งกล้องหลักในระบบ Gimbal ยังช่วยชดเชยการสั่นไหวของมือเรา ทำให้ถ่ายรูปได้ชัดขึ้นด้วย

ส่วนการถ่ายภาพ Portrait ก็สามารถถ่ายได้สวยงามทั้งเลนส์หลัก 1 เท่า และเลนส์ซูม 2 เท่าครับ โดยสามารถทำฉากหลังเบลอได้สวยงามเนียนตาดี แถมยังเลือกรูปแบบของ Bokeh ให้เบลอได้หลายรูปแบบ เช่นรูปหัวใจ หรือรูปดาว และที่เราชอบมากคือฟิลเตอร์สำหรับการถ่ายภาพบุคคลนั้นออกมาสวยดูดีเลย โดยเฉพาะแบบ Japanese Style ที่ถ่ายสาวๆ มาสวยใสฮาราจูกุจริงๆ ซึ่ง Vivo ก็ยังมีโหมดแนะนำการออกท่าทางการถ่ายภาพ พร้อมตัวเลือกการปรับแต่งใบหน้าให้สวยงามอย่างเคย

การถ่ายภาพกลางคืนก็ทำได้น่าทึ่งครับ ทั้งการถ่ายภาพแบบ Night Mode ปกติที่ทำให้ภาพสว่างขึ้นมาได้มากทั้งเลนส์หลักและเลนส์ซูม แต่เลนส์มุมกว้างอาจจะให้ภาพที่มืดและรายละเอียดน้อยกว่าเลนส์อื่นๆ ไปสักหน่อยครับ และโหมดพิเศษอย่าง Astro mode ที่เปิดหน้ากล้องนานหลายนาทีร่วมกับขาตั้งกล้องเพื่อถ่ายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนออกมาได้อย่างสวยงาม ให้ความคมชัดและสีสันของภาพที่สดใส สวยงามมาก ซึ่งในภาพตัวอย่างของเราท้องฟ้าอาจจะสว่างหน่อยเพราะอยู่ในเมืองและเป็นคืนพระจันทร์เกือบเต็มดวง แต่ก็ยังสามารถถ่ายติดดาวในรูป

การถ่ายวิดีโอ

ประเด็นสำคัญที่จะได้ใช้กล้องระบบ Gimbal กันบ้าง การถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียด 4K 30 fps นั้นให้การเคลื่อนไหวของภาพที่นุ่มนวล ตัว Gimbal สามารถชดเชยการเคลื่อนไหวได้เยอะกว่าระบบ OIS เดิมจริง ทำให้ภาพดูนุ่มสมูธเหมือนขับยาน แต่ก็ยังไม่ได้นุ่มในระดับที่แทน Gimbal ตัวจริงได้นะครับ ซึ่งถ้าต้องการให้นุ่มนวลกว่านี้ต้องเปิดโหมด Ultra Stable ที่จะใช้ความละเอียด 1080p 60 fps และมีการครอปภาพเข้าไปเพื่อใช้กันสั่นอิเล็กทรอนิกส์มาช่วย ซึ่งให้การเคลื่อนไหวออกมานุ่มมากจริง ๆ

ส่วนถ้าต้องการถ่ายวิดีโอแล้วซูมไปมาสลับแต่ละเลนส์ได้ ก็ต้องถ่ายที่ความละเอียด 1080p 30 fps ซึ่งเป็นสเปควิดีโอสูงสุดที่สามารถถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง รวมถึงเลนส์ซูม 5 เท่าแล้ว ถ้าขยับความละเอียดไป 4K หรือเลือกใช้ 60 fps จะไม่สามารถถ่ายแบบเปลี่ยนเลนส์ได้

และเราสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K 60 fps ซึ่งความละเอียดระดับนี้กล้องจะไม่ได้ใช้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยแล้ว เหลือแต่ระบบ Gimbal เท่านั้น ซึ่งก็ให้ภาพมุมกว้างกว่าการถ่ายปกติ และการเคลื่อนไหวจะนุ่มนวลน้อยกว่า แต่ถ้าถือถ่ายดีๆ ก็ยังถ่ายได้ครับ ระบบ Gimbal เข้ามาช่วยได้เยอะ แต่ไม่มีระบบ Auto Focus นะครับ และสามารถถ่ายวิดีโอด้วยความละเอียดสูงสุด 1080p

กล้องหน้า

คุณภาพของกล้องหน้านั้นใช้ได้นะครับ สามารถถ่าย Selfie ออกมาได้ชัดเจนและมีรายละเอียดที่ดี สีผิวก็ดูสุขภาพดีเป็นธรรมชาติ ส่วนการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ อาจจะยังตัดขอบไม่เนียนบ้าง ซึ่งน่าจะปรับปรุงได้ในอนาคต ส่วนการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้านั้นก็คมชัดใช้ได้เลย และการถ่ายภาพในที่แสงน้อยก็สามารถใช้ทั้งจอเป็นแฟลชเพื่อส่องสว่างหน้า โดยยังคงเก็บรายละเอียดของแสงในฉากหลังเอาไว้ได้ด้วย

หลังจากคุณถ่ายรูปหรือวิดีโอแล้ว Vivo X50 Pro 5G ยังมีเครื่องมือตกแต่งรูปที่น่าสนใจ ทั้ง Ultra HD Image ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดให้ภาพ หรือ Remove Shadow สำหรับแก้ไขภาพเอกสารที่ถ่ายมาแล้วติดเงา ให้เงาจางลง ส่วนใครที่ต้องการตกแต่งรูป Portrait ให้สวย ก็ยังมีความสามารถเติมสีลิปสติก ปรับโครงหน้าหรือโครงร่างให้ถูกใจได้ ลบวัตถุที่ไม่ต้องการก็ได้ และฟังก์ชันที่หลายคนอยากได้อย่างการทำ Collage ก็มีให้เลือกใช้ได้ง่าย ๆ แค่เลือกหลายๆ รูป แล้วกด Collage และเลือกแบบ ก็เสร็จแล้ว

สเปก

Vivo X50 Pro 5G นั้นใช้ Snapdragon 765G ชิปตัวท็อปในระดับกลางที่ใช้พลังงานต่ำ รองรับ 5G เรียบร้อยนะครับ มาพร้อมแรม 8 GB โดยเราทดสอบเกม ROV ก็สามารถเปิดโหมดรายละเอียดสูงแบบ 60 fps แล้วเล่นได้ลื่นไหลดีจนจบเกม

ซึ่งผลการทดสอบด้วย Geekbench 5 นั้นได้คะแนน Multicore ที่ 1784 คะแนน ส่วน 3Dmark ชุด Slingshot Extreme ได้ 3289 คะแนน ซึ่งก็เป็นคะแนนที่เร็วเกินพอสำหรับงานทั่ว ๆ ไปแล้ว

Vivo X50 Pro 5G นั้นรองรับ 5G ในประเทศไทยทันทีหลังแกะกล่องนะครับ ไม่ต้องรออัปเดตเฟิร์มแวร์อะไรอีก ใส่ซิมแล้วเปิดใช้ 5G ได้เลย ซึ่งทดสอบความเร็วแล้วก็แรงแบบนี้ครับ แต่ตอนนี้การรองรับ 5G จะทำได้เฉพาะการใส่ซิมเดียวเท่านั้นนะครับ ถ้าใส่ 2 ซิม ต้องเลือกเป็น 4G คู่ซึ่ง Vivo บอกว่าจะอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้ใช้ 5G พร้อมกับ 4G แบบ 2 ซิมให้เร็ว ๆ นี้ และสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ไม่รองรับ Wi-Fi 6 ใช้ได้เพียง Wi-Fi 5 เท่านั้น

จุดสังเกต

Vivo X50 Pro 5G นั้นอยู่ที่ไม่มีระบบชาร์จไร้สายครับ ต้องเสียบชาร์จผ่าน USB-C เท่านั้น แต่ Vivo ก็ให้ชุด Vivo FlashCharge 2.0 33 Watt มาให้ ซึ่งชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็ว และแบตเตอรี่เต็มๆ ก็สามารถใช้งานได้จบวันสบาย ๆ ครับ

ราคา

Vivo X50 Pro 5G นั้นมาพร้อมแรม 8 GB และความจุ 256 GB โดยตั้งราคาเปิดตัวไว้ที่ 24,999 บาท ซึ่งก็ถือเป็นสมาร์ตโฟนตัวท็อปสุดของ Vivo ที่จำหน่ายในเวลาที่หาจุดเด่นเรื่องกล้อง เรื่องการออกแบบได้อย่างน่าสนใจ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส