รีวิว OPPO Reno4 Pro 5G เกิดมาเพื่อถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะ | #beartai

มาดูกันว่า OPPO Reno4 Pro 5G (ออปโป้ รีโน่ สี่ โปร ห้าจี) ที่บางมาก เบามาก แถมถ่ายวิดีโอได้ดีมาก และยังรองรับ 5G ทั้งสองโหมด วันนี้รีวิวให้ดูแบบละเอียด ตระกูล Reno เป็นรองเรือธง

OPPO ฟิตมากเปิดตัวมือถือ 5G สองรุ่น Reno4 Z 5G, Reno4 Pro 5G ถือโชว์ได้ไม่อายใคร

ดีไซน์

พูดถึงรูปลักษณ์ที่บางและเบา ของ OPPO Reno4 Pro 5G ถือว่าเป็นมือถือที่ “บางและเบา” ตามสเปกคือบาง 7.6 มิลลิเมตร น้ำหนักชั่งจริงคือ 172 กรัม ถ้าเทียบกับโทรศัพท์ตอนนี้ที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไปก็ถือว่าบางเบาพกพาได้สะดวก

แต่ตัวนี้ต้องบอกเลยว่ามาพร้อมความสามารถที่หลากหลายในการถ่ายวิดีโอ ด้านดีไซน์ฝาหลังของ สีดำ Space Black ของ OPPO Reno4 Pro 5G ก็มีลูกเล่นซ่อนไว้อยู่ครับ เมื่อมีแสงสะท้อนจะปรากฏตัวอักษร O และตัว P ที่ย่อจากชื่อแบรนด์ OPPO ที่เรียกว่า “OPPO Monogram” ส่วนอีกสีก็คือ สีฟ้า Galactic Blue เทคนิคการออกแบบฝาหลังแบบ Reno Glow ช่วยป้องกันรอยนิ้วมือได้ดี และเมื่อสะท้อนกับแสงก็จะมีคำว่า “Reno Glow” ปรากฏออกมาครับ

หน้าจอ

พลิกกลับมาที่ด้านหน้ากันบ้าง OPPO Reno4 Pro 5G ก็ใช้จอโค้งแบบ 3D ที่ช่วยให้การจับถือกระชับมือ ให้ความรู้สึกพรีเมียม รู้สึกกว้างเต็มตาไม่ว่าจะดูหนังเล่นเกม ก็ช่วยให้ประสบการณ์ที่เต็มตามาขึ้น
สเปกหน้าจอของ OPPO Reno4 Pro 5G ก็เป็นจอชนิด AMOLED ขนาด 6.5 นิ้วครับ ความละเอียดภาพเป็นแบบ Full HD+ ที่รองรับ HDR 10+ ที่เปิดดู YouTube แบบ Full HD HDR ได้ ส่วน NetFlix ก็เปิดแบบเต็มความละเอียด Full HD ได้เลย

สำหรับค่า Refresh Rate ก็อยู่ที่ 90Hz เรียกว่าจอนุ่มละมุนตา เวลาไถ Facebook หรือดูคลิป YouTube พร้อมอัตราความไวสัมผัส 180Hz ที่ช่วยให้การเล่นเกมไวต่อการสัมผัสกว่าหน้าจอปกติ

ถัดขึ้นมาด้านซ้ายบนของหน้าจอก็จะเห็นว่ามีรูกล้องหน้า กล้องตัวนี้มีความละเอียดอยู่ที่ 32MP ครับ นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอที่ปลดล็อกได้รวดเร็วเลย

มาดูรอบ ๆ เครื่องกันบ้าง ทางฝั่งซ้ายก็มี แถบเพิ่มเสียงลดเสียง | ตรงข้ามก็เป็น ปุ่มล็อกเครื่อง ที่ใส่ไฮไลต์สีเขียวสีแบรนด์ของ OPPO ไว้ตรงกลาง

ด้านเสียง OPPO Reno4 Pro 5G ก็มาพร้อมกับ ลำโพงสเตอริโอคู่ Dolby Atmos® เสียงดัง ฟังชัด แถมเบสมาเต็ม

ส่วนใครที่ถามหาพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. รุ่นนี้ไม่มีให้ มีพอร์ตเดียวคือ USB-C ที่รองรับการชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0 ชาร์จ 0-60% ในเวลา 15 นาที และ 0-100 ใน 36 นาทีเท่านั้น (เสียบชาร์จ) วู้ววว! แบตฯ ขึ้นไวมากดูสิคุณผู้ชม

สุดท้ายช่องใส่ซิม อันนี้ใส่ซิมคู่ได้ และรองรับ 5G แล้วด้วย

กล้อง

มาพูดเรื่องกล้องกันบ้าง OPPO Reno4 Pro 5G ถือว่าจัดเต็มเรื่องกล้องและการถ่ายวิดีโอมากเลยทีเดียวครับ ประกอบด้วย 3 กล้อง

ที่อยู่ด้านบนสุดคือกล้องหลัก 48MP f1.7 ที่ใช้เซนเซอร์ SONY IMX586 ตรงกลางเป็นกล้องมุมกว้าง 120 องศา Ultra Night Wide-angle Video Lens 12MP f2.2 ที่ถ่ายได้ทั้งมุมกว้างและแบบมาโคร ใช้เซนเซอร์ SONY IMX708 สุดท้ายเป็นกล้องซูม Telephoto lens 2 เท่า 13MP f2.4

นอกจากนี้ยังมี LDAF (Laser Detection Auto Focus) ระบบโฟกัสด้วยเลเซอร์ที่ทำงานได้กับทั้ง 3 กล้องทำให้การโฟกัสในที่แสงน้อยได้ดี ดีแค่ไหนเดี๋ยวเราทดสอบกันเลยครับ (ทีมงานปิดไฟ) เห็นไหมครับว่าแม้จะปิดไฟอยู่แต่ก็ยังโฟกัสเข้าไม่วืดเลย นอกจากนี้ยังใช้ทำเอฟเฟกต์ Bokeh ด้วย

การถ่ายวิดีโอ

เรื่องการถ่ายวิดีโอถือว่าเป็นจุดเด่นของ OPPO Reno4 Pro 5G มาพร้อมประสิทธิภาพการถ่ายวิดีโอ สามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างมืออาชีพทุกสถานการณ์ ทุกสภาพแสง

ด้านการถ่ายวิดีโอตอนกลางคืนก็มี Ultra Night Wide-angle Video ที่สามารถถ่ายวิดีโอมุมกว้าง 120 องศา ในที่แสงน้อย ช่วยให้วิดีโอคมชัด เก็บรายละเอียดครบ

นอกจากนี้ยังมีโหมด Ultra Steady Video 3.0 ที่ใช้เทคโนโลยี OIS และ EIS ลดการสั่นไหวขณะถ่ายวิดีโอ ช่วยให้ภาพนิ่งและสมูธ ดูสบายตา ในความละเอียดสูงสุด HD ทั้งกล้องหลัก กล้องมุมกว้างในโหมด Ultra Steady Video Pro และกล้องหน้าถ่ายวิดีโอกันสั่นได้ด้วยเหมือนกันครับ เรียกว่าครบทั้งกล้องหน้ากล้องหลังกันเลย

รวมถึงยังมี Live HDR ที่ช่วยให้หน้าไม่มืดเก็บได้ทุกรายละเอียดขณะถ่ายย้อนแสง

แค่นี้ยังไม่พอ OPPO Reno4 Pro 5G ยังมีเครื่องมือที่ช่วยให้วิดีโอดูดีมีสไตล์ อย่าง Cinematic Mode โหมดถ่ายวิดีโอแบบภาพยนตร์ที่จะมีสัดส่วน 21:9 และสามารถปรับค่าต่าง ๆ ได้อย่างละเอียด แล้ววิดีโอที่ได้ก็สามารถเอาไปให้ AI ช่วยตัดต่อได้ใน แอปฯ Soloop (โซ-ลูป) แถมยังใส่ฟิลเตอร์และ เอฟเฟกต์ได้มากมาย ช่วยให้วิดีโอดูน่าสนใจมากเหมือนฉากในหนังเลยขึ้นครับ

สำหรับภาพนิ่งจากกล้องหลังโดยรวมถือว่าโอเคเลยครับ เก็บภาพนิ่งได้ทุกสภาวะแสง ในแสงเยอะก็เก็บภาพได้สดใส คมชัด ส่วนแสงน้อยก็ยังเก็บได้ละเอียด สามารถซูมได้สูงสุด 20 เท่าครับ โดยการซูม 2-10 เท่าจะเป็นแบบไฮบริด แต่ถ้าเลย 10 เท่าขึ้นไปจะเป็นการซูมดิจิตอลครับ และการถ่ายแบบมาโครจะเป็นการใช้กล้องมุมกว้างครับ

ประสิทธิภาพ

ด้านสเปก OPPO Reno4 Pro 5G ก็ไม่ธรรมดาครับ ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon™ 765G ที่เร็ว แรง และรองรับ 5G เปิดเครื่องปุ้ปก็สามารถจับสัญญาณ 5G ได้เลย ส่วนแรมที่มาให้สูงถึง 12GB และความจุตัวเครื่องอยู่ที่ 256GB

โดยกองบรรณาธิการแบไต๋ได้ทดสอบความสามารถของชิปเซ็ตกับ GeekBench 5 ก็ได้คะแนนในส่วน Single Core อยู่ที่ 608 คะแนน ส่วน Multi-Core อยู่ที่ 1772 คะแนน

ส่วนคะแนนด้านกราฟิกจาก 3DMark ก็ทำไปได้ 3254 คะแนน ซึ่งมากกว่าชิป Snapdragon™ 720G ในรุ่น Reno4 อยู่ 755 คะแนนครับ

สำหรับการอ่านเขียนข้อมูลก็ได้ทดสอบกับโปรแกรม AndroBench ผลคะแนนที่ได้ออกมาอยู่ที่ การอ่าน 980 MB/s และการเขียน 469 MB/s ครับ

จากการทดสอบกับเกมภาพสวยอย่าง Genshin Impact ภาพก็ลื่นไหลไม่มีกระตุก ส่วนเกม ROV ก็เช่นกัน รักษาความลื่นไหลอยู่ที่ 60Fps ได้ตลอดเกม

ข้อสังเกต

ข้อสังเกตกองบรรณาธิการ #beartai ให้ไว้มี 1 จุดคือ คือแบตน้อยไปหน่อยสำหรับมือถือ 5G คือมีแบตเตอรี่อยู่ 4,000 mAh จากที่ทดลองใช้งานดูแล้ว แบตอยู่จบวันแบบลุ้น ๆ ครับแต่เขาก็มี Super Power Saving Mode และระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะรอบทิศทาง ที่ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานแบต และยังมี 65W SuperVOOC 2.0 เพื่อช่วยให้ชาร์จอย่างรวดเร็ว

ราคา

รีวิวที่ดีต้องมี “ราคา” สำหรับ OPPO Reno4 Pro 5G รุ่นแรม 12GB ความจุ 256GB ทาง OPPO เปิดตัวที่ราคา 24,990 บาท ราคานี้คุณก็จะได้มือถือ 5G ราคาระดับกลาง ที่ถ่ายวิดีโอได้ดีแบบหาตัวจับยากเลยครับ คำตอบของผมคือ คุ้มค่าน่าใช้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส