รีวิว BenQ EW800ST โปรเจกเตอร์ Android ไม่ต้องเสียบสายภาพก็ใช้งานได้!


นี่คือ BenQ EW800ST สมาร์ตโปรเจกเตอร์มี Android ในตัว เปิด Netflix หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบไร้สายได้เลย สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงคือ เรื่องความสามารถของ BenQ EW800ST ตัวนี้คือ ความสามารถในการเชื่อมต่อแบบไร้สาย 100% เต็ม โดยตัวมันเองสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ทั้งแบบ 2.4 GHz และ 5 GHz เอา BenQ Projector ไปตั้งที่ไหนก็เชื่อมต่อกับ Wifi ของที่นั้นก่อน

สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายเข้ากับคอมพิวเตอร์หรือมือถือ Android ได้ทันทีผ่านแอป Instashare ซึ่งสามารถโหลดจาก Google Play Store หรือหน้าเว็บของ BenQ สำหรับเวอร์ชัน PC แต่ถ้าใครใช้ Google Chrome อยู่แล้ว ก็สามารถแคสต์ภาพหน้าเว็บออกโปรเจคเตอร์ได้ทันที

ซึ่งพอเราโหลดมาแล้ว ก็เปิดโปรแกรมขึ้นมา โปรแกรมจะแสดงให้เราเห็นว่าปัจจุบันมี Projector ของ BenQ ต่ออยู่ในวง Wireless เดียวกันหรือไม่ พอเห็นแล้วก็กดเชื่อมต่อได้เลย ง่ายนิดเดียว ส่วนการใช้งานผ่าน Google Chrome คุณก็แค่เปิดหน้าเว็บที่ต้องการแคส แล้วกดที่เมนู เลือกคำสั่ง Cast แล้วเลือกตัวโปรเจกเตอร์ก็เอาภาพออกไปได้ทันที

แต่ถ้าคุณเป็นสาวก Apple ผมบอกเลยว่าง่ายกว่านั้นอีก เพราะ BenQ EW800ST รุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อผ่าน Apple AirPlay ได้ทันทีแค่อยู่ในวง Wireless เดียวกันเท่านั้นเอง จะใช้เครื่องแมคหรือ iPhone ก็กดยิง AirPlay ขึ้นจอได้ทันที สะดวกเว่อ!!

ความเจ๋งอีกอย่างของ BenQ EW800ST คือมันเป็นโปรเจคเตอร์แบบ Short Throw คุณวางเครื่องห่างจอแค่ 100 cm ก็ได้หน้าจอเกือบ 100 นิ้วแล้ว ซึ่งรุ่นนี้สามารถวางได้ในระยะประมาณ 70 cm ถึง 120 cm ซึ่งในระยะไกลที่สุดนี้จะได้หน้าจอใหญ่ประมาณ 120 นิ้วครับ ก็ใหญ่พอสำหรับห้องประชุมย่อม ๆ ที่ไม่มีระยะให้วางเครื่องห่างมาก โดยความสว่างสูงสุด 3,300 Lumens หรือจะเป็นหน่วยที่เราคุ้นเคยจากสเปกจอมือถือก็ 3,300 nit ก็สว่างพอที่จะใช้ในห้องเปิดไฟได้ แต่จะให้ชัดเจนที่สุดก็ต้องปิดไฟในห้องครับ

ดูความละเอียดของภาพกันหน่อยครับ ผมเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็เห็นเป็นพิกเซลอยู่บ้าง เพราะโปรเจกเตอร์รุ่นนี้มีความละเอียด WXGA หรือ 1280 x 800 พิกเซลนะครับ ก็ละเอียดพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในออฟฟิศแล้ว

ส่วนระบบการฉายนั้นใช้เทคโนโลยี DLP โดย Texas Instruments ที่พัฒนาจากรุ่นเดิม ทำให้การแสดงผลสีดีกว่ารุ่นเก่าถึง 2 เท่า เหมาะกับการฉายภาพงานเอกสาร ฉายแล้วภาพไม่แตก ไม่มีลายเส้นให้เห็น และมีระบบ Dust Guard ที่เป็นระบบกรองฝุ่นตัว Color Wheel ทำให้อายุการใช้งานดีขึ้น สปีดไม่ตก ไม่ทำให้สีจืดก่อนถึงอายุการใช้งาน โดยมีอายุการใช้งานสูงสุดอยู่ที่ 15,000 ชั่วโมงสำหรับ Lamp Save Mode ส่วนโหมด Normal อยู่ที่ 5,000 ชั่วโมง

และ BenQ EW800ST นั้นสามารถติดตั้งได้ทุกรูปแบบครับ จะตั้งโต๊ะแล้วยิงใส่ฉากจากด้านหน้าหรือด้านหลัง ส่วนใครจะเอาเครื่องไปแขวนผนังก็ทำได้ โดยยิงใส่ฉากได้ทั้งจากด้านหน้าและด้านหลังเหมือนกัน โดยเราสามารถเช็กวิธีการตั้งเครื่องได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ https://projectorcalculator.benq.com/ จากนั้นก็ใส่ชื่อรุ่น EW800ST ลงไป ระบบจะแสดงให้เห็นเลยว่าเราควรวางระยะไหน มุมไหน ถึงจะได้ภาพดีที่สุด!

ส่วนพอร์ตต่าง ๆ ด้านหลังเครื่องมีดังนี้ เริ่มตั้งแต่ทางซ้าย เป็นพอร์ต 3.5mm ที่มีทั้งแบบ IN และ Out ต่อมาเป็น Port สำหรับเชื่อมต่อรุ่นเก่าทั้ง Serial และ VGA ถัดมาเป็นพอร์ตที่เราคุ้นเคยอย่าง HDMI และน้องนาตาลี (พอร์ตแลน) แต่ไม่ได้ใช้เชื่อมต่อเน็ตนะ ใช้เป็นพอร์ตจัดการเครื่องร่วมกับพอร์ต Serial ถัดมาคือพอร์ต Mini-usb และสุดท้ายเป็นพอร์ต USB-A 2 ตัวสำหรับต่อเชื่อมอุปกรณ์เสริมอย่าง Mouse Keyboard หรือ Thumpdrive, External HDD เพื่อดึงเอางานมาแสดงผลบนหน้าจอ และพอร์ตลับด้านหลัง Logo BenQ ตรงนี้จะเป็นพอร์ต USB-A ที่จะใช้สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับ Wireless dongle ซึ่งแถมมาพร้อมเครื่องเลยนะ ไม่ต้องซื้อแยก

แค่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ก็คงดูธรรมดาไป แต่ BenQ EW800ST ตัวนี้สามารถทำงานในรูปแบบ Standalone ได้ เห้ย! เป็นไปได้ด้วยเหรอ? เป็นไปได้สิ ผมก็โชว์ให้ดูไปแล้ว

เพราะ BenQ EW800ST ตัวนี้มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 6 พร้อมหน่วยความจำในเครื่อง 16 GB และ Ram 2 GB ซึ่งมีความสามารถในการเรียกใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Firefox, WPS Office, Chrome, Facebook, Zoom, YouTube หรือแม้แต่ Netflix ก็สามารถดูได้ผ่าน BenQ EW800ST เหมือนกับเอาสมาร์ตโฟนมาต่อเป็นจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ยังไงยังงั้นเลย ซึ่งตัว Youtube เราก็แนะนำให้เปิดที่ความละเอียด 1080p ก็จะได้ภาพที่คมชัด ส่วน Netflix จะแสดงผลได้ในระดับ SD 480p เท่านั้น ด้วยข้อจำกัดของแอป ถ้าใครอยากเปิดชัดกว่านี้ต้องต่อสายจากคอมพิวเตอร์เข้ามา

โดยผู้ใช้สามารถ Login เข้าโปรเจคเตอร์เพื่อเข้าหน้าส่วนตัวได้ ซึ่งการเชื่อมต่อ Cloud Services ต่าง ๆ อย่าง Google Drive, Dropbox หรือ OneDrive จะถูกเรียกใช้งานแยกกันเลยของผู้ใช้แต่ละคน จะเรียกใช้ไฟล์ Word Excel PowerPoint อะไรก็เรียกออกมาได้ผ่าน Cloud Service นี่แหละครับ ไม่ต้องเสียบ Thumpdrive ให้เสี่ยงติด Malware หรือติด Ransomware อีกต่อไป!

ซึ่งเราสามารถเข้าหน้าเว็บ service-portal.benq.com เพื่อเข้าไปจัดการรายละเอียดผู้ใช้ต่าง ๆ ตั้งเวลาฉายเนื้อหาผ่านโปรเจกเตอร์อัตโนมัติ หรือจัดกลุ่มอุปกรณ์หลาย ๆ ตัวเพื่อจัดการได้ ผู้ดูแลระบบต้องชอบระบบนี้แน่ ๆ

ส่วนการใช้งานก็สามารถควบคุมได้ผ่านรีโมตที่แถมมานี้เลยครับ ซึ่งรีโมตนี้นอกจากจะควบคุมได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นตัวยิงเลเซอร์สำหรับชี้จุดเล็กเชอร์ได้อีกด้วย

จุดสังเกต

BenQ EW800ST ถึงแม้จะเป็นระบบ Projector ที่มาพร้อมกับ Android 6 เต็มรูปแบบแต่เราไม่สามารถอัปเกรดรุ่นของ Android เป็นรุ่นใหม่กว่านี้ได้เพราะระบบไม่รองรับครับ ซึ่งมีผลทำให้บริการต่าง ๆ ที่ต้องใช้ระบบ Google Account จะใช้งานได้ไม่สมบูรณ์ หรืออาจใช้ไม่ได้เลยครับ แต่ยังดู YouTube เล่น Netflix หรือเปิดเว็บได้ และเขายังมีการอัปเดต Patch รักษาความปลอดภัยให้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องห่วงครับ

อีกเรื่องคือคุณภาพเสียงที่ออกมาจากตัวเครื่องอาจจะไม่ถูกใจคนชอบดูหนังดูซีรีส์แบบจัดเต็มเท่าไรนัก เราคงต้องหาลำโพงแบบเสียบช่อง 3.5mm หรือลำโพงแบบเชื่อมต่อ Bluetooth มาใช้ครับ ไม่ถามรหัสผ่านเวลายิง AirPlay

รีวิวที่ดีต้องมี “ราคา”

BenQ วางราคา EW800ST เอาไว้ที่ 32,900 บาท ราคานี้ก็โปรเจกเตอร์แบบ Short Throw วาง 1 เมตร ได้จอใหญ่ 100 นิ้ว พร้อมระบบ Android ในตัว ไม่ต้องมีอุปกรณ์มาส่งภาพให้ ก็ขึ้นภาพเองได้ ส่งภาพจากอุปกรณ์อื่นๆ มาเปิดแบบไร้สายได้ ก็คุ้มอยู่นะครับ แต่ถ้าใครอยากได้รุ่นอื่น เขาก็มาพร้อมกับราคาเริ่มต้นที่ 19,900 บาท ซึ่งจะรองรับระบบต่าง ๆ ที่กล่าวไปก่อนหน้านี้เช่นกัน โดยจะต่างกันที่ระยะการวางเครื่องและความกว้างของขนาดภาพแสดงผลครับ

เรียกได้ว่า BenQ Projector ออกแบบมาเพื่อการทำงานยุคใหม่อย่างแท้จริง ทั้งหมดนี้หาซื้อได้แล้วตามร้านค้าออนไลน์ และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ เพราะแบไต๋คือสื่อเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ!!!

สนใจสั่งซื้อได้ที่

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส