รีวิว Oculus Quest 2 แว่น VR ไร้สาย ไม่ต่อคอม!

หากคุณกำลังมองหาแว่น VR เอาไว้เล่นเกม แบบที่ไม่ต้องติดตั้งเซนเซอร์ตามมุมห้องให้ลำบาก ไม่ต้องต่อสายกับคอมพิวเตอร์ให้ยุ่งยาก คุณกำลังมองหาสิ่งนี้ Oculus Quest 2! ที่สามารถใช้งานได้โดยที่ไม่ต้องต่อคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด เพราะมันประมวลผลในตัวของมันเอง จบในแว่นตัวเดียว ในอันเพียงแค่นี้ เบามาก ๆ

สเปก Oculus Quest 2

  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon XR2 SoC
  • แรม 6GB
  • ความจุ 64GB / 256GB
  • จอความละเอียด 1832×1920 ต่อข้างตา
  • รีเฟรชเรตจอ 72Hz (ล่าสุดอัปเดตให้ใช้ 90Hz ได้แล้ว แต่ยังไม่มีเกมรองรับ)
  • แบตเตอรีใช้ได้ยาวนาน 2-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่ใช้งาน
  • รองรับระบบ tracking 6 ทิศทาง รวมถึงระบบ Hand Tracking ด้วย
  • วิธีใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก หยิบมือถือของคุณขึ้นมาแล้วโหลดแอป “Oculus” ที่มีทั้งบน iOS และ Android

จากนั้นเราจะตั้งค่าให้ตัวแว่นเชื่อมต่อกับตัวมือถือให้เสร็จสรรพ เพียงเท่านี้เราก็พร้อมเข้าสู่โลกแห่ง VR กันแล้ว ภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังแกะกล่อง

โดยเรายังสามารถควบคุมการตั้งค่าต่าง ๆ ของตัวแว่น ดูสถานะแบตเตอรี รวมไปถึงการซื้อแอป และเกม ก็ทำได้โดยผ่านตัวแอปในมือถือได้เลย สะดวกฝุด ๆ นอกจากนี้เรายังโชว์ให้เพื่อนดูภาพขณะที่เราเล่นผ่านตัวแอปได้ด้วยผ่านฟังก์ชัน Casting ในตัวแอป ซึ่งจะเปิดผ่านจอใหญ่ ๆ บนทีวีที่มี Chromecast หรือเข้าผ่านหน้าเว็บไซต์ของ Oculus บนเบราว์เซอร์ก็ได้

จุดเด่น

เรามารีวิวในส่วนจุดเด่นของแว่นตัวนี้กันก่อน นั่นคือจอแสดงผลของมัน ที่อาจจะทำให้ใครหลายคนตัดสินใจอัปเกรดมาใช้ หากกำลังใช้ Quest ตัวแรกอยู่ เพราะมีการอัปเกรดความละเอียดให้สูงขึ้นมาเกือบถึง 4K

จอแสดงผล ณ ตอนนี้สามารถแสดงผลรีเฟรชเรตได้สูงสุดที่ 90Hz ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเกมที่เล่นด้วยว่ารองรับหรือไม่ Oculus Quest 2 มีไส้ในเป็นชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon XR2 เป็นชิปประมวลผลที่เกิดมาเพื่อแว่น VR โดยเฉพาะ

จากเท่าที่ทดสอบมา ยังไม่เคยเจออาการค้าง กระตุกใด ๆ จากการใช้งานเลย แถมยังดันภาพความละเอียดสูงได้อีก แรงจริง ๆ ตัวแว่นเองยังมีลำโพง และไมค์สนทนาติดมาในตัวด้วย ลำโพงให้เสียงที่ค่อนข้างดัง และชัดเจนดี ซึ่งหากไม่ซีเรียสอะไรก็ถือว่าเป็นคุณภาพที่ดีเพียงพอแล้วที่จะเล่นเกม แต่หากคุณเป็นพวกหูเทพ ก็นำหูฟังไร้สาย bluetooth หรือหูฟังมีสาย 3.5mm มาต่อได้

ในเรื่องของแบตเตอรีตัวแว่นสามารถเล่นได้ราว ๆ 2 – 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเกม หรือแอปที่เล่น ซึ่งถือว่าเยอะพอแล้วสำหรับการเสพเนื้อหาต่าง ๆ จากโลกของ VR

ตัวแว่นจะใช้พอร์ต USB C ในการชาร์จ และใช้เวลาประมาณ 2 ชั่งโมงครั้งเพื่อชาร์จให้เต็ม คอนโทรเลอร์ของ Oculus นั้นมีชื่อว่า Oculus Touch 2 ซึ่งก็เป็นรุ่นต่อยอดมาจากรุ่นแรกนั่นแหละ

เรียกได้ว่าเป็นคอนโทรเลอร์ที่เจ๋งมาก ๆ ในเรตราคานี้ หากใครเคยใช้ ของ Oculus ตัวอื่นมากก่อนเช่น Oculus Rift ก็แทบจะถอดกันมาเลย แมปปิงการวางปุ่มก็คล้ายกัน มีปุ่ม action X, Y,A, B ปุ่ม Trigger และปุ่ม Grab แต่ Oculus Touch 2 จะค่อนข้างสั้นกว่ารุ่นอื่น ๆ หน่อย ตัวคอนโทรลเลอร์สามารถ Tracking การเคลื่อนไหวได้แม่นยำมาก ๆ แม้จะมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อย่างการเล่นเกม Beat Saber ก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด

ที่มีชื่อว่า Oculus Touch ก็เพราะว่าปุ่มของมันแต่ละปุ่มมีระบบ อยู่จริง ๆ เป็นตัวช่วยให้เราเห็นขณะอยู่ในโลกของ VR ว่านิ้วของเรากำลังอยู่เหนือปุ่มไหน เพราะจะมีการตอบสนองต่อภาพของมือเราที่ถือคอนโทรเลอร์ด้วย หรือเกมใด ๆ ที่รองรับ ก็จะแสดงผลนิ้วตามการขยับของนิ้วเราด้วย

โดยตัวคอนโทรเลอร์จะอาศัยแบตเตอรีขนาด AA ข้างละหนึ่งก้อน ซึ่งหนึ่งก้อนสามารถใช้งานได้ยาวนานมากเป็นเดือนเลย ฟีเจอร์ Passthrough ฟีเจอร์ที่ตัวแว่นจะใช้กล้อง Infared ที่ฝังอยู่ในด้านหน้าของตัวแว่น ฉายภาพขาว-ดำให้เราเห็นภาพด้านนอกโดยรอบ โดยที่ไม่ต้องถอดแว่นออกมา ซึ่งเราสามารถเปิดใช้ทางลัดในการเปิดโหมดนี้ได้ โดยการเคาะที่ด้านข้างของแว่น ซ้าย หรือขวาสองครั้งเพื่อเปิดโหมด ทำให้เรามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ภายนอกได้แบบทันที

ฟีเจอร์ต่อมาคือ ที่เห็นกันในแว่น VR หลาย ๆ ตัว ซึ่งเป็นการสร้างพื้นที่เสมือนจากโลกความเป็นจริง ที่จะช่วยให้เราคงอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่ต้องการได้แม้จะอยู่ในโลกของ VR โดยหากเราเดินออกจากขอบ หรือมีส่วนใดของร่างกายไปแตะตรงผนังของ Guardian ก็จะมีการแจ้งเตือนในรูปแบบของกำแพงล่องหนคอยเตือนเรา และเมื่อเราเดินออกไปนอกพื้นที่ หรือชะเง้อหน้าออกไป เราก็จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกทันที หรือออกจากโลกของ VR ทันที

ฟีเจอร์ Hand Tracking เป็นระบบที่จะช่วยให้เราใช้มือเปล่า ๆ ในการควบคุม และเล่นเกมบางเกมได้อีกด้วย!

แต่น่าเสียดายที่ยังมีเกมที่รองรับระบบ Hand Tracking น้อยมาก ๆ เพราะข้อจำกัดในการ track ที่จะตามเฉพาะตอนมือของเราอยู่หน้ากล้องเท่านั้น

ฟีเจอร์สุดท้าย อันนี้เป็นไม้ตายเด็ดของ Oculus เพราะมันสามารถเล่นเกม PC ที่รองรับการแสดงผล VR ได้! ผ่านฟีเจอร์ Oculus Link

แต่! เราจะต้องซื้อสาย Oculus Link เพิ่มเติม ที่เป็นสาย USB-C ความเร็วสูงเท่านั้นมาใช้นะครับ ขายแยก ในราคา 2,400 บาท ซึ่งปัจจุบันก็มีสายแบบ third party ขายในราคาไม่กี่ร้อยบาทเช่นกัน

รีวิวที่ดี ต้องมีราคา

Oculus Quest 2 นี้ไม่ได้วางจำหน่ายในประเทศไทย เราแบไต๋หิ้วกับร้านค้าเข้ามา โดยวางจำหน่ายด้วยกัน 2 รุ่น คือรุ่น 64GB ราคา 299 เหรียญฯ หรือราว 9,000 บาท และรุ่น 256GB หรือราว ๆ 12,000 บาท
ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้ว 64GB นั้นเพียงพอมากสำหรับนำมารับชมเนื้อหาแบบ VR ยิ่งทั้่งมีฟีเจอร์ Oculus Link ไว้ต่อเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์แล้วด้วย แต่ถ้าใครอยากจัดหนักลงเกมเยอะ ๆ ก็โดดไปเอา 256GB ได้เลย!