รีวิว OPPO Reno5 5G : OPPO Reno5 สมาร์ตโฟนถ่ายวิดีโอ Portrait สวย ราคาดี มาแรงต้นปี

OPPO จัดเต็มอีกแล้ว กับ OPPO Reno5 Series 5G มือถือระดับกลาง ราคาหมื่นต้นรุ่นล่าสุดของปี 2021 ที่บอกเลยว่ากล้องดี เครื่องสวยคุ้มราคา

ดีไซน์

เริ่มต้นจากตัวพี่ก่อน OPPO Reno5 5G ฝาหลังเป็นสีเงิน Galactic Silver สีเด่นของซีรีส์นี้เลย ด้วยการสะท้อนเฉดสีรอบตัวมาแสดงบนฝาหลังของตัวเครื่อง จะเป็นสีเขียว สีเหลือง สีฟ้า และอื่น ๆ แล้วแต่สีรอบตัวเลย แถมมาพร้อมผิวสัมผัสแบบด้าน ทำให้รอยนิ้วมือไม่ติดง่าย ๆ

ส่วน OPPO Reno5 รุ่นน้องก็สีเงินแบบนี้ในชื่อ Fantasy Silver ผิวอาจมีความละเอียดน้อยกว่ารุ่นพี่หน่อย แต่ก็เป็นสีเงินสะท้อนเฉดสีรอบตัวเหมือนกัน และทำด้วยกระบวนการเคลื่อบสี Diamond Spectrum ที่เคลือบหลายชั้นให้ได้ประกายสวยงามแบบเดียวกันครับ และสีที่ทั้ง 2 รุ่นมีเหมือนกันคือสีดำ Starry Black แบบนี้ที่ให้ความเรียบหรู ดูเท่ ๆ ผิวสัมผัสเป็นแบบมันด้วย

กล้อง

OPPO กล้องหลังของทั้ง OPPO reno5 และ reno5 5G นั้นจัดมาเหมือนกัน

  • ตัวบนสุดนี้คือเลนส์หลัก 64 ล้านพิกเซล f/1.7
  • ตัวถัดมาคือเลนส์มุมกว้าง 119 องศา 8 ล้านพิกเซล f/2.2
  • ส่วนตัวล่างสุดคือเลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล f/2.4
  • สุดท้ายเลนส์ตัวเล็ก ๆ นี้คือเลนส์ Mono สำหรับสนับสนุนการถ่าย มาดูกันว่ามือถือที่บอกว่า Picture Life Together ที่ให้เราเก็บบันทึกเรื่องราวไปพร้อมกับคนรอบข้าง จะให้คุณภาพวิดีโอและภาพนิ่งได้ดีขนาดไหน

วิดีโอ Portrait หน้าชัดหลังเบลอจาก Reno5 5G เป็นการใช้ AI มาทำให้วิดีโอเบลอฉากหลังได้ดูเนียนตาแบบนี้ ก็ให้คุณภาพวิดีโอได้สวยงาม

โหมด Dual-View Video ถ่ายวิดีโอจากกล้องหลังและกล้องหน้าพร้อม ๆ กันได้เลยสามารถซูมวิดีโอของกล้องหลังไปมาได้ด้วยนะ เหมาะมากสำหรับการถ่าย Vlog คนเดียว ให้เห็นหน้าเราไปพร้อม ๆ กับของตรงหน้า หรือจะใช้ถ่ายวิดีโอสนุก ๆ พูดคุยโต้ตอบกับเพื่อนแบบเห็น 2 คนพร้อมกันก็ได้ ซึ่งสามารถปรับ Template ได้หลายแบบด้วย จะให้หน้าเราอยู่ในวงกลมเล็ก ๆ ก็ได้ แต่ต้องเลือกรูปแบบให้เสร็จก่อนเริ่มถ่ายนะครับ ถ้าถ่ายไปแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบระหว่างถ่ายได้

ความสามารถพิเศษของ OPPO Reno5 คือ AI Mixed Portrait เราสามารถถ่ายภาพบรรยากาศแบบนี้ แล้วถ่ายภาพตัวเราตาม เพื่อเอาไปซ้อนในโหมด Silhouette ที่เป็นแค่เงาของเราแบบนี้ หรือจะโหมด Blend ที่ซ้อนเราเข้าไปในฉากเลยก็ได้ เก๋ดี นอกจากนี้ Reno5 ยังสามารถถ่ายวิดีโอแบบดูดสีให้ฉากหลังเป็นขาว-ดำได้อีกด้วย ก็น่าแปลกใจที่ Reno5 5G กลับไม่มีความสามารถ 2 อย่างนี้ครับ

ความสามารถด้านวิดีโอใหม่ของ OPPO Reno5 ทั้ง 2 รุ่นคือ AI Highlight Video ซึ่ง OPPO เคลมว่าเป็นฟีเจอร์แรกในกล้องมือถือที่ใช้ AI ตรวจวัดและปรับสภาพแสงอัตโนมัติเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่แค่เปิดฟังก์ชันนี้ กล้องก็จะวิเคราะห์ลักษณะภาพตรงหน้า แล้วเปิดใช้การประมวลผลวิดีโอพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งคือ

Ultra Night Video สำหรับวิดีโอที่ถ่ายกลางคืน เพื่อทำให้ภาพสว่างขึ้น โดยที่ยังมีรายละเอียดในภาพอยู่ หรือ Live HDR สำหรับวิดีโอที่มีความแตกต่างของแสงในภาพเยอะ ๆ เช่นเก็บรายละเอียดบนท้องฟ้าพร้อมเก็บรายละเอียดของฉากหน้า แต่วิดีโอที่ออกมาจะไม่ใช่รูปแบบ HDR10 หรือ Dolby Vision เป็นวิดีโอ SDR ปกติที่ให้รายละเอียดครบ ๆ พร้อมแชร์ต่อได้ง่าย ๆ

นอกจากนี้ยังมีโหมด Ultra Steady 3.0 ที่เปิดแล้วจะป้องกันการสั่นไหวของวิดีโออีกขั้น โดยการครอปวิดีโอจากเลนส์หลักเข้าไปเพื่อลดการสั่นไหว หรือถ้าใครต้องการการป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอขั้นสุด ก็สามารถเปิด Ultra Steady Pro ที่ใช้เลนส์มุมกว้างมากมาถ่ายวิดีโอให้นิ่มสุด ๆ ได้

แต่วิดีโอที่ใช้ฟีเจอร์พิเศษทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าชัดหลังเบลอ, Dual-View Video, AI Highlight Video หรือ Ultra Steady 3.0 จะได้ความละเอียดสูงสุด Full HD เท่านั้นนะครับ ถ่าย 4K เหมือนโหมดปกติไม่ได้ และถ่ายด้วยมุมกว้างมากไม่ได้ด้วย

การถ่ายภาพนิ่ง OPPO reno5 และ reno5 5G โดยรวมก็เป็นกล้องที่ใช้ง่ายตามสไตล์ของออปโป้ครับ คือแค่เปิดโหมด AI Scene Enhancement และ HDR ให้เป็น Auto ไว้ แล้วก็ถ่ายได้เลย ถ่ายวิว ถ่ายอาหาร ถ่ายดอกไม้ กล้องก็จะตรวจจับวัตถุและปรับแต่งภาพให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ แล้วก็ได้ภาพที่สวยเลย

การถ่ายภาพโหมด Portrait ด้วยกล้องหลังนั้นทำได้ดีมาก สามารถตัดขอบบุคคลรวมถึงวัตถุในมือได้อย่างสวยงาม การเบลอฉากหลังก็ทำได้สวยงาม สีผิวคนก็ออกมาดูสุขภาพดี การถ่ายบุคคลในสภาพแสงน้อยก็สามารถเลือกเอฟเฟกต์ Neon Portrait เพื่อให้แสงไฟในฉากหลังเบลอกลมสวย มีสีสันสดใสกว่าเดิมด้วย

การถ่ายภาพกลางคืนก็มี Night Mode ช่วยให้ถ่ายกลางคืนได้สว่างสวยงามดี แต่เราก็แนะนำให้ใช้เลนส์หลักถ่ายกลางคืนเท่านั้นนะ เพราะเลนส์มุมกว้างจะถ่ายภาพได้มืดกว่าเลนส์หลักพอสมควรเลย

แต่การถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้างมากก็ให้ภาพที่กว้างขวางสะใจดี ซึ่งก็ยังเก็บรายละเอียดภาพได้เป็นอย่างดี เก็บรายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างได้ดี ส่วนการซูมภาพก็ยังสามารถเก็บรายละเอียดได้ดีที่การซูม 2 เท่าแม้ไม่มีเลนส์ซูมโดยเฉพาะเข้ามาช่วยครับ ส่วนการซูมที่ระดับ 5 เท่าก็จะเริ่มเห็นริ้วรอยในภาพมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นคุณภาพภาพที่ใช้งานได้อยู่ดี

เพียงแต่ว่าการถ่ายภาพระยะใกล้ 4 cm ด้วยเลนส์มาโคร 2 ล้านพิกเซลนั้นให้คุณภาพภาพที่แตกต่างจากเลนส์หลักอย่างเห็นได้ชัดครับ เราจึงไม่แนะนำให้ถ่ายโหมดมาโครเท่าไหร่ครับ ถ้าอยากได้ภาพถ่ายระยะใกล้เราแนะนำให้ใช้เลนส์หลักถ่ายแล้วครอปเอาดีกว่าครับ

OPPO ยังมีแอปตัวหนึ่งที่มาพร้อมเครื่องคือ SOLOOP ซึ่งสามารถเอาวิดีโอที่ถ่ายเสร็จแล้วในเครื่องมาตัดต่ออย่างรวดเร็วด้วย Template สวย ๆ ที่โหลดมาใช้ได้ฟรี หรือจะเลือก Template ก่อนถ่ายแล้วถ่ายไปตามรูปแบบนั้น ๆ เลยก็ได้ คือนอกจากจะถ่ายวิดีโอได้สวยแล้วยังจบเร็ว แชร์ขึ้นโซเซียลได้สวยงามรวดเร็วอีกด้วย

ส่วนกล้องหน้านั้น OPPO Reno5 จะมีกล้องหน้าความละเอียด 44 ล้านพิกเซล f/2.4 ส่วน OPPO Reno5 5G จะมีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/2.4 นะครับ ไม่ใช่กล้องหน้าตัวเดียวกัน

ภาพ Selfie จากกล้องหน้าของ OPPO Reno5 5G นั้นก็ออกมาเต็มความละเอียดที่ 32 ล้านพิกเซล ซึ่งก็ให้รายละเอียดในภาพได้ดีเลย ส่วนการเปิดใช้โหมด Portrait จะทำให้ฉากหลังเบลอได้สวยงามดี มีการปรับแต่งใบหน้าให้ดูดีขึ้นด้วย ซึ่งสามารถเลือกระดับการปรับแต่งให้เหมาะกับความชอบของตัวเองได้ เพียงแต่ว่าการใช้โหมด Portrait จะไม่สามารถเปิด HDR ไปพร้อมกันได้ ทำให้รายละเอียดของส่วนสว่างหายไปด้วยเช่นกัน

การถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้า เอาเสียงจาก Reno5 มาใช้ด้วย ก็สามารถทำหน้าชัดหลังเบลอ และเปิด AI Highlight Video ได้เหมือนการถ่ายวิดีโอจากกล้องหลัง

หน้าจอ

มาถึงหน้าจอ อย่างที่บอกไปว่าขนาดเครื่องทั้ง OPPO Reno5 และ Reno5 5G นั้นเท่ากัน ขนาดจอก็เลยเท่ากันด้วยครับ เป็นหน้าจอ AMOLED 6.43 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ ที่มี Refresh Rate 90 Hz ซึ่งจอที่ Refresh Rate สูงกว่า 60 Hz ก็เป็นมาตรฐานของมือถือปี 2021 แล้วครับ รุ่นราคาเกินหมื่นก็ควรจะใส่มาได้แล้ว ลองเลื่อนหน้าเว็บหรือหน้าเฟซบุ๊ก ก็รู้สึกไหลลื่นและให้สีสันสดใสสวยงามครับ

ส่วนคุณภาพการเล่นวิดีโอ ก็สามารถเล่นวิดีโอ Full HD แบบ HDR จาก Youtube ได้เป็นอย่างดีครับ ส่วน Netflix ก็เล่นได้เต็มความละเอียด Full HD แต่ไม่รองรับ HDR บน Netflix นะครับ ซึ่งดูคุณภาพภาพวิดีโอที่ได้จากจอนี้ถือว่าโอเคเลย สีสันสดใส อิ่มแน่นดีมาก

นอกจากนี้ที่หน้าจอก็จะมีเซนเซอร์อ่านลายนิ้วมือแบบอยู่บนหน้าจอด้วย ซึ่งก็สามารถปลดล็อกเครื่องได้รวดเร็ว และเหมาะกับการใช้งานในยุคที่เราต้องใส่หน้ากากออกหน้าบ้าน จนสแกนหน้าเพื่อปลดล็อกเครื่องได้ยากครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อ

เริ่มตั้งแต่ช่อง 3.5 mm ที่ไม่ได้ตัดทิ้ง และยังแถมหูฟังแบบ 3.5 mm มาให้ในกล่องด้วย

พอร์ตชาร์จของเครื่องก็เป็น USB-C พร้อมหัวชาร์จ SuperVOOC 2.0 65 W ทั้งคู่ ซึ่ง OPPO reno5 5G จะชาร์จด้วยกำลังสูงสุด 65 W ได้ ทำให้แบตเตอรี่จาก 0-100 เต็มได้ใน 35 นาที ส่วน OPPO reno5 แม้จะใช้หัวชาร์จ 65 Watt เหมือนกัน แต่ตัวเครื่องรองรับกำลังไฟสูงสุด 50W Flash Charge เท่านั้นครับ ทำให้ใช้เวลาชาร์จนานกว่าคือชาร์จ 0-100% ได้ในเวลา 48 นาที แต่สรุปสั้น ๆ คือ OPPO Reno5 ชาร์จไม่ถึงชั่วโมง แบต 4300 mAh ก็เต็ม และใช้งานได้ทั้งวันสบาย ๆ ไม่ต้องกลัวหมดระหว่างวัน กลางคืนไม่ต้องชาร์จก็ได้ มาชาร์จตอนเช้าก่อนออกไปข้างนอกก็ทัน

สุดท้ายคือลำโพง มีอยู่จุดเดียวด้านล่างนี้ครับ ไม่ใช่ลำโพงสเตอริโอ แต่ก็เป็นลำโพงที่ดังมาก เปิดสุดนี่ได้ยินทั้งห้องได้สบาย ๆ เสียงก็โอเคสำหรับลำโพงมือถือ คือไม่บาดหูครับ

ประสิทธิภาพ

มาถึงเรื่องประสิทธิภาพเครื่องกันบ้าง ทั้ง 2 เครื่องนี้จะมี แรม 8 GB และหน่วยความจำ 128 GB ทั้งคู่นะครับ แต่ Reno5 5G นั้นจะใส่ MicroSD เพิ่มไม่ได้ ส่วน Reno5 สามารถใส่เพิ่มได้อีก 256 GB และ OPPO Reno5 ใช้หน่วยประมวลผลเป็น Snapdragon 720G ซึ่งได้คะแนน Geekbench 5 แบบ Multi-core ไปที่ 1694 คะแนน และคะแนน 3Dmark ชุดทดสอบ Wild Life Stress Test ไปได้ที่ 1040 คะแนนแบบนิ่ง ๆ

ส่วน OPPO Reno5 5G ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G ซึ่งรองรับการใช้งานคลื่น 5G เรียบร้อย โดยได้คะแนนทดสอบ Geekbench 5 แบบ Multi-Core ไปที่ 1795 คะแนน สูงกว่า Reno5 อยู่นิดหน่อยราว 100 คะแนน แต่ได้คะแนน 3Dmark Wild Life Stress Test ไปราว 1670 คะแนนแบบนิ่งๆ ซึ่งก็หมายความว่า Reno5 5G มีประสิทธิภาพด้านกราฟิกสูงกว่า Reno5 เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว

แต่การทดสอบด้วยเกม Genshin Impact บน Reno5 5G เมื่อเปิดกราฟิกระดับสูงสุด พร้อมเปิด 60 fps จะมีอาการกระตุกอยู่บ้างในช่วงที่หมุน ๆ ฉากเร็ว ๆ ครับ

รีวิวที่ดีต้องมีราคา

OPPO Reno5 ทั้ง 2 รุ่นถือเป็นสมาร์ตโฟนที่เปิดตัวมาคุ้มค่ามาก ๆ

  • OPPO Reno5 เปิดตัวที่ราคา 10,990 บาท
  • OPPO Reno5 5G ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับ 5G ก็เปิดตัวที่ราคา 13,990 บาท

ใครอยากได้เครื่องจอสวย กล้องหลังดี มีลูกเล่นเยอะ ใส่ MicroSD ได้ก็จัด Reno5 ได้เลย ส่วนใครที่ต้องการใช้ 5G ก็บวกเพิ่มอีก 3000 ได้ Reno5 5G ที่ทำงานเร็วขึ้นพร้อมรองรับ 5G

Pre-Order ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 กุมภาพันธ์ รับของแถมเพียบด้วยนะ อย่างของ OPPO Reno5 จะได้เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะพร้อมบัตร E-VIP Card ส่วน Reno5 5G จะได้ทั้งเครื่องชั่งน้ำหนักและส่วนลำโพง Bluetooth พร้อม E-VIP Card ด้วย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส