วันนี้นัทจะมา #beartai ให้ดูว่า ASUS ZenBook Pro Duo 15 OLED UX582 โน้ตบุ๊ก 2 หน้าจอ สเปกเกมมิง มันดียังไง คุ้มค่าไหม มีข้อสังเกตอะไร แล้วเหมาะกับใครบ้าง เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังครับ!

ขอเกริ่นก่อนว่าตัวนี้ เป็นรุ่นต่อยอดมาจาก ZenBook Pro Duo (UX581) ที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อน ครั้งนี้! มีการอัปเดตที่หน้าจอ ScreenPad Plus ให้ล้ำขึ้น เมื่อเราเปิดหน้าจอขึ้นมา ก็จะมีกลไกยกจอขึ้นทำมุม 9.5 องศากับตัวเครื่อง แบบนี้ มันช่วยลดแสงสะท้อน ทำให้มองง่ายขึ้น แถมยังมีเทคโนโลยี AAS Plus (Active Aerodynamic System) ช่วยให้ระบายความร้อนดีขึ้นประมาณ 36% กว่ารุ่นก่อน

หน้าจอ

จอหลัก OLED ขนาด 15.6 นิ้ว พร้อมความละเอียด 4K ภาพนี่คมกริบ แถมยังแสดงสีได้สมจริงระดับ DCI-P3 100% ที่รับรองโดย Pantone ถ้าเทียบกับ sRGB ก็จะได้อยู่ที่ 133% ซึ่งจอทั่วไปจะอยู่แค่ 100% ขอบเขตการแสดงสีของ DCI-P3 จึงกว้างกว่าครับ และปกติเขาค่านี้ใช้ในวงการสร้างหนังในอเมริกาด้วยนะ ถ้าเอาไปใช้กับงานระดับมืออาชีพนี่วางใจได้เลยครับ

แต่ถ้าจะเอาไปดูหนังก็ฟินไปอีกแบบนะครับ เพราะมี VESA DisplayHDR True Black 500 ที่แสดงสีดำได้ดำสนิท หรือถ้าต้องอยู่หน้าจอนาน ๆ ก็มีการรับรองจาก TÜV Rheinland ว่าช่วยตัดแสงสีฟ้า ถนอมสายตา

ต่อมาคือ ScreenPad Plus เวอร์ชันอัปเกรดทั้งด้านการออกแบบภายนอก และซอฟต์แวร์จัดการภายในครับ อย่าง ScreenXpert 2.0 ช่วยเรื่องการใช้งานให้ง่ายขึ้น ตัวสเปกจอก็เป็นแบบ LCD IPS ความละเอียด 4K ขนาด 14 นิ้ว แสดงสี sRGB ได้ 100% แม้จะไม่มากเท่าจอหลัก แต่ก็เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปครับ

ถามว่าจอนี้เขาใส่มาให้ทำไม ก็ต้องบอกว่าทาง ASUS เขาเน้นเรื่อง Productivity ที่ส่งเสริมให้เราใช้งานโน้ตบุ๊กได้เต็มประสิทธิภาพครับ ผมเล่าให้ฟัง ปกติผมทำงานหลายโปรแกรมครับ เวลาแชทเด้งก็ต้องสลับไปดู สลับไปสลับมายุ่งยาก ปวดหัวใช่ไหมล่ะครับ แต่อันนี้ไม่ต้องครับ เราเลื่อนแชทไปไว้ที่จอล่างได้ด้วยปุ่มนี้ แล้วเวลามีแชตเข้ามาก็แค่เหลือบตาไปมองได้ ถ้าจะตอบ ก็ทัชจอแล้วพิมพ์ตอบได้เลยครับ จอหลักก็ทัชได้นะ

แล้วเรายังสลับหน้าต่างบนล่างแบบง่าย ๆ ด้วยการจิ้มแถบหน้าต่างค้างไว้แล้วลากใส่ลูกศรลงครับ หรือจะกดปุ่มสลับบนคีย์บอร์ดก็เป็นอีกทางเลือกครับ แต่ถ้าอยากดูแบบเต็มตาทั้งจอบนจอล่างก็ลากใส่ Viewmax ได้นะครับ

แต่ถ้าหน้าต่างไหนเปิดบ่อย ๆ ก็มี Task Group บันทึกไว้ได้นะครับ เช่นผม จะเปิดหน้าเบราว์เซอร์ไว้ด้านบน ส่วนด้านล่างจะเปิด LINE ไว้พร้อมกับ Spotify โดยทั้งสองจอเราจะแบ่งได้ทั้งหมด 7 หน้าจอ และบันทึกไว้ได้ 4 รูปแบบ ซึ่งจะเอาไว้ทำงานกลุ่มหนึ่ง หรือเอาไว้พักผ่อนกลุ่มสองก็ดีครับ

นอกจากนี้ ASUS ก็ยังไปร่วมกับ Adobe พัฒนาฟีเจอร์ Control Panal ขึ้นมาให้สายโปรดักชันใช้ด้วยนะ สามารถเปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นแผงควบคุม กับ Adobe อย่าง Photoshop, Lightroom Classic, After Effect และ Premiere Pro เปิดปุ๊บก็จะรันขึ้นมาให้แบบนี้ เราก็กดปรับ ๆ ได้เลย แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ถนัดก็ปรับแต่งให้ออกมาเป็นสไตล์ของแต่ละคนได้

อีกจุดที่น่าสนใจคือ หน้าจอทั้งสองรองรับการวาดและเขียนด้วยปากกา ASUS Pen ที่เขาแถมมาให้ได้ด้วยนะ ตามสเปกแล้วสามารถลงน้ำหนัก หนัก-เบาได้ 4096 ระดับ ทำให้ลายเส้นที่ออกมาเหมือนกับการเขียนจริง ๆ

โดยสรุปเรื่องหน้าจอถือว่าใช้งานได้สะดวกสบาย พร้อมกับสเปกที่ใช้ได้ในระดับมืออาชีพ เช่น ผู้กำกับ ช่างตัดต่อ ช่างภาพ ยูทูบเบอร์ รวมถึง กราฟิกดีไซน์

ดีไซน์

มาดูรอบ ๆ กันบ้าง ด้านบนจะมีกล้องเว็บแคม 720p พร้อมระบบ IR ปลดล็อกด้วยใบหน้า ส่วนด้านข้างทั้งสองก็เป็นไมโครโฟนครับ คุณภาพจากกล้องและเสียงก็เป็นอย่างที่คุณผู้ชมกำลังเห็นและได้ยินเลยครับ ส่วนคุณภาพเสียงลำโพงผมลองฟังเพลงดูแล้ว ถือว่าโอเคเลยนะครับ เพราะผ่านคุณภาพจาก harman / kardon ครับ

สลับมาพูดถึงคีย์บอร์ดกันบ้าง ปกติแล้วตำแหน่งคีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กทั่วไปจะอยู่ตรงกลาง ๆ เครื่อง แต่ ASUS ZenBook Pro Duo 15 OLED รุ่นนี้จะอยู่ด้านล่างของตัวเครื่องครับ ใช้แรก ๆ ต้องปรับตัวหน่อย แต่ก็ยังแถมที่รองมือมาให้นะครับ ช่วยให้พิมพ์ได้สบายขึ้นครับ ส่วนสัมผัสของปุ่มกดก็แน่น-เด้งนิ้วดี ต่อมาเป็นทัชแพดพร้อม NumPad ในตัว กดค้างไว้เพื่อเรียกออกมา

รุ่นนี้ยังมีดีไซน์ที่หรูหราตามสไตล์ Zen ตัวเครื่องมีสีเดียวคือ สีน้ำเงินเข้ม Celestial Blue ฝาหลังมีการขัดลายวงกลม ที่เสริมให้โลโก้ดูเด่นขึ้น วัสดุก็ทำจาก แมกนีเซียม อลูมิเนียม อัลลอย ที่แข็งแรง แต่แอบติดรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย ส่วนขอบเครื่องก็มีการตัดขอบเงา ๆ

ด้านการพกพาตัว เครื่องก็มีน้ำหนักอยู่ที่ 2.48 กิโลกรัม พอรวมอะแดปเตอร์กับปากกาแล้วน้ำหนักอยู่ที่ 3.17 กิโลกรัม รวมปากกาอยู่ที่ 3.19 กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักมากเท่าไรกับโน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอแบบนี้ เราพกใส่กระเป๋าที่เขาแถมมาให้ได้เลย

ด้านพอร์ตเชื่อมต่อที่ให้มาก็มี HDMI 2.1 เวอร์ชั่นใหม่ที่ต่อจอแยกได้ถึง 8K, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม, USB-A 3.2 1 ช่อง และสุดท้าย Thunderbolt 3 จำนวนสองพอร์ต ใครมีจอแยกก็เอามาต่อแบบ 4K ได้ 2 จอนะครับ โดยรวมพอร์ตถือว่าให้มาพอใช้งานทั่วไปครับ แต่ถ้าใครจะเอาเมมมาเสียบอันนี้ต้องหา Card reader มาใช้ครับ

สเปก

มาพูดถึงเรื่องสเปกและประสิทธิภาพกันบ้างครับ ASUS ZenBook Pro Duo 15 OLED ใช้ซีพียูรหัส H หรือ Hi-performance ตัวแรงที่ออกแบบมาสำหรับงานหนัก ๆ จะตัดต่อ แต่งรูป หรือเล่นเกม ก็ทำงานได้เร็วและสมูธ ซึ่งปกติพวกรหัส H มักจะอยู่ในเครื่องโน้ตบุ้ก gaming แต่นี่ Asus เขาเอามาอยู่ใน Laptop Zenbook เอาใจสายใช้งานหนักๆเลยทีเดียว เชื่อมต่อได้เร็วหายห่วงกับ Wifi 6 (Gig+) Intel Core i7-10870H พร้อมกับการ์ดจอแยกที่แรงไม่แพ้ กัน อย่าง NVIDIA® GeForce® RTX 3070 8GB GDDR6

ส่วนแรมก็ให้มาเป็น 32GB เปิดโปรแกรมเยอะ ๆ ทิ้งไว้ก็ไม่เป็นปัญหา ส่วนความจุ SSD เป็นแบบ NVMe M.2 PCIe® 3.0 ขนาด 1TB

ด้านประสิทธิภาพเราก็ทดสอบซีพียูด้วย Geekbench 5 ผลคะแนนแบบ Single Core อยู่ที่ 1202 และ Multi-Core อยู่ที่ 7100 คะแนน ส่วนการ์ดจอก็เทสผ่าน 3DMark Time Spy Extreme 4K ได้คะแนนไป 4368 คะแนน สำหรับหน่วยเก็บข้อมูล SSD ก็ทดสอบด้วย Crystaldiskmark ความเร็วอ่านอยู่ที่ 2878 MB/s ส่วนการเขียนอยู่ที่ 3012 MB/s ครับ โดยรวมคะแนนทั้งหมดถือว่าเป็นคะแนนที่สูงมากหากเทียบกับโน้ตบุ๊กเกมมิ่งด้วยกันเองครับ

สำหรับการเล่นเกมสเปก Intel ก็ต้องบอกว่าเพียงพอเลยล่ะครับ สามารถปรับภาพสูงสุดกับเกม Cyberpunk ได้แบบลื่น ๆ ใช้ความสามารถของ Raytracing ได้เต็มที่

ภาพรวมของ ASUS ZenBook Pro Duo 15 OLED ก็ต้องบอกว่าเพียงพอกับการเอาไปใช้งานจริงจังอย่าง สายตัดต่อก็มี จอ OLED สีตรง ภาพคม บวกกับ Control Panal ช่วยเพิ่มความสะดวกเวลาใช้งานโปรแกรมตระกูล Adobe แต่ถ้าเป็นสาย Creator ที่ต้องทำงานแบบ MultiTasking หน้าจอ ScreenPad ก็ถือว่าช่วยได้มาก จะเปิดงาน เล่นเว็บ หรือแชตไปพร้อม ๆ กันก็ทำได้ ส่วนสายเล่นเกม ที่ต้องการเน้นประสิทธิภาพ ก็ต้องบอกว่าเล่นได้สบาย ๆ

ข้อสังเกต

จากที่ผมใช้มาผมเจออยู่สองจุดครับ จุดแรกคือตรงกลไกยกหน้าจอขึ้น เวลาปิดต้องเช็กให้ดีว่าไม่มีอะไรอยู่ด้านใน หากมีอาจจะทำให้จอแตกได้

ส่วนอีกจุดคือ TouchPad ที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ทำให้ ลากเมาส์จากมุมหนึ่งถึงอีกมุมหนึ่ภายในครั้งเดียวไม่ได้ ต้องลากหลายครั้งครับ

แนะนำให้เสียบเมาส์เวลาใช้งาน หรือเราจะใช้ฟีเจอร์ใหม่ของ ScreenExpert 2.0 ในรุ่นนี้ ด้วยการใช้สามนิ้วจิ้มที่ ScreenPad Plus เพื่อเรียก Touchpad แบบเต็มหน้าจอแบบนี้เลยครับ ก็จะใช้งานได้สะดวกขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก

รีวิวที่ดีก็ต้องมีราคา

ASUS ZenBook Pro Duo 15 OLED ซีพียู 10th Generation Intel Core i7 มีค่าตัวอยู่ที่ 99,990 บาท ถือว่าคุ้มเลยนะครับถ้าจะหาโน้ตบุ๊กที่ครบจบในเครื่อง ทั้งด้านหน้าจอ สเปก ดีไซน์ และการพกพา

สำหรับการรับประกันก็มี ASUS Exclusive Care ได้แก่ บริการซ่อมถึงที่ 3 ปี (Local On-site Service), ประกัน 57 ประเทศทั่วโลก 3 ปี (International Warranty) และประกันอุบัติเหตุ 1 ปีเต็ม (Perfect Warranty)

นอกจากนี้แล้วยังมี Microsoft Windows 10 Home และ Office Home and Student 2019 ติดตั้งมาตั้งแต่โรงงานด้วยนะ เปิดใช้งานได้ยาว ๆ จนกว่าจะย้ายเครื่องได้เลย

ใครสนใจผมจะขึ้น QR Code ไว้ให้ แต่ถ้าสแกนไม่ทันก็กดลิงก์ที่แคปชันได้เลยครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส