ศึกเชฟเตาอบขนมปังเหล็ก Balmuda ปะทะ Mi Smart Oven และ Kimochi Fuji ใครวิน?

วันนี้เราจัดแบไต๋ Battle ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แบไต๋ ศึกเชฟเตาอบขนมปังเหล็ก นำเตาอบไอน้ำที่พูดถึงกันมากที่สุดในอินเทอร์เน็ต 3 รุ่นมาสู้กันคือ

  • Balmuda The Toaster เตาอบขนมปังออริจินอลที่สร้างกระแสเตาอบไอน้ำ
  • Mi Steam Oven เตาอบไอน้ำน้องใหม่ผู้ท้าชิง
  • Kimochi Fuji เตาอบไอน้ำราคาย่อมเยา

ยกที่ 1 หน้าตาและวัสดุ

  1. ตัวแรก Balmuda The Toaster
    1. หน้าตาคลาสิก สวยงามอย่างที่ทุกคนอยากได้ ฝาเตาจะเปิดออกมาทั้งฝาอยู่รุ่นเดียว
    2. ขนาดใหญ่กว่าเพื่อน โดยเฉพาะด้านลึกที่กินพื้นที่โต๊ะมากที่สุด ลึกราว 30 cm
    3. น้ำหนักมากที่สุดด้วย ราว ๆ 4.5 กก.
    4. แต่เครื่องดันไม่แน่นเท่าไหร่ กดด้านบนแล้วยวบ ๆ ได้
    5. แต่นี่เป็น Balmuda The Toaster รุ่นก่อนรุ่นล่าสุดะ (น่าจะรุ่นที่ 2) รุ่นที่ 3 อาจจะต่างไปจากนี้ เราก็ยังไม่ได้ซื้อมาเทสต์เพราะเครื่องแพง
    6. ภายในกว้าง 27 cm ถาดลึก 18 cm ระยะถาดถึงไฟ 8 cm
  2. Mi Steam Oven
    1. เป็นเครื่องรุ่นเดียวทีมีปุ่มหมุนด้านหน้าแค่ปุ่มเดียว รุ่นอื่นมี 2 ปุ่มหมุนหมด แต่ก็เป็นรุ่นเดียวที่มีจอด้านหน้า
    2. เหล็กที่เป็นตัวถังเครื่องดูหนาแน่นกว่า balmuda แต่ก็ยังยวบ ๆ อยู่ดี
    3. ขนาดกว้างสูง พอ ๆ กับ Balmuda แต่ลึกแค่ 24 cm สั้นกว่า balmuda เห็น ๆ
    4. ภายในกว้าง 27 cm ลึก 19 cm ระยะถาดถึงไฟ 8 cm
  3. Kimochi Fuji 
    1. หน้าตากลมมนที่สุด และมีความสูงมากกว่าเตาอื่น ๆ
    2. แต่เป็นเครื่องที่ตัวถังดูหนาแน่นที่สุด ไม่รู้สึกยวบเหมือนเตาอื่น ๆ
    3. แถมเป็นเครื่องที่มีขนาดกระทัดรัดที่สุด คือลึกแค่ 21 cm ส่วนด้านกว้างพอ ๆ กับเครื่องอื่น
    4. และเป็นเครื่องที่เบาที่สุดด้วย
    5. ภายในกว้าง 26 cm ลึก 17 cm ระยะถาดถึงไฟ 7 cm

สรุปยกแรกนี้ เรื่องหน้าตาเราคงไม่ตัดสิน เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่เรื่องวัสดุกับขนาดก็ต้องยกให้ Kimochi Fuji ชนะไป เพราะเครื่องเล็กสุด แต่ขนาดช่องอบก็ไม่ต่างจากรุ่นอื่น ๆ เท่าไหร่ แถมตัวถังยังดูแข็งแรงอีกด้วย

ยกที่ 2 ฟังก์ชันของแต่ละเครื่อง

  1. Balmuda The Toaster
    1. เตาอบ Balmuda ที่ใช้อบขนมปังทุกวันมาปีกว่าเตานี้ ถ้ามันจะดูเก่าบ้างก็ไม่ต้องแปลกใจ นี่ของใช้งานจริง
    2. Balmuda The Toaster ตัวนี้เป็นเครื่องญี่ปุ่นนะครับ เลยต้องมีหม้อแปลงไฟเป็น 110v ตัวนี้ แล้วก็เป็นโมเดลที่แล้วนะครับ ก็จะต่างจากเครื่องรุ่นล่าสุดตรงช่องใส่น้ำด้านบนนี้จะกว้างกว่า ของใหม่จะแคบลง แล้วก็มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่องอยู่ตรงปุ่มหมุนนี้ แล้วก็มีแถบบอกระดับความสูงในเตาว่าไม่ควรใส่สูงเกินเท่าไหน ส่วนการให้ความร้อนไม่แน่ใจว่าแตกต่างกันไหมนะ
    3. เอกลักษณ์ของ Balmuda คือแก้วเล็ก ๆ สำหรับใส่น้ำ 5cc นี้เพื่อใส่ลงไปในเครื่อง ดีไซน์สวย แต่ไม่ได้เก็บติดอยู่กับเครื่องนะ ระวังหายนิดหนึ่ง
    4. Balmuda The Toaster ออกแบบให้เป็นเตาอุ่นขนม เพราะงั้นจึงมีโหมดเฉพาะสำหรับการอุ่นขนมปังมาถึง 4 แบบตรงปุ่มหมุนนี้คือ
      1. โหมดปิ้งขนมปังแผ่น
      2. โหมดขนมปังหน้าชีส
      3. โหมดขนมปังฝรั่งเศส
      4. โหมดครัวซองต์
      5. และสุดท้ายคือโหมดเลือกอุณหภูมิธรรมดา ก็ทำหน้าที่แบบเตาไฟฟ้าทั่วไปครับ
      6. แต่เครื่องเวอร์ชันอเมริกาจะเปลี่ยนจากขนมปังฝรั่งเศสเป็นอุ่นพิซซ่าแทน ก็ให้เหมาะกับวัฒนธรรมที่นั้นครับ
    5. ส่วนเวลาก็จะหมุนที่ปุ่มหมุนทางขวา ช่วง 1-5 นาทีจะสั่งครึ่งนาทีได้ด้วย และหมุนได้สูงสุด 15 นาทีครับ
    6. ซึ่งทั้งหมดก็จะมีเท่านี้เลย มีแต่ตะแกรง ไม่มีถาดรองมาให้ ไม่มีที่คีบครับ ต้องหาซื้อเพิ่มเอง
  1. Mi Steam Oven
    1. นี่คือ Mi Steam Oven เตาอุ่นไอน้ำที่ Mi สร้างเลียนแบบ Balmuda มา
    2. เตาที่เราเอามารีวิวนี้เป็นเวอร์ชันจีนนะครับ เพราะรุ่น Global ยังไม่ออก มันก็เลยแอบใช้ยากนิดหนึ่งเพราะไม่ได้เขียนเป็นไอคอนเข้าใจง่าย ๆ เหมือน Balmuda แต่เขียนเป็นภาษาจีนเลย
    3. ซึ่งถ้าไม่เข้าใจว่าแต่ละโหมดที่หมุน ๆ นี้คืออะไรบ้างให้ดูจากแอป Mi Home ครับ โดยเราจะต้องเลือกในแอปให้เป็นโซน Mainland China นะครับถึงจะเชื่อมต่อกับเตานี้ได้
    4. ซึ่งโหมดมาตรฐานของเตา Mi Steam Oven คือ
      1. โหมดอุ่นขนมปังแผ่น
      2. โหมดทำทาร์ตไข่
      3. โหมดทำปีกไก่
      4. โหมดทำกุ้งอบ
      5. โหมด Manual
    5. ก็จะเห็นว่า Mi Steam Oven ออกแบบมาเป็นเตาสารพัดประโยชน์กว่า Balmuda The Toaster ที่ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็น Toaster หรือเตาอบขนมปัง
    6. ซึ่งเราสามารถสั่งงานผ่านแอปได้เลยว่าจะให้ทำงานในโหมดไหน หรือจะตั้งเอาก็ได้ว่าจะความร้อนเท่าไหร่ ไฟแรงแค่ไหน จะใช้ไอน้ำไหม ก็ด้วยความที่เป็นเตาดิจิทัล ก็ทำให้เราตั้งเวลากับอุณหภูมิได้ละเอียดมากที่สุด เจาะจงที่ระดับองศา หรือเวลาเป็นวินาทีได้เลย
    7. ส่วนการหมุนจากปุ่มหมุนด้านหน้าอาจจะงงๆ หน่อย เพราะมีปุ่มเดียวแต่ต้องหมุนเวลาและต้องหมุนอุณหภูมิ ซึ่งจะมีการกดลึกลงไปเพื่อสั่งงานครับ
    8. ส่วนช่องใส่น้ำจะอยู่ด้านบน ใช้ฝานี้รองน้ำ 5 cc แล้วใส่ลงไปได้ครับ
    9. นอกจากนี้ในกล่องยังมีถาดรอง และที่คีบมาให้ด้วย ออฟชั่นครบสุดแล้ว
  1. Kimochi Fuji
    1. Kimochi Fuji ชื่อญี่ปุ่นแท้ ๆ แต่เป็นเตาแบรนด์ไทยนะครับ เป็นเตารุ่นเดียวใน 3 เตาที่มีการรับประกันอย่างเป็นทางการ และได้มอก. ด้วย!
    2. ดีไซน์ของ Kimochi Fuji จะคล้ายๆ กับ Mi Smart คือมีช่องใส่น้ำและฝาที่รองน้ำได้อยู่ตรงนี้ ซึ่งใส่น้ำได้ 10 cc มากกว่าชาวบ้านเท่าตัว
    3. ด้านหน้าก็จะเป็นปุ่มหมุน 2 ชุดแบบอนาล็อกแท้ ๆ ใช้หมุนอุณหภูมิ และเวลาคร่าว ๆ ไม่ได้ละเอียดเป็นวินาที แต่หมุนละเอียดไปก็ใช้ยากนะผมว่า กว่าจะหมุนถึงเวลาที่ต้องการ หมุนอยู่นาน แล้วอุณหภูมิมันต้องละเอียดขนาดนั้นเลยเหรอ ต้องปุ่มหมุนแบบนี้ ใช้ง่าย คนทั้งบ้านก็ใช้เป็น!
    4. แต่การอบทุกอย่างเราต้องเลือกอุณหภูมิและเวลาเองนะครับ ไม่มีโหมดอัตโนมัติเหมือนเตาอื่น ๆ
    5. ส่วนในกล่องจะมีถาดรองแถมมาให้ครับ ไม่มีที่คีบมาในกล่องนะ

ตัดสิน

นำเสนอมาขนาดนี้แล้ว ตัดสินใจได้ทันทีว่ายกที่ 2 เรื่องฟังก์ชันเครื่องใครจะชนะ ก็ต้องเป็น Mi Steam Oven สิคะ ความสามารถรอบตัว ต่อแอปได้ ของแถมเยอะขนาดนี้ แค่มันอาจจะใช้ยากหน่อยเพราะเป็นภาษาจีนเท่านั้นเอง

ยกที่ 3 อบ Toast

ฟังรายละเอียดเครื่องมาเยอะแล้ว ได้เวลาอบขนมจริง ๆ แล้ว เมนูแรกคือ Toast แสนอร่อย ใช้เวลาอบ 3.30 นาที ทุกเครื่อง ไฟ 180 องศาสำหรับ Kimochi

  • จะเห็นว่าการอบของ Balmuda เครื่องจะเร่งต้มน้ำให้เดือดเป็นไอก่อน เสร็จแล้วไฟบนและไฟล่างจะเร่งสลับไปสลับมา ไม่ได้ใช้ไฟเท่า ๆ กัน จนสุดท้ายก่อนหมดเวลา เตาอบจะเร่งไฟแรงสุดเพื่อเผาหน้าขนมปังให้กรอบ
  • เตาของมี่จะมีไฟอยู่ 3 จุดคือไฟบน 1 จุด และไฟล่าง 2 จุด โดยไฟจุดหนึ่งจะใช้ต้มน้ำให้เดือดเป็นไอครับ แต่ไอน้ำไม่ได้ออกมาหมดรวดเดียวเหมือน Balmuda มีการใช้ไฟบนก่อน แล้วใช้ไฟล่างพร้อมไอน้ำในตอนท้าย
  • เตาของ Kimochi นั้นเรียบง่ายมากครับ มีไฟแค่ 2 จุดบน-ล่าง ไฟล่างใช้ให้ความร้อนกับน้ำไปเรื่อยๆ ให้ไอน้ำออกมา การให้อุณหภูมิจะเป็นแบบพยายามควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ ไม่ได้ใช้ไฟซับซ้อนเหมือน balmuda สุดท้ายเมื่ออบเสร็จน้ำ 10 cc ยังเป็นไอไม่หมดเลย

สรุปผู้ชนะ Balmuda ที่ให้ขนมปังหน้ากรอบ และเนื้อในนุ่มได้

ยกที่ 4 อบครัวซองต์

ยกนี้เรามาสู้ที่ขนมที่เป็นกระแสตอนนี้อย่างครัวซองค์กันบ้าง เราใช้ครัวซองต์ตัวเล็กจากร้าน eric kayser อบเครื่องละ 2 ตัว

  • Mi Steam Oven ครัวซองต์เป็นขนมที่อุ่นยากนะครับ อุ่นด้วยเตาไมโครเวฟคือคือลาก่อนเลย เพราะมันจะนิ่มไปเลย ชั้นข้างในถล่มหมด ต้องใช้เตาไฟฟ้าอุ่นเท่านั้น นี่ผมปรับอุณหภูมิ 140 องศา แล้วอุ่น 4 นาทีครับ เพราะไม่มีโหมดอัตโนมัติ ก็ต้องเลือกเวลาเองแบบนี้
  • Balmuda The Toaster ครัวซองต์อุ่นยากจริง ๆ ถ้าเมื่อก่อนเราเลยต้องอุ่นไมโครเวฟสัก 10 วินาทีก่อน แล้วเอาไปอุ่นในเตาไฟฟ้าหรือเตาติ้งสัก 5 นาทีให้ผิวนอกกรอบ แต่ผมหมุนโหมดครัวซองต์ แล้วตั้งเวลา 4 นาที
  • Kimochi Fuji ใช้ไฟ 140 องศา ใช้เวลา 4 นาทีอุ่นครัวซองต์เหมือนกันครับ

สรุปผู้ชนะ เป็น balmuda อีก เพราะได้ครัวซองค์ที่กรอบนอก นุ่มใน

ยกที่ 5 ความคุ้มค่า

เตาอบค่าตัวเท่าไหร่กันบ้างคะ

  • Balmuda The Toaster ราคาหมื่นกว่า ๆ ไม่มีขายอย่างเป็นทางการในไทย ราคาต่อรองตามร้านหิ้วครับ 
  • Mi Steam Oven ราคา 2390 บาท อันนี้ก็เครื่องหิ้วเหมือนกัน อาจจะหาได้ต่ำกว่า 2000 บาทในบางจังหวะ
  • Kimochi Fuji ราคา 1690 บาท ถูกที่สุดแล้ว เครื่องประกันไทยด้วยนะ

ถ้าต้องการถูกสุดจริง ๆ ก็ต้อง Kimochi Fuji ค่ะ เป็นเตาไฟฟ้าที่ใส่น้ำได้ แต่ไม่ได้มีฟีเจอร์อัจฉริยะเท่าไหร่ เหมาะสำหรับคนที่รู้เสมอว่าต้องอบอะไรด้วยเวลาและอุณหภูมิเท่าไหร่

เพราะงั้นเรื่องความคุ้มค่าเราจึงยกให้ Mi Steam Oven ที่ความสามารถหลากหลาย สั่งด้วยแอปได้ ราคาไม่แพงค่ะ แต่เราก็อยากเชียร์ให้รอเครื่องไทยจริง ๆ เข้ามา น่าจะใช้ง่ายกว่านี้ มีประกันด้วย

สรุปคะแนน

สรุปว่า ถ้าคุณรักการกินขนมปังมากๆ ต้องการเตาอบที่เกิดมาเพื่อขนมปังเลย ลงทุนหมื่นหนึ่งกับ Balmuda ก็คุ้มค่ะ มันให้ขนมปังอีกแบบที่เตาอื่น ๆ ยังเลียนแบบได้ไม่เหมือน

แต่ถ้าอยากได้ความคุ้มค่า ทำเมนูได้หลากหลาย ควบคุมผ่านแอปได้ Mi Smart Oven ก็เป็นเลือกที่น่าสนใจ แม้จะทำขนมปังได้ไม่เทพขนาด Balmuda แต่ราคาถูกกว่าหลายเท่าตัว ก็แทนกันได้

ส่วน Kimochi Fuji ก็สำหรับคนที่ยังชอบเตาไฟฟ้าทั่วไปอยู่ หรือคนที่ต้องการเตาราคาประหยัดที่ควบคุมได้เองค่า