รีวิว #ASUS #ExpertBook B9400 บางเบาสุด ๆ แบตอึดเต็มวัน พร้อมซีพียู Intel Gen 11

วันนี้แพนอยู่กับ ASUS ExpertBook รหัส B9 400 หนึ่งในโน้ตบุ๊กสายธุรกิจขนาด 14 นิ้วที่เบาที่สุดในโลก จะบางเบาแค่ไหน สเปกจะเป็นยังไง เดี๋ยวแพนมาดูกันครับ

ดีไซน์

เชื่อว่า โน้ตบุ๊กร่างบาง น้ำหนักเบา คงจะเป็นโน้ตบุ๊กในฝันของใครหลายคนแน่นอนครับ เพราะสะดวกต่อการพกพา ถือไปถือมาแบบนี้ได้เลย ซึ่งโน้ตบุ๊ก ASUS ExpertBook B9400 ตัวนี้ก็เช่นกันน้ำหนักเบามาก ตัวนี้เป็นรุ่น 66Wh เบาแค่ 1,005 กรัม เท่านั้นเอง ส่วนอีกรุ่น 33Wh ที่เบากว่านี้อีกนะครับหนักแค่ 880 กรัม ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊กสายธุรกิจขนาด 14 นิ้วที่เบาที่สุดในโลกเลยล่ะครับ สำหรับน้ำหนักเวลาพกไปใช้งานข้างนอกพร้อมอะแดปเตอร์ก็จะอยู่ที่ 1291 กรัม

ที่เบาได้ขนาดนี้ก็เพราะบอดี้ทำจาก magnesium lithium alloy ที่เบากว่าอะลูมิเนียม 16% แต่ยังคงความแข็งแรงไว้ครับ และยังผ่านมาตรฐานทางการทหารครับ

ด้านความบางอยู่ที่ 1.48 ซม. ขนาดกะทัดรัดไม่ต่างจาก A4 เลย ถือว่า บาง และเบากว่าโน้ตบุ๊กทุกรุ่นที่แพนเคยจับมา และทาง ASUS เขาก็แถมซองมาให้ด้วยนะ ใส่แล้วพกไปใช้งานสะดวกเลย

หน้าจอ

ASUS ExpertBook B9400 มาพร้อมกับจอด้านตัดแสงสะท้อนได้ดี มีขนาดอยู่ที่ 14 นิ้ว ขอบบางมาก ประเภทจอเป็น IPS ความละเอียด FullHD มีขอบเขตการแสดงสี sRGB 100% ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานด้านกราฟิกทั่วไปเลย อย่างแพนเองเป็นคนชอบถ่ายรูปอยู่แล้วอันนี้ตอบโจทย์ หรือถ้าจะเอาไปดูหนังก็ดีนะสีสดสมจริง

Webcam

Webcam ความละเอียด 720P ที่มาพร้อมกับ Webcam Sheild ม่านชัตเตอร์เปิด-ปิดกล้อง เอาไว้ป้องกันคนแฮกกล้องเข้ามาแอบส่อง ส่วนอีกจุดที่น่าสนใจคือไมโครโฟน 4 ตัวที่รับเสียงได้แบบ 360 องศา พร้อมกับมี AI Noise Cancelling ในตัว คุณภาพเสียงก็เป็นอย่างที่ทุกคนกำลังได้ยินเลย เป็นยังไงครับภาพและเสียงของรุ่นนี้

ลำโพง

ExpertBook ก็ยังคงมาพร้อมกับการรับรองจาก harman/kardon แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก ซึ่งคุณภาพเสียงที่ได้ก็ถือว่าโอเคเลยนะ สำหรับโน้ตบุ๊ก

คีย์บอร์ด

ระยะห่างแต่ละปุ่มก็ถือว่าพอดี มีไฟมาให้ใต้ปุ่มและ มีการยกตัวเครื่องขึ้น 5 องศาแบบ Ergo lift ช่วยให้พิมพ์ถนัดมือ ส่วนสัมผัสก็เด้งนิ้วดีเลย เสียงค่อนข้างเงียบเวลาพิมพ์ อันนี้เวลาไปนั่งทำงานในคาเฟ่จะไม่รบกวนคนอื่นครับ นอกจากนี้ตัวกล่องใส่ที่ชาร์จเรายังเอามาทำเป็นที่รองได้ด้วยนะ

ด้านทัชแพดก็ใหญ่มาก ให้สัมผัสที่ลื่นนิ้วดี และยังมีเอกลักษณ์ประจำค่ายอย่าง NumberPad ซ่อนไว้ด้วยครับ กดปุ่มที่มุมขวาบน 1 วิเพื่อเรียกใช้งาน น่าจะสะดวกสำหรับคนที่ต้องใช้เครื่องคิดเลขบ่อย ๆ ครับ

สำหรับระบบปลดล็อกเครื่องเขาก็มีมาให้เลือกสองระบบครับ ทั้งสแกนใบหน้าผ่านกล้อง IR และปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ ซึ่งความเร็วในการปลดล็อกก็ทำได้ดีเลยนะ

จุดที่หน้าสนใจคือกล้องหน้ามี Proximity Sensor คอยตรวจจับอยู่เสมอว่าเราอยู่หน้าจอหรือเปล่า ถ้าไม่อยู่เครื่องก็จะทำการลดแสงสว่างลง แล้วจะล็อกเครื่อง เพื่อประหยัดพลังงานและป้องกันคนมาแอบส่อง ถ้าเรากลับมานั่งหน้าจอเมื่อไรมันก็จะปลุกระบบขึ้นมาให้พร้อมใช้งานอีกครั้ง

พอร์ตการเชื่อมต่อ

ส่วนพอร์ตรอบเครื่อง ให้มาค่อนข้างครบเลยครับ มีช่องหูฟัง 3.5 มม., USB-A 3.2 gen 2, ช่อง Kensington เอาไว้ล็อกเครื่องกันหายครับ ถัดมาอีกฝั่งก็มี ช่องเสียบ micro HDMI เอาไว้ต่อ dongle Port LAN RJ45 ที่เขาแถมมาให้ในกล่องได้เลย

ถัดมาเป็น HDMI 2.0b สุดท้ายเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะโน้ตบุ๊กที่ใช้ซีพียู Intel อย่างพอร์ต Thunderbolt 4 ที่เขาให้มาถึง 2 พอร์ตเลยครับ ความดีงามคือเราสามารถชาร์จไฟเข้า หรือจ่ายไฟออกได้สูงสุด 100W รวมถึงรับส่งข้อมูลได้ในระดับ 40Gbps และต่อหน้าจอแยกได้ในระดับ 4K ถึง 2 จอเลยครับเรียกว่าเป็นพอร์ตครอบจักรวาลเลยครับด้านการเชื่อมต่อไร้สายก็มีให้เป็น Bluetooth 5.0 และ intel Wifi 6 Gig +

สเปก

ซีพียูที่ใส่มาก็เป็น Gen 11 สังเกตจากสติกเกอร์ intel EVO ตรงนี้ได้เลยครับ ซึ่งการจะได้มาก็ต้องผ่านข้อกำหนดของ Intel ก่อนครับ เช่น ต้องใช้ซีพียู i7 เจเนอเรชั่นที่ 11| แบตเตอรี่อึดอยู่ได้มากกว่า 9 ชั่วโมง | มีระบบชาร์จเร็ว | เปิดแล้วต้องพร้อมใช้ใน 1 วินาที | มีฟีเจอร์ด้าน AI ในตัว | รองรับ Thunderbolt 4 , Wi-Fi 6 ถ้ามีสติกเกอร์นี้ติดมาให้ มั่นใจได้ว่าประสิทธิภาพดีแน่นอนครับ

โดยซีพียูรุ่นนี้คือ Intel Core i7-11675G7 แพนลองทดสอบเฉพาะซีพียูเดี่ยว ๆ ด้วย Geekbench 5 ได้คะแนนแบบ Multi-Core อยู่ที่ 4919 คะแนน ถือว่าสูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนที่ทำได้แค่ 3056 คะแนน ก็ต้องยอมรับเลยล่ะว่า Gen 11 เขามาแรงจริง ๆ

ถัดมาที่การ์ดจอในตัวอย่าง Intel Iris Xe แพนก็ทดสอบด้วย 3Dmark Time Spy ได้คะแนนไป 1719 คะแนน ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ครับ ถ้าเทียบกับการ์ดจอแยกก็อยู่ราว ๆ MX350 ถามว่าใช้ทำอะไรได้บ้างก็ตัดต่อเล็ก ๆ น้อย ๆ ระดับ 1080p ได้ครับ แต่ถ้าเป็น 4K อันนี้ยัง ก็ไหวครับครับ

ส่วนแรมที่ให้มาก็อยู่ที่ 16GB ซึ่งถือว่าเพียงพอกับการใช้ทั่วไปเลยนะ แพนใช้เขียนงาน บวกกับเปิดหาข้อมูลหลาย ๆ แท็บ พร้อมกับโปรแกรมแต่งรูปที่ว่ากินเยอะ ๆ ก็ไม่มีอาการหน่วงหรือค้างให้เห็นเลยนะ

สำหรับหน่วยเก็บข้อมูลก็เป็นแบบ Dual NVMe M.2 SSD กล่าวคือมีสองช่องครับ โดนช่องแรกจะให้มาขนาด ขนาด 1TB ซึ่งเราสามารถอัปเกรดเพิ่มได้อีกหนึ่งช่อง แถมยังรองรับการทำ Raid 0/1 เพื่อเพิ่มความเร็วหรือสำรองข้อมูลด้วยนะครับ

แพนวัดประประสิทธิภาพด้วย CrystalDiskMark ความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 3469 เมกะไบต์ต่อวินาที ส่วนการเขียนอยู่ที่ 2938 เมกะไบต์ต่อวินาที ถือว่าเร็วอยู่นะ

ดูเรื่องความร้อนกันบ้าง (ส่องกล้อง) ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ร้อนอย่างที่คิด และตัวความร้อนก็ไม่ได้กระจายมาถึงตรงคีย์บอร์ด ทำให้เราพิมพ์งานนาน ๆ ได้สบายมือเลย

แบตเตอรี่

ให้ความจุมาอยู่ที่ 66Wh หรือ ราว 4200 mAh ถือว่าเยอะเลยนะ บวกกับมีเทคโนโลยี PSR: Panel Self Refresh ช่วยลดการประมวลกราฟิกเมื่อหน้าจอไม่มีการเคลื่อนไหว ทำให้แบตอึดถึง 10-19 ชั่วโมงเลยครับ และการชาร์จแบตก็ยังไว 0-60% ได้ใน 49 นาทีครับ และเวลาชาร์จก็จะมีไฟแสดงสถานะด้านหน้าด้วยครับ

ข้อสังเกต

เท่าที่ผมจับมาเจออยู่สองเรื่องครับ คือหากเราทำงานหนัก ๆ แล้วเปิด Performance Mode อันนี้จะได้ยินเสียงพัดลมชัด แต่เรื่องความร้อนปกตินะครับ อีกจุดคือไม่มีช่องอ่าน SD Card มาให้ครับ สำหรับสายถ่ายภาพแบบแพน เวลาเอากล้องมาต่อตรง ๆ แล้วรู้สึกไม่ค่อยสะดวกครับ

รีวิวที่ดีก็ต้องมีราคา

ASUS ExpertBook B9400 ที่มาพร้อมกับซีพียู Intel Core i7 Gen 11 เปิดตัวที่ราคา 44,990 บาท ซี่งราคานี้จะได้ประกันแบบ ASUS Exclusive Care ไม่ว่าจะเป็น บริการซ่อมถึงที่ 3 ปี On-site Service, ประกัน 57 ประเทศทั่วโลก 3 ปี Global Warranty สำหรับคนที่ไปทำงานต่างประเทศบ่อย ๆ และประกันอุบัติเหตุ 1 ปีแรก Perfect Warranty

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่