แบไต๋ PIXELS Smart Series รุ่น Outdoor กล้องวงจรปิดตรวจจับใบหน้าได้

ผมหนุ่ย พงศ์สุข จะพาทุกคนไปแบไต๋ Pixels Smart Series รุ่น Smart Outdoor กันครับ เป็นที่รู้กันดีนะครับว่า PIXELS CCTV เป็นผู้นำด้านกล้องวงจรปิดไร้สาย ที่มีฟังก์ชันและการทำงานที่เรียกได้ว่าครบถ้วน อย่างที่แบไต๋ได้เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้

และวันนี้ผมจะเปิดตัวซีรีส์ใหม่ที่เทคโนโลยีพัฒนาก้าวล้ำไปอีกขั้นกับ Pixels Smart Series ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 รุ่นก็คือ Smart Doorbell, Smart AI และ Smart Outdoor แต่ละตัวก็ต้องบอกว่ารูปลักษณ์สวยงาม ดูโมเดิร์น ดูทันสมัยมาก ๆ ครับ

ซึ่งตัวที่เราจะมารีวิวละเอียดวันนี้ก็คือ Smart Outdoor แต่ก่อนจะไปรีวิวผมอยากเล่าให้คุณผู้ชมฟังเกี่ยวกับไอเดียของซีรีส์นี้

โดยซีรีส์นี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ Pixels ที่อยากให้ใครก็ตามที่ตัดสินใจใช้กล้องวงจรปิด ต้องไม่ได้รับประสบการณ์ไม่ดีกลับไป Pixels เลยพยายามคิดค้นและพัฒนาว่าผู้ใช้ต้องการอะไร ‘อีก’ บ้าง

  • อยากได้ตรวจจับใบหน้าใช่ไหม รุ่นนี้มี
  • อยากให้ทำงานกับ Alexa และ Google Assistant ใช่ไหม รุ่นนี้ได้
  • อยากให้รองรับ WiFi 5G ได้ รุ่นนี้จัดให้
  • อยากติดตั้งง่ายใช่ไหม 3 ขั้นตอน จบ!

แน่นอนว่าทั้งหมดควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนของเราได้เลย

ติดตั้งง่าย 3 ขั้นตอนจบ

เรียกได้ว่า Pixels Smart Series มีมาตรฐานเทียบเท่าสินค้าที่ขายในฝั่งยุโรปและอเมริกาเลยครับ อย่างที่บอกว่ากล้องซีรีส์นี้ติดตั้งง่าย 3 ขั้นตอนจบ

  1. คุณโหลดแอปพลิเคชัน Pixels HOME นะครับ ซึ่งก็รองรับทั้ง Android และ iOS จากนั้นก็ลงทะเบียนสมัครอีเมลให้เรียบร้อย
  2. แกะกล่องเอากล้องออกมาเสียบปลั๊ก
  3. เข้าแอปฯ กดเพิ่มกล้องตรงนี้ ซึ่งการเพิ่มกล้องก็ไม่ยากเลยครับ สแกน QR Code ใต้กล้อง จากนั้นก็เลือกว่าจะต่อแบบ WiFi หรือสาย LAN ต่อด้วยตั้งชื่อกล้อง แล้วก็ปิดท้ายด้วยการเอากล้องมาสแกน QR ของสมาร์ตโฟน เพื่อผูกกันให้เรียบร้อยเป็นอันจบ ภาพก็จะมาปรากฎบนแอปพลิเคชัน Pixels HOME ของเรา

ซึ่งเราก็สามารถแชร์สิทธิ์การดูภาพผ่านกล้องให้คนในครอบครัวได้นะครับ โดยการเพิ่มอีเมลของสมาชิกลงไป ภาพจากกล้อง Smart Outdoor ที่เราเพิ่งติดตั้งเป็นคุณภาพภาพในระดับ 4 ล้านพิกเซล หริอ QHD เลยครับ การใช้งานทั่วไปมีครบครับ ไม่ว่าจะเป็นการซูมภาพ, การบันทึกวิดีโอ หรือถ่ายภาพนิ่ง การพูดคุยโต้ตอบกันผ่านกล้อง

รวมไปถึงการแจ้งเตือนเมื่อพบการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ซึ่งรุ่นนี้จะพิเศษนะครับเพราะจะไม่ได้แจ้งเตือนด้วยข้อความอย่างเดียว แต่จะส่งเป็นภาพเคลื่อนไหวสั้น ๆ เข้ามาให้เราดูได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นครับ

และที่สำคัญภาพเหล่านี้จะเก็บไว้บน Cloud กล่าวคือหากกล้องของคุณโดนทำลายเสียหาย หรือโดนขโมยไป ภาพจะยังอยู่ ไม่ได้หายไปด้วย

จุดเด่นของ Smart Outdoor

ต่อไปเรามาดูจุดเด่นของ Smart Outdoor กันบ้างดีกว่าครับ เริ่มกันที่การเปิดเสียงไซเรน

เรากดจุด 3 จุด ก็ขึ้นหน้าจอควบคุมกล้องขึ้นมา ก็จะขึ้นตัวเลือกทั่วไป และบริเวณล่างซ้าย เราสามารถกดเปิด-ปิด ที่ปุ่มนี้ได้เลย ส่วนแถบข้าง ๆ ก็เอาไว้ควบคุมความดัง ส่วนข้าง ๆ ก็คือ Spotlight นะครับ เราสามารถกดเปิด-ปิดได้ตรงนี้

ความเจ๋งของ Smart Outdoor คือสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวยามวิกาล กล่าวคือถ้าเป็นช่วงเวลากลางคืน นับตามนาฬิกาของกล้องที่ตั้งค่าให้ตรงกับไทม์โซนเรา หรือเมื่อเราเปิดโหมดกลางคืน แล้วกล้องพบว่าบริเวณที่จับภาพอยู่มีการเคลื่อนไหวของมนุษย์ สปอตไลต์ก็จะสว่างไสวขึ้นมาทันที

ซึ่งตรงนี้จะเป็นการตรวจจับด้วย PIR Sensor ซึ่งเป็นการตรวจจับด้วยความร้อนครับ

แต่ด้วยความที่ Smart Outdoor เป็นกล้องวงจรปิด ดังนั้นระยะตรวจจับอาจจะไม่ได้ไกลมาก แต่หากคุณติดตั้งไว้ให้ใกล้บริเวณประตูหรือหน้าต่างก็ไม่มีปัญหาครับ

ยังมีอีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็คือระบบจดจำใบหน้า กล้องสามารถจะบอกได้ว่าคนที่ปรากฎอยู่นั้นเป็นคนที่คุณลงทะเบียนไว้หรือไม่ ถ้าไม่ใช่มันก็จะเตือนว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในกล้องครับ

ซึ่งการลงทะเบียนระบบใบหน้า หรือ Face-Recognition ก็ไม่ยากเลยครับ กดเข้ามาที่ จุด 3 จุด เหมือนเดิม แล้วไปที่ Setting เลือก Face แล้วกดไปที่ Face Management จากนั้นก็กด Add ก็จะขึ้นหน้าจอให้เราถ่ายรูป แชะ! เสร็จแล้วก็ตั้งชื่อ กดคอนเฟิร์ม แค่นี้ก็เรียบร้อย หลังจากที่ผมลงทะเบียนแล้ว พอกล้องจับภาพเจอผม มันก็จะแจ้งเตือนว่าพบ หนุ่ย พงศ์สุขแล้ว!

อย่างที่บอกว่ากล้องรุ่นนี้รองรับการทำงานผ่าน Alexa และ Google Assistant เพียงแต่เราต้องมาเชื่อมต่อกับแอป Cloud IPC เท่านั้น ซึ่งแอปนี้จะไม่มีฟังก์ชันตรวจจับใบหน้านะครับ

ในส่วนของ Google Assistant ถ้าใครมี Chromecast ก็สามารถเชื่อมต่อเพื่อให้มันแสดงผลบนจอ Smart TV ของเราได้เช่นกันครับ

สเปก

  • ความละเอียดอยู่ที่ QHD หรือ 4Mp
  • กันน้ำในระดับ IP66
  • รองรับ Dual WiFi ทั้ง 2.4 และ 5G
  • รองรับการบันทึกภาพบน Cloud Storage และ SD Card สูงสุดถึง 128 GB
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ ONVIF
  • มีระบบ HDR ช่วยปรับภาพอัตโนมัติ
  • รองรับการแจ้งเตือนผ่านไลน์
  • รองรับการเก็บภาพบน Dropbox

สำหรับ Pixels Smart Series ก็ยังมีอีก 2 รุ่นนะครับที่สเปกเหมือนกันแต่จุดเด่นต่างกัน

  • ก็คือรุ่น Smart Doorbell ที่เป็นกริ่งพร้อมกล้องในตัว โดยการกดกริ่งจะเป็นการส่งวิดิโอคอลล์เข้ามา เราสามารถรับสายและคุยกับคนที่กดกริ่งได้เลย
  • อีกรุ่นก็คือ Smart Ai สำหรับตั้งภายในบ้านที่จุดเด่นคือหมุนได้ 350 องศา และขึ้น-ลง 100 องศา มุมมองภาพแบบ Wide-Angle 112 องศา มี Private Mode รวมทั้งมีระบบจดจำมุมกล้องผ่านภาพถ่าย กดปุ๊บ กล้องเคลื่อนปั๊บ อัตโนมัติในปุมเดียว

ข้อสังเกต

ว่ากันตามตรงผมประทับใจ Pixels Smart Series มากเลยนะครับ แต่จุดที่ยังสามารถพัฒนาได้อีกก็คือเรื่องของระบบตรวจจับใบหน้า อย่างที่ทดสอบไปว่าระบบนี้สามารถใช้งานได้จริง แต่ประสิทธิภาพจะแม่นยำที่สุดก็ต่อเมื่อเห็นหน้าชัด ๆ เท่านั้น เช่น กล้องรุ่น Smart Doorbell แต่สำหรับรุ่นอื่น ๆ มุมการติดตั้งมีผลต่อการตรวจจับใบหน้าแน่นอน ถ้าในอนาคตสามารถจะพัฒนาให้ตรวจจับใบหน้าในมุมอื่น ๆ ได้ด้วยอีกก็จะเป็นเรื่องที่ดีครับ

ต่อมาคือต้องมีอินเทอร์เน็ตถึงจะใช้งานกล้องเหล่านี้ได้ครับ เพราะการสั่งการ การบันทึกภาพทำผ่านอินเทอร์เน็ตทั้งหมดครับ

อีกจุดหนึ่งการใช้คำสั่งเสียงเพื่อสั่งงานกล้องให้แสดงผลไปยังหน้าจอ Smart Home ต้องมี Smart Device เช่น Google Assistant หรือ Alexa มาเป็นตัวกลาง รวมทั้งต้องใช้กล้องผ่านแอป Cloud IPC เท่านั้น ถ้าในอนาคตตัวกล้องจะสามารถใช้คำสั่งเสียงโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง และใช้งานผ่าน Pixels Home ได้ทั้งหมดจะเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ครับ

สุดท้ายก็คือระบบ Cloud ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนแบบมีภาพส่งเข้ามา หรือระบบตรวจจับใบหน้า ล้วนแต่จะทำงานได้เมื่อเราสมัครระบบ Cloud เพิ่มครับ แต่ราคาไม่แพงนะครับ ราคาเต็มจะอยู่ที่ปีละประมาณ 1660 บาทเท่านั้น

รีวิวที่ดีต้องมีราคา

  • ราคาของ Pixels Smart Series รุ่น Smart Doorbell 501 อยู่ที่ 6,990 บาท
  • ราคาของ Pixels Smart Series รุ่น Smart AI 502 อยู่ที่ 3,990 บาท
  • ราคาของ Pixels Smart Series รุ่น Smart Outdoor 503 อยู่ที่ 4,490 บาท

โปรโมชันพิเศษช่วงเปิดตัวสินค้า รับฟรี Cloud Storage 30 วัน รวมทั้งระบบ Face ฟรี 7 วัน ซึ่งสินค้าก็จะรับประกัน 2 ปีเต็มและเหมือนเดิมส่งเคลม ฟรี! ผ่าน 7-11 ทั่วประเทศได้เลยครับ

สนใจสามารถติดต่อได้ผ่านช่องทาง LINE LINE ID : @pixelscctv หรือคลิก https://bit.ly/beartaichannel