ใครบอกว่าอยู่บ้าน ทำงาน Work From Home แล้วนาฬิกาอัจฉริยะจะไม่จำเป็น เดี๋ยววันนี้แพนโชว์ให้ดูครับว่า Samsung Galaxy Watch4 Classic ทำอะไรได้บ้างจนแม้จะอยู่บ้าน คุณก็ใส่นาฬิกาอัจฉริยะเพื่อช่วยเสริมคุณภาพชีวิตของคุณให้ดีขึ้นได้!

ดีไซน์

มาดูหน้าตาของ Samsung Galaxy Watch4 Series กันก่อนครับ จะซื้อนาฬิกาข้อมือ สิ่งแรกที่ต้องคิดคือหน้าตาใช่ไหมครับ ถ้าใส่แล้วไม่สวยก็จบ เรื่องอื่นไม่ต้องคิดต่อแล้ว ที่แพนได้มารีวิวคือ Galaxy Watch4 Classic ขนาด 46 mm สีดำนะครับ เป็นรุ่นที่มีตัวเรือนใหญ่ที่สุด วัสดุเป็นสแตนเลส ใครชอบนาฬิกาใหญ่ ๆ ดูเต็มตาก็ต้องจัดรุ่นนี้เลย ซึ่งนอกจากสีดำตัวนี้แล้วยังมีสีเงินให้เลือกอีกสีหนึ่ง

จุดเด่นของรุ่น Classic ไม่ได้มีแค่ขนาดหน้าปัดใหญ่ที่สุดอย่างเดียว แต่มีขอบตัวเรือนที่หมุนได้ตรงนี้ครับ ซึ่งทำให้การสั่งงานนาฬิกาสะดวกมากขึ้น สามารถหมุนเพื่อเลือกหน้าที่จะใช้งาน หรือเลื่อนเมนูต่าง ๆ ได้ด้วย แทนที่จะใช้การแตะจอเพื่อเลื่อนอย่างเดียว

ส่วนใครต้องการนาฬิกาที่หน้าปัดเล็กกว่านี้ซัมซุงก็ยังมี Galaxy Watch4 รุ่นปกติในขนาดตัวเรือน 40 mm และ 44 mm ให้เลือกครับ ซึ่งทั้ง 2 ขนาดวัสดุเป็นอลูมิเนียม และมีสีดำให้เลือกเป็นพื้นฐาน แล้วในรุ่น 40 mm จะมีสีทองชมพู (Pink Gold) ให้เลือกเพิ่ม ส่วนขนาด 44 mm ก็จะมีสีเขียว เป็นอีกทางเลือกครับ ซึ่ง Galaxy Watch4 รุ่นธรรมดานี้ขอบตัวเรือนหมุนไม่ได้นะครับ จะใช้การปัดหน้าจอ หรือแตะขอบจอเพื่อสั่งงานแบบ Touch Bezel แทน

ซึ่ง Samsung Galaxy Watch4 Series ทุกรุ่นใช้กระจกหน้าจอเป็น Gorilla® Glass DX ให้มั่นใจว่าจะแข็งแรง เกิดรอยขีดข่วนยากครับ

ส่วนด้านหลังของนาฬิกาเป็นชุดเซนเซอร์วัดร่างกาย BioActive ของซัมซุงครับ ประกอบด้วย 3 เซนเซอร์ย่อยคือ PPG วัดการเต้นของหัวใจ ECG วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และ BIA วัดข้อมูลร่างกาย ซึ่งก็ดูสวยงาม ล้ำสมัยเลย แล้วด้านหลังก็เขียนไว้ว่าทนน้ำระดับ 5 atm คือทนแรงดันน้ำที่ลึกระดับ 50 เมตรได้ ก็ใช้ระดับลงสระว่ายน้ำได้ แต่ไม่ได้เอาไปใช้ดำน้ำ หรือเล่นกีฬาทางน้ำที่มีแรงดันน้ำเยอะ ๆ ได้นะครับ

ถัดมาที่สายนาฬิกา ก็ถอดเปลี่ยนไม่ยาก ใช้สายขนาด 20 mm เปลี่ยนได้เลย ซึ่งสายที่เราได้มาเป็นยางสังเคราะห์ที่ดีไซน์แบบสายนาฬิกาคลาสสิก ใส่สบายเลยแหละครับ

หน้าจอ

หน้าจอของ Samsung Galaxy Watch4 Series ทุกรุ่นเป็นแบบ Super AMOLED ที่ให้ภาพคมชัดมาก ถ้าเลือกหน้าปัดแบบนาฬิกาจริง ดูเผิน ๆ นี่ไม่ต่างจากนาฬิกาจริงเลย นอกจากนี้ยังสู้แสงได้ดี เพราะหน้าจอปรับความสว่างตามแสงภายนอกได้เอง

ซึ่งค่ามาตรฐานของนาฬิกานี้หน้าจอจะติดแค่ตอนเรายกนาฬิกาขึ้นมาดูเท่านั้นครับ แต่ถ้าต้องการให้หน้าจอติดตลอด ก็เลือกให้ทำงานแบบ Always on Display ได้ ทุกครั้งที่เหลือบมองนาฬิกาก็จะเห็นเวลาได้ตลอดโดยที่ไม่ต้องยกนาฬิกาขึ้นมา แน่นอนว่าจะกินแบตเตอรี่มากขึ้น แต่ก็ยังใช้งานจบวันได้อยู่ดีครับ

เพราะถึงหน้าจอจะติดตลอด แต่มันไม่ได้ทำงานเต็มที่ตลอดเวลานะครับ เวลาที่เราไม่ได้ยกนาฬิกาขึ้นมาหน้าจอจะหรี่ลง และการเคลื่อนไหวจะน้อยลง จะเห็นได้จากหน้าปัดนี้นะครับว่าเข็มวินาทีปรากฎขึ้นมาเฉพาะตอนเรายกนาฬิกาขึ้นมาดูเท่านั้น แล้วเวลาเราไม่ใส่นาฬิกา หน้าจอก็จะดับด้วย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้นาฬิกากินไฟน้อยที่สุด

แล้ว Samsung Galaxy Watch4 Series มีหน้าปัดนาฬิกาอะไรที่น่าสนใจบ้าง บอกเลยว่าเยอะครับ เลือกจากนาฬิกาโดยตรงก็ได้ โดยกดที่หน้าจอค้างแล้วเลือกได้เลย ซึ่งก็มีทั้งหน้าปัดแบบคลาสสิก และหน้าปัดสมัยใหม่ที่ดีไซน์แหวกแนวมากมาย ทั้งแบบตัวการ์ตูนน่ารัก ๆ หรือแบบที่แสดงข้อมูลเยอะ ๆ

นอกจากนี้เรายังสามารถโหลดมาเพิ่มเติมได้จากแอป Galaxy Wear ในมือถือของเราครับ ซึ่งมีเยอะมาก! แถมแต่ละแบบก็ยังปรับจูนได้อีก เช่นเลือกข้อมูลที่จะแสดง หรือเปลี่ยนแขนของนาฬิกาให้ถูกใจมากขึ้นก็ทำได้ทั้งนั้น ผมว่าได้ Galaxy Watch4 ไปใหม่ ๆ นี่นั่งเลือกหน้าจอกันเพลินแหละครับ

ฟังก์ชันการใช้งานที่น่าสนใจ

เอาแหละ จบเรื่องความหล่อของนาฬิกา มาดูฟังก์ชันแรกที่เสริมสุขภาพได้แม้เราจะอยู่บ้าน คือ Body Composition หรือการวัดข้อมูลร่างกาย รู้หมดว่ามีมวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน ปริมาณน้ำในร่างกายของเราเท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้มีนาฬิกาอัจฉริยะไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่วัดค่าเหล่านี้ได้

วิธีวัดก็ง่าย ๆ ครับ ให้ปรับตำแหน่งนาฬิกาให้สูงกว่าที่ใส่ปกตินิดหนึ่ง แล้วเลื่อนหน้าจอไปที่หน้าของ Body Composition แล้วใช้นิ้วกลางกับนิ้วนางแตะที่ 2 ปุ่มของนาฬิกาแบบนี้ โดยที่มือทั้ง 2 ข้างนี้ต้องไม่แตะกันนะครับ แล้วแขกให้ยกห่างจากลำตัวแบบนี้ นาฬิกาก็จะปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อน ๆ วิ่งวนจากแขนข้างหนึ่งไปที่แขนอีกข้างหนึ่งแล้วกลับไปที่นาฬิกาเพื่อวัดค่าครับ รอประมาณ 15 วินาที ก็จะสรุปผลออกมา บอกทั้ง Body Fat (อัตราส่วนไขมันในร่างกาย) Fat Mass (ปริมาณมวลไขมัน) Skeleton Muscle (ปริมาณกล้ามเนื้อ) BMR (ค่าการใช้พลังงานของร่างกายขั้นพื้นฐาน) Body Water (อัตราส่วนน้ำในร่างกาย) ถ้าวัดออกมาแล้วได้ไขมันเกินก็ไปออกกำลังกายกันนะครับ

ฟีเจอร์ติดตามการนอนหลับก็ใช้งานได้จริงจังใน Galaxy Watch4 Series ครับ คือแค่ใส่นาฬิกาแล้วหลับไป เช้ามาก็ดูคะแนนการนอนได้ โดยประเมินจากคุณภาพการนอน ทั้งจำนวนชั่วโมงในการนอนหลับ ประเมินรอบหรือ Sleep Cycle ของการนอนว่าน้อยไปรึเปล่า แถมสามารถวัดระดับออกซิเจนในเลือดระหว่างที่เราหลับได้ด้วย เห็นกราฟชัด ๆ เลยว่ามีช่วงไหนที่ออกซิเจนน้อยกว่า 90% ซึ่งถ้าพบว่าระดับออกซิเจนต่ำนาน ๆ ก็ต้องไปพบแพทย์แล้ว

นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับเสียงกรนได้ด้วยครับ แต่การใช้ฟังก์ชันนี้จะต้องมีสมาร์ตโฟนอยู่ข้าง ๆ เวลานอนเพื่อบันทึกเสียงนะครับ เราใช้ตัวนาฬิกาอัดเสียงโดยตรงไม่ได้ เพราะไมโครโฟนในนาฬิกาอยู่ห่างจากปากเกินไป
Galaxy Watch4 Series เป็น SmartWatch รุ่นแรกของซัมซุงนะครับที่ใช้ WearOS จาก Google ทำให้รองรับแอปมากมายจาก Play Store เช่น Google Maps ก็สามารถซิงก์การทำงานจากมือถือเพื่อชี้เส้นทางด้วยหน้าปัดนาฬิกาได้ อันนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ครับ เพราะแค่พลิกนาฬิกามาดูก็รู้แล้วว่าแยกหน้าต้องไปทางไหน

หรือลงแอป Spotify ในนาฬิกาเพื่อควบคุมการเล่นเพลงที่มือถือหรือลำโพงที่รองรับ Spotify ก็ได้ หรือจะต่อหูฟัง Galaxy Buds กับ Galaxy Watch เพื่อเล่นเพลงจากนาฬิกาเลยก็ได้ โดยเฉพาะถ้าเป็น Galaxy Watch4 รุ่น LTE ก็สามารถเล่นเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตได้ในตัว แม้มือถือไม่อยู่ใกล้ ๆ ครับ

แม้ว่า Galaxy Watch4 จะใช้ WearOS แต่ก็ยังใช้อินเทอร์เฟซ One UI Watch ไม่ทิ้งรูปแบบการใช้งานจากระบบเดิมคือ Tizen นะครับ ก็ทำให้ผู้ใช้ Galaxy Watch รุ่นก่อนหน้านี้ปรับตัวมาใช้ Galaxy Watch4 ได้ไม่ยาก

อย่างหน้าจอหลักนี้ปัดไปทางขวาเพื่อดูการแจ้งเตือนต่าง ๆ ส่วนปัดไปทางซ้ายก็จะดูหน้า Widget ข้อมูลต่าง ๆ เช่นจำนวนก้าวเดิน โหมดออกกำลังกาย โหมดวัดองค์ประกอบร่างกาย การนอน รวมถึงข้อมูลพยากรณ์อากาศ ข้อมูลนัดหมาย ระดับความเครียด ซึ่งสามารถลำดับหน้า Widget ใหม่ ลบหน้าที่ไม่ต้องการออก หรือเพิ่มหน้าที่ต้องการใช้เข้าไปได้ครับ

กลับไปที่หน้าหลัก เราสามารถลากจากบนลงล่างเพื่อเรียก Shortcut ออกมา เช่นเปิดไฟฉาย ใช้แสงจากหน้าปัดนี่แหละเป็นไฟฉาย รวมถึงโหมดไม่รบกวนเวลาชมภาพยนตร์ หรือโหมดไม่รบกวนเวลานอนหลับ รวมถึง Shortcut สั่งตามหามือถือก็เลือกได้จากหน้านี้ครับ

ส่วนถ้าลากจากล่างขึ้นบน ก็จะเป็นรายการแอปต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ในเครื่องให้เลือกใช้ได้ครับ การทำงานของ Samsung Galaxy Watch4 Series ก็เป็นธรรมชาติดีครับ ใช้งานแล้วไม่ขัดใจ การแจ้งเตือนต่าง ๆ จากมือถือมาปรากฏที่นาฬิกาสวยงาม เป็นภาษาไทยอ่านง่าย และสามารถเขียนตอบกลับผ่านนาฬิกากลับไปได้ จะตอบเป็น Emoji พูดให้เขียนเป็นภาษาไทยผ่าน Gboard หรือเขียนตัวอักษรผ่านหน้าจอก็ได้ หรือถ้ามีสายโทรเข้า ก็รับและใช้นาฬิกาเป็น Speaker Phone เล็ก ๆ ได้เลย

นอกจากนี้เวลาเดินหรือวิ่งนาฬิกาก็จะตรวจสอบอัตโนมัติเพื่อบันทึกการออกกำลังกายเองแม้ว่าเราจะไม่ได้กดให้บันทึก ทำให้ลดปัญหาการลืมสั่งบันทึกไปได้ครับ แต่ถ้าเราไม่ลืม เข้าไปเลือกประเภทการออกกำลังกายด้วยตัวเองก่อนออกกำลัง ก็จะบันทึกข้อมูลได้ตรงกับรูปแบบการออกกำลังมากขึ้น อย่างการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ก็จะบันทึกเส้นทางที่เราเดินทางให้ด้วย แถมถ้าเราหยุดออกกำลังกาย นาฬิกาจะพักการบันทึกให้เอง จนเมื่อเราออกกำลังกาย ก็จะเริ่มบันทึกต่อ เช่นวิ่ง ๆ ไปเจอจุดพัก นาฬิกาก็จะข้ามการบันทึกเวลาในจุดพักให้เองครับ สะดวกมาก

ข้อสังเกต

ส่วนข้อสังเกตของ Samsung Galaxy Watch4 Classic ที่เรารีวิวอยู่ที่การใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนครับ คือถ้าคุณใช้สมาร์ตโฟน Samsung Galaxy อันนี้มั่นใจได้เลยว่าใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ Android รุ่นอื่น ๆ อาจจะใช้งานบางฟังก์ชันไม่ได้ ไปจนถึงใช้ไม่ได้เลย หลัก ๆ คือต้องเป็นเครื่องที่ใช้ Android 6 ขึ้นไป และรองรับ GMS สมบูรณ์แบบ ถึงจะใช้ได้ ก็ต้องสอบถามกับทางซัมซุงเป็นรุ่น ๆ ไปก่อนซื้อ และตอนนี้ยังใช้กับ iPhone ไม่ได้นะครับ

อีกจุดหนึ่งที่ต้องรอคือฟีเจอร์ตรวจสอบคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และวัดความดันโลหิต ตอนนี้ยังใช้งานในประเทศไทยไม่ได้ครับ ต้องรอ อย. หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอนุมัติก่อน และแพนต้องย้ำว่า Smart Watch ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์นะครับ เพราะฉะนั้นค่าต่าง ๆ ของร่างกายที่นาฬิกาบันทึกได้ มีไว้เพื่อประเมินแนวโน้มสุขภาพเท่านั้น ถ้าต้องการค่าที่ถูกต้องแม่นยำสำหรับการวินิจฉัยหรือรักษาโรค ก็ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางการแพทย์มาตรวจยืนยันอีกทีครับ

และอีกเรื่องคือเรื่องการชาร์จไฟ จริง ๆ Galaxy Watch4 Classic ถือเป็น Smart Watch เต็มรูปแบบที่แบตอึดใช้ได้ สามารถใช้งานผ่านวันได้สบาย ๆ แม้จะเปิด Always On Display นะครับ แต่ถ้าใครที่ใส่ตอนนอนด้วย ต้องเผื่อเวลาชาร์จแบตนิดหนึ่ง แม้ว่าซัมซุงจะเคลมว่าชาร์จ 30 นาทีก็ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง แต่ถ้านับการชาร์จจาก 0-100% จะใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง และต้องชาร์จกับที่ชาร์จของตัวเอง เอาไปชาร์จกับแท่นชาร์จไร้สายทั่วไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นจะถ้าชาร์จให้ชัวร์สำหรับการใช้งานทั้งวัน ก็ควรมีเวลาชาร์จสัก 1 ชั่วโมงต่อวันครับ

รีวิวที่ดีต้องมีราคา

Samsung Galaxy Watch4 Classic ขนาด 46 mm รุ่น Bluetooth ที่แพนรีวิววันนี้มีราคา 11,900 บาทครับ ส่วนรุ่น LTE จะมีราคา 13,900 บาท

ส่วนใครที่ต้องการเรือนเล็กกว่านี้ ราคาถูกกว่านี้ ต้องดู Samsung Galaxy Watch4 ที่ตัวเรือนหมุนไม่ได้ครับ รุ่นขนาด 40 mm ราคา 7,990 บาทเท่านั้นเอง ส่วนรุ่น 44 mm เพิ่มราคามาพันหนึ่ง ขาย 8,990 บาท และรุ่น 44 mm แบบ LTE ก็ขายที่ 10,900 ครับ

ความสามารถระดับนี้ แทบจะเป็น Smart Watch ฝั่ง Android ที่เก่งที่สุดแล้ว กับราคาเริ่มต้นแค่ 7,990 บาท แพนว่าคุ้มครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส