Mitsubishi Outlander PHEV กับ 5 ข้อดีที่น่าซื้อ

รถปลั๊ก-อิน ไฮบริด หรือรถไฮบริดที่เสียบปลั๊กชาร์จไฟได้ ทำงานควบคู่ระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ จะวิ่งไปชาร์จไปหรือชาร์จไฟจากสถานีชาร์จได้ด้วย ตัวเลือกของคนที่เดินทางสายกลาง คุ้นเคยกับระบบน้ำมันแต่ก็อยากเดินหน้าทดลองใช้ระบบไฟฟ้าไปด้วย รถปลั๊ก-อิน ไฮบริดคือคำตอบ! เราพามาแบไต๋ Mitsubishi Outlander PHEV ด้วย 5 ประโยชน์ของรถคันนี้ว่า มีดีอะไรทำไมถึงยังน่าซื้อในปี 2021

ดูรายละเอียดรถ Mitsubishi Outlander PHEV เพิ่มเติม https://bit.ly/3kM0vyt

รถปลั๊ก-อิน ไฮบริดคือรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าผสานการทำงานของเครื่องยนต์ สามารถขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าและน้ำมัน รวมถึงชาร์จพลังงานไฟฟ้าจากภายนอกได้ จึงขับขี่ได้ไกลขึ้น และหมดกังวลเรื่องสถานีชาร์จ วันนี้เราพามาแบไต๋ Mitsubishi Outlander PHEV รถปลั๊ก-อิน ไฮบริดคันแรกของมิตซูบิชิ ด้วย 5 ประโยชน์ของรถคันนี้ว่า มีดีอะไรทำไมถึงยังน่าซื้อในปี 2021 นี้

ก่อนอื่นขอเท้าความให้ฟังก่อนว่า Mitsubishi Outlander PHEV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 13.8 กิโลวัตต์/ชั่วโมง วิ่งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าตลอดเวลาไม่ว่าความเร็วต่ำหรือความเร็วสูง และวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลถึง 55 กิโลเมตร

ทำงานควบคู่กับเครื่องยนต์เบนซิน MIVEC แบบ DOHC 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยระบบ Super All Wheel Control (S-AWC) ที่มีต้นแบบมาจากรุ่น Lancer Evolution โดยเครื่องยนต์มีหน้าที่ในการปั่นกระแสไฟกับไปเก็บในแบตเตอรี่และช่วยส่งกำลังขณะเร่งแซงหรือขึ้นเขา

รถมีโหมดการขับเคลื่อน 3 แบบ ทำงานอัตโนมัติ สับเปลี่ยนเองตามความเหมาะสม ได้แก่ EV mode โหมดการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียว ๆ / Hybrid mode ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าผสานเครื่องยนต์ช่วยเสริมกำลัง และ Parallel Hybrid mode โหมดขับเคลื่อนกำลังสูงสุด แสดงผลตอนเร่งแซงหรือขึ้นเขา

5 คุณประโยชน์ของ Mitsubishi Outlander PHEV มีอะไรบ้าง

เริ่มกันที่ข้อแรก Mitsubishi Outlander PHEV แตกต่างจาก PHEV รุ่นอื่น ๆ ตรงที่เป็นรถคันเดียวที่คุณสามารถจัดการพลังงานไฟฟ้าได้ด้วยตัวเอง มีมอเตอร์ที่ใช้ขับเคลื่อนหน้า-หลัง และมอเตอร์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า (Generator) ที่สามารถใช้น้ำมันมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าได้

สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้แคมปิ้ง ดริปกาแฟหรือชาร์จไฟไว้วิ่งในวันต่อไป โดยไม่ต้องชาร์จไฟบ้าน สามารถกดปุ่ม CHRG และกด Save พลังงานไฟฟ้าไว้ได้ เพื่อให้ตัวรถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่น้อยที่สุด โดยอาศัยเครื่องยนต์เข้ามาช่วยขับเคลื่อนนั่นเอง

นอกจากนี้ Mitsubishi Outlander PHEV มีปลั๊กไฟที่เรียกได้ว่าไม่เคยเห็นในรถรุ่นไหนที่ให้กำลังไฟขนาดนี้คือ ให้พลังงานไฟ AC 1,500w แถมยังให้มา 2 จุด ด้วยกันคือ

บริเวณหลังคอนโซลกลางและห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายสามารถเสียบไมโครเวฟหรือเตาไฟฟ้าชาบู ปิ้งขนมปัง กาต้มน้ำ ดริปกาแฟ สามารถใช้ไฟได้นานถึง 10 ชั่วโมง โดยสามารถขับรถไปและใช้ไฟพร้อม ๆ กันได้ แต่หากเสียบไฟเกินกำลัง ไฟก็จะตัดอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย หรือถ้าใช้ไฟจนหมด ก็สามารถสตาร์ตรถใช้น้ำมันขับกลับบ้านได้ด้วย รองรับได้ทั้ง E20 และ แก๊สโซฮอลล์ 91 และ 95

ข้อที่สอง Mitsubishi Outlander PHEV สามารถวิ่งด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียว ๆ ในโหมด EV mode ได้ถึง 55 กิโลเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 135 กิโลเมตร/ชั่วโมง เงียบและให้พลังงานสะอาด ปราศจากการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO2

การวิ่งในโหมด EV เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง เพราะคุณสามารถชาร์จไฟที่บ้าน หรือที่ทำงาน ขณะขับรถ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าได้ เพราะ Mitsubishi Outlander PHEV ใช้เวลาชาร์จแบบปกติ (normal charger) เพียง 4 ชั่วโมงก็ได้แบตเต็ม 100% แถมยังมีระบบ Quick Charging ที่ใช้เวลาเพียง 25 นาทีเท่านั้น สามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าไปใช้งานได้ถึง 80% เลยทีเดียว เรียกได้ว่าอุ่นใจเรื่องเวลาในการชาร์จไปได้เลย

นอกจากนี้ยังมีหัวชาร์จ 2 แบบ คือ Type-1 (มีแถมหัวแปลง Type-2 เผื่อใครอยากไปชาร์จข้างนอกได้ด้วย) และ CHAdeMO ที่สามารถส่งกำลังไฟจากรถยนต์กลับไปใช้ในบ้านได้ด้วย (ต้องผ่าน Bi-Directional Charger) โดยปล่อยไฟออกมาใช้ได้สูงสุด 10KW และมีระบบตัดไฟเพื่อไม่ให้ปล่อยไฟจนหมดเกลี้ยง (เหลือไว้ 20%) หมายความว่าถ้าบ้านไฟดับ สามารถใช้ไฟรถมาช่วยฉุกเฉินได้ ดีไหมละครับ

มิตซูบิชิมีแอปพลิเคชันชื่อว่า OUTLANDER PHEV Remote Ctrl ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ เรามาดูกันว่าแอปฯ นี้ทำอะไรได้บ้าง และทำให้การใช้รถปลั๊ก-อิน ไฮบริดอย่าง Mitsubishi Outlander PHEV ง่ายขึ้นอย่างไร

ก่อนอื่นต้องโหลดแอปพลิเคชันแล้วลงทะเบียนก่อน โดยต้องใช้โค้ด SSID ที่ได้รับมาพร้อมตัวรถด้วย อย่าลืมเปิดไว-ไฟก่อนนะครับ เพราะแอปฯจะใช้ไว-ไฟในการเชื่อมกับตัวรถ วิธีการลงทะเบียนง่าย ๆ เริ่มจาก

  1. กด power on โดยไม่เหยียบเบรก จนไฟติดเป็นสีส้ม
  2. กดปุ่มล็อกและปลดล็อกรถสลับกัน 10 ครั้ง จนรถมีเสียง ‘ปิ๊บ’
  3. เปิดแอปพิลเคชัน ‘OUTLANDER PHEV Remote Ctrl’ ขึ้นมาแล้วกด register
  4. กด Next ทำตามขั้นตอนจนถึงหน้าที่ต้องเชื่อมไวไฟและ SSID ของรถคันนั้น ๆ
  5. กรอกเลข SSID ตามป้ายที่ได้รับมา เท่านี้ก็เรียบร้อย

โดยแอปพลิเคชัน ‘OUTLANDER PHEV Remote Ctrl’ มีความสามารถดังนี้

  • ตั้งเวลาระบบชาร์จไฟ ได้ถึง 5 รูปแบบ
  • ตั้งเวลาการทำงานของระบบปรับอากาศล่วงหน้า เผื่อเลิกงานแล้วกะเวลาเดินกลับมาที่รถ โดยตั้งได้ตั้งแต่ 5 นาที จนถึง 180 นาทีเลยทีเดียว
  • ตรวจสอบสถานะรถ เช่น ไฟหน้าเปิดอยู่ , ประตูรถเปิดอยู่ , ฝากระโปรงหน้าเปิดอยู่ เป็นต้น
  • Car Finder สามารถแสดงตำแหน่งรถ ด้วยการสั่งให้เปิดไฟหน้าหรือไฟหรี่

ข้อที่สี่ Mitsubishi Outlander PHEV สามารถใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าและน้ำมันได้หลากหลาย เช่น หากแบตเตอรี่ยังมีไฟเหลือ สามารถเปลี่ยนห้องโดยสารภายในรถให้กลายเป็นห้องทำงานเฉพาะกิจ โดยการจอดเปิดแอร์ นั่งทำงานในรถได้สบาย เพราะสามารถเปิดแอร์ได้โดยไม่ต้องสตาร์ตเครื่องยนต์

Mitsubishi Outlander PHEV มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มี Legroom ทั้งในส่วนคนขับและผู้โดยสาร ผมนั่งเองมาแล้วค่อนข้างสบายเลยทีเดียวครับ

ข้อดียังไม่หมดแค่นั้น เนื่องจาก Mitsubishi Outlander PHEV เป็นรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ทำให้หลายคนอาจกังวลเรื่องการจอดรถซ้อนคัน ว่าจะทำให้เหมือนรถเครื่องยนต์ปกติไหม ขอบอกเลยว่าทำได้! โดยวิธีการทำก็ไม่ยาก เริ่มจาก

  1. ใส่เกียร์ P และกดปุ่ม P ค้างไว้ 3 วิ จนตัว P กระพริบบนหน้าจอ
  2. ผลักเกียร์มาที่ N ค้างไว้จนตัว N กระพริบบนจอ แล้วปล่อยให้เกียร์เด้งกลับ
  3. ผลักเกียร์มาที่ N อีกรอบ ค้างไว้ จึงดับเครื่องแล้วค่อยปล่อยเกียร์ N
    เท่านี้ก็หมดห่วงว่ารถของเราจะไปบังทางใครเขาแล้วจะเข็นไม่ได้แล้ว

พูดถึงข้อดีกันมาเยอะแล้ว พูดถึงรถเราต้องออกไปวิ่งกันดูครับ มาทดสอบประสิทธิภาพของตัวรถกันบ้างว่าเป็นอย่างไร

  1. หากวิ่งด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวสามารถไปได้ไกลถึง 55 กม. แต่หากต้องเดินทางไกล สามารถสลับโหมดไฮบริดมาใช้น้ำมันในการเดินทางไกลได้
  2. ต้องสตาร์ตรถในโหมดไฟฟ้าก่อน ถึงจะใช้ช่องจ่ายไฟ AC 1500w ได้
  3. Mitsubishi Outlander PHEV ชาร์จไฟบ้านได้ แต่ต้องติดตั้ง EV Wallbox Charger ซึ่งเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กติดในอาคาร ที่ใช้ในการจ่ายไฟฟ้าจากบ้านไปยังรถยนต์ไฟฟ้า
  4. แอปพลิเคชัน ‘OUTLANDER PHEV Remote Ctrl’ ต้องใช้โค้ด SSID ในการเชื่อมต่อ ปกติจะห้อยไว้กับกุญแจรถ แต่หากผู้ขับขี่ทำโค้ดหาย สามารถดึงโค้ดใหม่ได้ที่ศูนย์บริการของมิตซูบิชิ โดยไม่เสียค่าบริการ โค้ด SSID 1 โค้ดสามารถล็อกอินได้สูงสุด 2 เครื่อง

ราคา

Mitsubishi Outlander PHEV รุ่น GT ราคา 1,640,000 บาท และ Mitsubishi Outlander PHEV รุ่น GT-Premium ราคา 1,749,000 บาท

สรุปแล้ว Mitsubishi Outlander PHEV ปลั๊ก-อิน ไฮบริด เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ยังกังวลเรื่องสถานีไฟฟ้า ที่ยังไม่ครอบคลุมทุกจังหวัด ก็ยังใช้น้ำมันชาร์จไฟได้และเติมน้ำมันให้อุ่นใจ รวมถึงพลังงานไฟฟ้าที่สามารถแจกจ่ายเอาไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ต่อได้อีก ที่สำคัญการรับประกันของแบตเตอรี่ที่ยาวนาน 10 ปี ทำให้ Mitsubishi Outlander PHEV เป็น Perfect Solution และเป็นสุดยอด PHEV สำหรับคนไทยในเวลานี้อย่างแท้จริง