รีวิว HUAWEI MatePad T8 Kids Edition แท็บเล็ตเด็กโดยเฉพาะ!

เมื่ออุปกรณ์ไฮเทคเป็นของสำคัญที่ขาดไม่ได้ไปแล้วสำหรับเด็ก ๆ ยุคนี้ มาลองดูแท็บเล็ตที่หัวเว่ยตั้งใจออกแบบเพื่อเด็กโดยเฉพาะกันไหมครับ นี่คือ HUAWEI MatePad T8 Kids Edition แท็บเล็ตพร้อมเคสสีสันสดใส และแอปดี ๆ สำหรับเด็กติดตั้งมาในตัวเครื่อง แล้วน่าซื้อให้เด็ก ๆ ไหม เดี๋ยวผมแบไต๋ให้นะครับ

จุดประทับใจตั้งแต่แรกเห็นคือดีไซน์ครับ HUAWEI MatePad T8 Kids Edition มาพร้อมเคสพิเศษสีฟ้า-เขียวที่ถือเป็นกระเป๋าได้แบบนี้ ถือสะดวก เวลาทำตกก็มีโอกาสรอดมากขึ้น เพราะตัวเคสเป็นซิลิโคนหนาหุ้มไปถึงฝั่งหน้าจอ ซึ่งซิลิโคนทั้งหมดนี้ก็เป็นวัสดุในระดับ Food Grade ปลอดภัยต่อเด็ก

ซึ่งหูกระเป๋านี้ก็มีประโยชน์เวลาตั้ง ที่สามารถตั้งสูงเพื่อดูวิดีโอ หรือจะตั้งเตี้ยๆ เพื่อใช้สำหรับวาดเขียนก็ได้ ซึ่งในเคสนี้ก็มีปากกาแท่งเล็กน่ารักเพื่อให้ดึงออกมาใช้ง่าย ๆ แถมรัดเชือกไว้ด้วย จะได้ไม่หายไปไหนครับ ถูกใจคุณพ่อคุณแม่แน่นอน และเมื่อสกปรกเราก็ยังสามารถถอดเครื่องออกมาจากเคสได้แบบนี้ เพื่อทำความสะอาดได้ครับ

ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ

มาดูที่ซอฟต์แวร์ภายในกันต่อครับ HUAWEI MatePad T8 Kids Edition มาพร้อมแอปพิเศษสำหรับเด็กที่ติดตั้งมาเรียบร้อยคือ “Kid Corner” หรือ “มุมเด็ก” ที่แอปนี้จะทำตัวเป็นหน้าโฮมพิเศษสำหรับให้เด็ก ๆ ใช้โดยเฉพาะ และล็อกให้เด็ก ๆ ใช้งานแอปที่มีอยู่ในมุมเด็กเท่านั้น ไม่สามารถเรียกแอปทั่วไป หรือเปิดเว็บได้เองจนกว่าผู้ปกครองจะอนุญาตครับ

ซึ่งหน้ามุมเด็กนี้ก็น่ารักมาก มีปุ่มหลักๆ ให้กด 5 ปุ่มอยู่ตรงกลางเกาะนี้ เริ่มจากปุ่มซ้ายสุดที่เป็นรูปรถบัส อันนี้คือเปิดแอป BabyBus World ครับ แอปนี้สนุกมาก บอกเลย

BabyBus World เป็นแอปรวมเกมสำหรับเด็กๆ อายุ 3-6 ขวบ ที่ผมยอมรับเลยว่าทำดีมาก คือไอคอนเกมที่คุณเห็นมากมายเหล่านี้ เด็กๆ สามารถกดเล่นได้ทั้งหมด แบ่งเป็น 7 หมวดคือ เกมนิยม, เกมเกี่ยวกับอาชีพ, เกมเกี่ยวกับศิลปะ, อาหาร, ธรรมชาติ, สร้างเสริมพฤติกรรมนิสัย, และเกมเกี่ยวกับความปลอดภัย ซึ่งมีเยอะมากจนนับไม่หวาดไหวว่ามีกี่เกม ผมว่ามีเป็นร้อยเกมครับ ที่สำคัญทุกเกมเป็นภาษาไทย และพูดภาษาไทยครับ

นอกจากแอป BabyBus แล้ว อีกแอปเด็ดที่มีในเครื่องคือ Azoomee เดี๋ยวผมออกจาก BabyBus โดยปัดจอขึ้นจากด้านล่างแบบนี้ เพื่อกลับหน้า “มุมเด็ก” แล้วเลือกที่รูปบ้านสีเหลืองด้านบน หรือบ้านสีชมพูนี้ก็เข้าแอป Azoomee ได้ทั้งคู่ครับ แค่เข้าคนละโหมด

แอป Azoomee ก็มีเกมสนุก ๆ อีกไม่น้อยให้เล่นเพิ่มเดิม แต่ทีเด็ดจริง ๆ ของแอปนี้อยู่ที่วิดีโอครับ มีเนื้อหาสำหร้บเด็ก ๆ เยอะมาก ทั้งแบบที่เป็นภาพแอนิเมชันน่ารัก ๆ หรือแบบที่เป็นคนจริง ๆ เล่าเรื่องให้ฟัง ซึ่งวิดีโอก็มีหลายหมวดมาก เช่นหมวดวิทยาศาสตร์, วัฒนธรรม, ธรรมชาติ, ฝึกทักษะ, เรียนภาษาอังกฤษ ซึ่ง Azoomee จะเน้นเด็กที่โตกว่า BabyBus คือช่วงอายุ 4-12 ปีครับ

การดูวิดีโอของคุณหนุ่ยกับลูกสาว ตอนนี้เนื้อหาทั้งหมดในแอป Azoomee ยังเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการทำภาษาไทยเสริมเข้าไป แต่การฟังสื่อภาษาอังกฤษที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก ก็เสริมการเรียนภาษาได้อย่างดี และไม่กดดันด้วยนะ

ซึ่งดูความเร็วในการตอบสนองของ BabyBus World และ Azoomee ก็ถือว่าลื่นไหลใช้ได้เลยนะครับ แม้แท็บเล็ตเครื่องนี้จะสเปกไม่สูง แต่สำหรับแอปที่ปรับจูนมาแล้ว ก็ให้ประสบการณ์การเล่นที่ดีใช้ได้เลย

มาถึงตรงนี้ก็น่าจะรู้แล้วว่าทั้งแอป BabyBus World และ Azoomee นั้นน่าใช้ขนาดไหน แต่ผมต้องให้ข้อมูลก่อนว่าทั้ง 2 แอปนี้ให้บริการในระบบสมัครสมาชิก คือเมื่อคุณซื้อ HUAWEI MatePad T8 Kids Edition คุณจะได้สิทธิ์ใช้งานแอปทั้งหมดของ BabyBus World ฟรี 3 เดือน และดูเนื้อหาทั้งหมดของ Azoomee ได้ฟรี 1 ปี ซึ่งถ้าใช้จนหมดช่วงฟรี ถ้าจะใช้งาน BabyBus World ต่อ คุณต้องก็ต้องจ่ายราว ๆ 440 บาทต่อปี ส่วน Azoomee อยู่ที่ £39.99 (ปอนด์) ต่อปี หรือราว ๆ 1,800 บาทครับ หรือถ้าอยากจ่ายครั้งละน้อย ๆ ก็จ่ายเป็นรายเดือนได้ครับ แต่รวมครบปีแล้วก็จะแพงกว่าจ่ายเหมารายปีนะ

เห็นราคาแล้ว ถ้ามองแค่ตัวเลขก็อาจจะคิดว่าแพง แต่ราคานี้คือจ่ายแล้วจบเลย เข้าถึงเนื้อหาทั้งหมดของแอปได้ ไม่ต้องปวดหัวเรื่อง in-app หรือค่าใช้จ่ายที่จะตามมาเพราะเด็ก ๆ กดผิดอีก ซึ่งราคาก็ถูกกว่าสมัคร Netflix Basic ทั้งปีอีกนะครับ

กลับมาดูในแอปมุมเด็กกันต่อครับ ก็ยังมีเครื่องมืออีกมากมาย เช่นกดที่รูป Painting นี้เพื่อวาดรูป แล้วเราก็งัดปากกาหลังเครื่องมาวาดได้เลย

กดที่ลิงตรงมุมนี้เพื่อเรียกรายการแอปที่เซตไว้ เช่นเครื่องบันทึกเสียง, กล้องถ่ายรูป หรือมัลติมีเดียเพื่อดูเสียงหรือรูปที่เคยถ่ายไว้ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มแอปที่ผู้ปกครองคิดว่าเหมาะสมลงไปได้ เช่นผมลองเพิ่มแอป MEB ร้าน ebook ของไทยลงไปเพื่ออ่านหนังสือได้ครับ

ที่นี่เมื่อ มุมเด็ก เป็นแอปสำหรับเด็ก ก็ต้องมีระบบควบคุมของผู้ปกครองครับ การจะเข้าระบบควบคุมนี้ได้ก็ต้องกรอก pin 6 หลัก ตัวเลขชุดเดียวกับที่ปลดล็อกเครื่องก่อนครับ ซึ่งแป้นตัวเลขนั้นตั้งใจทำไว้หลอกเด็กสุด ๆ ครับ เพราะตำแหน่งแป้นจะขึ้นสุ่ม ๆ ให้ดูยากขึ้นว่ากดเลขอะไรเพื่อปลดล็อก

ซึ่งพอเข้าหน้าผู้ปกครองได้แล้ว ก็จะเห็นภาพรวมการใช้งานของเด็ก ๆ ก่อนเลยว่าเล่นแอปอะไรเยอะ แต่ที่ดีมากคือการจัดการเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของเด็กครับ เช่นโหมดถนอมสายตา ก็จะปรับสีจอให้อุ่นขี้นเพื่อลดแสงสีฟ้า และมีการใช้เซนเซอร์เพื่อตรวจจับท่าทางการใช้งานด้วย ถ้านอนเล่นแท็บเล็ตก็จะขึ้นหน้าเตือนให้ลุกขึ้นมานั่งเล่น หรือถ้าเล่นบนรถสั่น ๆ ก็จะให้หยุดเล่น

และแน่นอนว่าต้องจัดการเวลาเล่นแท็บเล็ตได้ ไม่ให้เล่นนานเกินไป ทั้งจำกัดเป็นเซสชัน ว่าเล่นต่อเนื่องได้ไม่เกินกี่นาที ต้องพักอย่างน้อยกี่นาที แล้วรวมแล้วต่อวันเล่นได้ไม่เกินกี่นาที พอหมดเวลาเล่น หน้าจอก็จะแสดงเป็นภาพขาว-ดำให้เด็ก ๆ ได้วางเครื่องไปทำอย่างอื่น แถมกำหนดแยกระหว่างวันธรรมดากับวันหยุดได้ด้วย

แล้วการใช้งานนอก “มุมเด็ก” เป็นอย่างไรบ้าง คือถ้าเด็ก ๆ จะกลับหน้าโฮมปกติของเครื่องก็ต้องให้ผู้ปกครองปลดล็อกก่อนนะครับ ซึ่งก็ใช้งานทั่วไปได้ดีประมาณหนึ่ง สามารถลงแอปเพิ่มเติมจาก Huawei AppGallery หรือร้านค้าแอปอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Google Play ได้ สามารถลงแอปอย่าง Zoom เพื่อประชุมหรือเรียนออนไลน์ได้ ลง Microsoft Office เพื่อทำงานเอกสารได้ ส่วนบริการต่าง ๆ ของ Google อย่าง Youtube หรือ Google Meet ก็สามารถใช้งานได้ผ่านเบราว์เซอร์ครับ

สเปก

มาดูสเปกกันบ้าง HUAWEI MatePad T8 Kids Edition มาพร้อมจอขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 pixel ไม่ถึงระดับ Full HD นะครับ รอบเครื่องก็จะมีช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5 mm และลำโพงอยู่ด้านบนนี้ ซึ่งมีลำโพงด้านเดียวนะครับ ไม่ใช่ลำโพงสเตอริโอ แล้วก็มีช่องใส่ซิมพร้อมใส่ MicroSD อยู่ตรงนี้ ซึ่งสามารถใส่ได้สูงสุด 512 GB เลย เพิ่มเติมจากพื้นที่ในเครื่องที่มีอยู่ 16 GB ซึ่งพอใส่ซิมได้ก็หมายความว่าเราสามารถใช้แท็บเล็ตเครื่องนี้เล่นอินเทอร์เน็ตได้จากทุกที่ และสามารถใช้เป็นโทรศัพท์เพื่อรับสายหรือโทรออกได้ด้วยครับ

แท็บเล็ตรุ่นนี้ซีพียูเป็น MediaTek Helio P22T พร้อมแรม 2 GB ซึ่งก็ใช้งาน “มุมเด็ก” และแอปที่เกี่ยวข้องได้ลื่นไหลดี ส่วนแอปที่ต้องการประสิทธิภาพมากกว่านี้ก็อาจมีกระตุกได้บ้าง

ส่วนด้านล่างจะเป็นพอร์ตชาร์จแบบ MicroUSB ก็น่าเสียดายที่ไม่ใช่ USB-C ที่จะทำให้การเสียบชาร์จง่ายกว่านี้ครับ แต่แบตเตอรี่เครื่องก็อึดใช้ได้เลย สามารถ Stand-by ได้หลายวัน ถ้าไม่ได้เล่นหนักจนเกินไป 2-3 วันค่อยชาร์จสักครั้งก็ได้

แท็บเล็ตเครื่องนี้มีน้ำหนักรวมเคส 515 กรัม ก็ถือว่าไม่หนักสำหรับเด็ก ๆ และถ้าใช้งานบนโต๊ะ ก็ใช้งานสบาย เพราะเคสซิลิโคนช่วยยึดเกาะโต๊ะไม่ให้เลื่อนไปเลื่อนมาเวลาใช้งานครับ

ข้อสังเกต

ข้อสังเกตของ HUAWEI MatePad T8 Kids Edition อยู่ที่ระบบการล็อกเครื่องที่ pin ปลดล็อกเครื่องกับ pin ออกจากแอป “มุมเด็ก” เป็นพินเดียวกันครับ และเครื่องนี้ก็สแกนลายนิ้วมือไม่ได้ด้วย

มองในแง่ดี ทุกครั้งที่เด็กต้องการใช้แท็บเล็ตก็ต้องให้พ่อ-แม่ปลดล็อกเครื่องให้ แต่มองในแง่ความไม่สะดวก มันก็น่าคิดว่าในแอปมุมเด็ก มีระบบควบคุมเวลาการเล่นอยู่แล้ว การที่พ่อแม่ต้องปลดล็อกให้ทุกครั้งอาจจะไม่สะดวก และสุดท้ายเด็กก็อาจจำพินไปปลดล็อกเองได้ ซึ่งถ้าบ้านไหนไม่สะดวกปลดล็อกเครื่องให้เด็ก ๆ ทุกครั้ง ผมก็แนะนำว่าให้ใส่ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าเป็นหน้าเด็กไปเลย ก็จะแก้ปัญหานี้ได้ แต่อย่าลืมตั้งเวลาควบคุมการเล่นของเด็ก ๆ ให้ดีนะครับ

รีวิวที่ดีต้องมีราคา

HUAWEI MatePad T8 Kids Edition แท็บเล็ตสำหรับเด็กเครื่องนี้มีราคาเพียง 6,490 บาทเท่านั้นครับ ถูกมาก! ซึ่งราคานี้มาพร้อมสิทธิ์ใช้ Azoomee 1 ปี, BabyBus World 3 เดือน แถมได้ตุ๊กตา BabyBus Panda ไปอีก 1 ตัว รวมมูลค่าของแถมทั้งหมดนี้ก็ 3,000 กว่าบาทแล้วนะครับ ซื้อให้ลูกให้หลาน ซื้อฝากลูกเพื่อน ก็เหมาะทั้งนั้นครับ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/3B4yuru

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส