รีวิว Vivo V23e 5G สมาร์ตโฟนสวยบาง ถ่ายเซลฟีสุดปัง

วันนี้นาวลิ้มรีวิว Vivo V23e 5G ค่ะ Selfies สนุกมากกกกค่ะ เพราะกล้องหน้าของ Vivo V23e 5G ก็ไม่ธรรมดานะคะ เห็นเล็กๆ เป็นหยดน้ำอยู่ที่หน้าจอนี้ แต่มีความละเอียดถึง 44 ล้านพิกเซล f/2 เลย พร้อม Autofocus ด้วย หายากมาก มือถือที่มีกล้องหน้า Autofocus ที่จะทำให้เราถ่ายภาพทุกระยะได้ชัดค่ะ

กล้อง

ภาพถ่ายบุคคลจากกล้องหน้าของ Vivo V23e 5G สวยมาก ให้สีผิว การเบลอฉากหลังได้ดีเลย มีระบบโฟกัสดวงตาหน้าต่างของหัวใจให้คมชัด ซึ่งพอดวงตาของเราชัดเจนแล้ว ภาพ Selfie ของเราก็จะสวยไปด้วยค่ะ แล้วเค้าก็มีการถ่ายเซลฟี่แบบ Natural selfie ด้วยนะคะที่ถ่ายออกมาให้หน้าดูสวยเป็นธรรมชาติ และโหมดแต่งหน้าได้อีกหลายแบบเลยนะคะ สาว ๆ น่าจะชอบเลยแหละ

ส่วนการ Selfie ในที่แสงน้อยก็สามารถใช้หน้าจอเพื่อเป็นแฟลชได้ ทำให้ใบหน้าสว่างแม้รอบข้างจะมีแสงน้อย หรือจะใช้เป็นโหมดกลางคืน AI Extreme Night เพื่อถ่าย Selfie ให้สว่างขึ้นก็ได้

กล้องหน้า

กล้องหน้าของ Vivo V23e 5G สามารถถ่ายได้สูงสุด Full HD 60 fps ซึ่งปกติก็จะกั่นภาพสั่นไหวให้ระดับหนึ่งนะคะ ซึ่งก็ถ่ายได้ลื่นไหลดูดี

แต่ถ้าต้องการให้กันสั่นมากกว่านี้ก็สามารถเปิดโหมด Steadiface เพื่อให้ป้องกันภาพสั่นไหวได้ยิ่งกว่าเดิม แต่ภาพก็จะครอปเข้ามาอีกหน่อยแบบนี้ค่ะ เดี๋ยวไปลองกล้องหลังกันต่อค่ะ กระโดดจนเหนื่อยเลย แต่ได้ภาพ Portrait มันส์ๆ เยอะเลยในสไตล์ภาพที่แตกต่างกัน ในกล้องมีให้เลือกเพียบค่ะ แค่เข้าโหมดถ่ายภาพคน แล้วเลือกสไตล์ได้เลย จะเป็นแนววินเทจ, ปาร์ตี้ฤดูร้อนหรือภาพขาวดำคลาสสิกถ่ายด้วยกระบวนการเกลือเงิน ก็ทำได้ทั้งนั้น

กล้องหลัง

กล้องหลังตัวหลัก 50 ล้านพิกเซล f/1.8 ของ Vivo V23e 5G ตัวนี้ถ่ายภาพออกมาได้สวยใช้ได้ ซึ่งการถ่ายวิดีโอสามารถถ่ายในรูปแบบ 1080p 60 fps ก็สามารถป้องกันภาพสั่นไหวได้ดีระดับหนึ่ง แม้เดินถ่ายภาพก็ยังนิ่งใช้ได้อยู่ค่ะ แต่นาวลิ้มบอกเทคนิคไว้นิดหนึ่งที่ใช้ได้กับกล้องวิดีโอทุกตัวคือ การถ่ายวิดีโอ 60 fps จะแพ้ทางกับพื้นที่แสงน้อยนะคะ เพราะมีเวลารับแสงให้แต่ละเฟรมน้อย ถ้าถ่ายวิดีโอช่วงกลางคืน แนะนำให้ปรับเป็น 30 fps จะได้วิดีโอที่สว่างกว่าค่ะ

โหมดการถ่ายภาพ

ภาพ Portrait จาก Vivo V23e 5G ออกมาสวยงามดูดีเลยค่ะ การละลายฉากหลังทำได้เนียนตา ดูดีเลย มี Bokeh Flare Portrait เลือกลักษณะการเบลอฉากหลังได้ด้วยนะคะ จะเบลอเป็นรูปหัวใจ, ดาว, ผีเสื้อ หรือซากุระก็ทำได้ แถมมีโหมดความงามที่ปรับโทนผิว รวมถึงโปรไฟล์ต่าง ๆ ของใบหน้าได้ ถ่ายปุ๊บดูดีจากหลังกล้องได้

การถ่ายภาพทั่วไปก็ถ่ายออกมาแล้วสวยใช้ได้ กล้องมี AI ช่วยปรับแต่งภาพให้เหมาะกับการถ่ายวัตถุต่าง ๆ รวมถึงมี HDR อัตโนมัติที่เกลี่ยแสงให้ส่วนมืดกับส่วนสว่างอยู่ภายในภาพเดียวกันอย่างดีที่สุด ถ่ายดอกไม้ก็เก็บสีสันได้ชัดเจน ถ่ายแมวก็เห็นขนชัดเจน ถ่ายท้องฟ้า ก็ถ่ายทอดความสดใสมาได้สวยงาม ถ่ายอาหารก็ดูน่ากินค่ะ

ส่วนการถ่ายภาพกลางคืน กล้องมี Night Mode เพื่อช่วยถ่ายภาพในที่แสงน้อยให้สว่างขึ้น แต่จากการทดสอบของเราพบว่า Night Mode ทำให้รายละเอียดหายไปบ้างนะคะ ถ้าโหมด AI ปกติจะให้ภาพที่รายละเอียดดีกว่าค่ะ
นอกจากกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซลแล้ว Vivo V23e 5G ยังมีกล้องอีก 2 ตัว คือกล้องมุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล f/2.2 ตัวบนสุดนี้ และกล้องมาโครถ่ายภาพระยะใกล้ 2 ล้านพิกเซล f/2.4 ตัวล่างสุดนี้ค่ะ

กล้องมุมกว้างตัวนี้ถ่ายสนุกเลยค่ะ ถ่ายภาพกว้างกว่าเลนส์ปกติ 0.6 เท่า ทำให้ได้มุมมองแปลกตากว่าปกติในการถ่าย ถ่ายที่แคบ ๆ ให้ดูกว้างได้ แถมถ้าเอามาถ่ายบุคคลยังสามารถจัดให้ตัวแบบดูตัวเรียวกว่าปกติได้ด้วย

ส่วนภาพซูมจาก Vivo V23e 5G ถือว่าทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง คือกล้องใช้ความพิเศษของเซนเซอร์ 50 ล้านพิกเซลมาทำให้ภาพซูมในระดับ 2 เท่าดูโอเค

และเลนส์มาโครทำให้สามารถถ่ายวัตถุในระยะใกล้ไม่กี่ cm ได้ ก็ให้วัตถุในภาพที่ใหญ่กว่าปกติ แต่รายละเอียดในภาพ และความคมจะสู้เลนส์หลักไม่ได้นะคะ

ลูกเล่นสนุก ๆ อีกอย่างคือโหมดรับแสง 2 เท่า หรือ Double Exposure ค่ะ เราสามารถถ่ายภาพซ้อนกับวัตถุอื่นสวย ๆ ได้ หรือจะถ่ายภาพด้วยตัวเอง 2 ครั้งมาซ้อนให้สวยงามก็ได้เช่นกันนะคะ

โหมด Dual View Video 3.0 นี่สนุกมากค่ะ คือเราเลือกรูปแบบการถ่ายได้หลากหลายมาก เห็นไหมกล้องหน้าก็ถ่ายนาวลิ้มอยู่ในรูปหัวใจ ส่วนกล้องหลังก็ก็เก็บภาพไป

หรือจะเปลี่ยนกรอบเล็กให้เป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบนี้ก็ได้ ลากตำแหน่งของกรอบเล็กก็ได้ว่าจะให้อยู่ตรงไหน สลับให้กล้องหน้า-หลังไปอยู่กรอบเล็กกรอบใหญ่ก็ทำได้

หรือจะเปลี่ยนให้โชว์กล้องหน้า-กล้องหลังอย่างละครึ่งจอ ซึ่งเราสามารถลากเส้นกั้นตรงกลางได้ด้วยนะ จะเอากล้องไหนมากกว่ากัน

แถมยังสามารถเลือกได้อีกว่าจะเอากล้องไหนมาคู่กันค่ะ จากปกติคือกล้องหน้ากับกล้องหลังตัวหลัก จะเปลี่ยนเป็นกล้องหน้ากับกล้องหลังมุมกว้าง หรือกล้องหลัง 2 เลนส์พร้อมกันก็ได้ ประยุกต์ใช้ได้หลากหลายมากเลย
เพียงแต่เราไม่สามารถปรับแต่งตำแหน่งกรอบเล็ก ขนาดกรอบครึ่ง ได้เมื่อกดถ่ายไปแล้ว ต้องปรับให้เสร็จก่อนนะ จบการรีวิวเรื่องกล้องแล้วนะคะ กลับเข้าสตูดิโอกันต่อค่ะ

ดีไซน์

ดีไซน์ของ Vivo V23e 5G นั้นสวยงามเลยนะคะ ดีไซน์กล้องหลังก็เป็นเอกลักษณ์ของ Vivo ที่จะเป็นแผ่นแบนๆ เรียบหรูตรงนี้ ส่วนสีที่นาวลิ้มได้มารีวิววันนี้คือ Sunshine Coast จะเป็นสีรุ้ง ๆ สะท้อนแสงได้หลายเฉดสี พร้อมฝาหลังเป็นกระจกพ่นทรายให้สัมผัสนุ่มนวล ซึ่งเรียกว่า Satin AG Glass คือสัมผัสนุ่มเหมือนผ้าซาตินค่ะ และทั้งฝาหลังก็เป็นกระจกแผ่นเรียบไปทั้งหมดค่ะ ไม่มีความโค้งความเว้าตรงไหนเลย ส่วนถ้าใครต้องการสีสันเข้มๆ Vivo V23e 5G ก็ยังมีสี Moonlight shadow ให้เลือกด้วยนะคะ

ด้านหน้าจอของ Vivo V23e 5G นั้นมีขนาด 6.44 นิ้ว เป็นจอ AMOLED ความละเอียด Full HD+ ค่ะ ก็เป็นจอที่เรียบทั้งแผ่น ไม่มีขอบโค้งใดๆ ค่ะ ซึ่งก็ให้สีสันได้ดี ท่องเว็บ เล่นโซเซียลได้สบายตาดี และมีโหมดถนอมสายตาสำหรับการใช้ในยามค่ำคืนด้วย

แต่หน้าจอนี้ไม่ได้เป็นระดับจอนุ่ม คือยังเป็นจอ 60 Hz ตามมาตรฐาน ไม่รองรับ 90 หรือ 120 Hz และไม่รองรับ HDR ทั้งจาก Youtube และ Netflix ค่ะ แต่ก็สามารถเปิดวิดีโอระดับ Full HD ได้จาก Netflix ค่ะ Vivo V23e 5G นั้นมีความหนาแค่ 7.36 มม. นะคะ เป็นสมาร์ตโฟนที่บางมากรุ่นหนึ่งเลย และมีน้ำหนักแค่ 172 กรัม จับถือสบายมือดีค่ะ

ส่วนรอบเครื่อง มีเพียงพอร์ต USB-C อยู่ด้านล่างนะคะ ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 mm และมีลำโพงเดียวอยู่ด้านล่างนี้ ไม่ใช่ลำโพงสเตอริโอนะคะ ซึ่งก็ให้เสียงได้ดังดีเลย

แต่ Vivo V23e 5G ก็รองรับ Codec Bluetooth ได้หลากหลายค่ะ AAC, aptX Adaptive, LDAC รองรับหมดเลย ทำให้ใช้หูฟังไร้สายดีๆ อย่าง Vivo TWS 2 ANC ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ตัวนี้ก็ให้เสียงเพลงที่กระจ่างและหนักแน่นได้ค่ะ

ซึ่งเครื่องนี้มาพร้อมหัวชาร์จ 44W FlashCharge สามารถชาร์จแบตเตอรี่ความจุ 4050 mAh ภายในเครื่องให้ได้ 69% ได้ภายใน 30 นาทีค่ะ เร็วมาก

และสมาร์ตโฟนรุ่นนี้รองรับ 5G เรียบร้อยตามชื่อรุ่น และรองรับการใส่ 2 ซิม แต่ซิมที่ 2 ต้องเลือกว่าจะใส่ nano Sim หรือ MicroSD Card ซึ่งรองรับความจุสูงสุด 1 TB

สเปก

Vivo V23e 5G ใช้หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 810 มาพร้อมแรม 8 GB และพื้นที่ในเครื่อง 128 GB ค่ะ และมี Extended RAM ซึ่งสามารถนำพื้นที่ในเครื่องไปใช้เพิ่มเป็นแรมได้อีก 4 GB รวมเป็น 12 GB เพื่อทำให้ประสิทธิภาพเครื่องลื่นไหลขึ้น

ซึ่งการทดสอบด้วย Geekbench 5 ได้คะแนน Multicore ออกมา 1634 คะแนน ก็ใกล้เคียงกับ Snapdragon 732G ค่ะ ส่วนการทดสอบด้วย 3Dmark ชุด Wlidlife Stress Test เทสต์ 20 รอบต่อเนื่อง 20 นาที ได้ไปราว 1,230 แบบนิ่งๆ คะแนนแทบไม่เปลี่ยนไปเลยตลอดการทดสอบ ซึ่งเป็นคะแนนที่ดีกว่า Snapdragon 750G ค่ะ

ส่วนเมื่อเอาไปทดลองเล่นเกม Genshin Impact สวยสุด เมื่อปรับกราฟิกเป็นระบบสูงสุด พร้อมปรับเป็น 60 fps พบว่ายังสามารถเล่นได้ แต่จะไม่ลื่นไหลนักค่ะ ก็แนะนำให้ภาพคุณภาพกราฟิกเป็นระดับกลางถึงต่ำ จะเล่นได้ลื่นไหลกว่านะคะ

ข้อสังเกต

ส่วนข้อสังเกตของ Vivo V23e 5G เราว่าอยู่ที่กล้องวิดีโอไม่สามารถบันทึกวิดีโอในระดับ 4K ได้นะคะ แล้วก็ซอฟต์แวร์ของ Vivo เช่น V-Appstore หรือ iManager ที่ค่ามาตรฐานคือจะส่งแจ้งเตือนสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งถ้าใครไม่ชอบก็สามารถเข้าไปปิดการแจ้งเตือนได้นะคะ และหลังจากติดตั้งแอปจาก Play Store จะมีโฆษณาแอปจาก V-Appstore ด้วย

รีวิวที่ดีต้องมีราคา

สำหรับ Vivo V23e 5G เปิดตัวในไทยด้วยราคา 12,999 บาท สร้างความร้อนแรงให้กับตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางไปเลยค่ะ ดูรีวิวของนาวลิ้มจบแล้ว ตัดสินใจเลือกซื้อกันได้เลย!