แบไต๋ M-Flow ระบบเก็บค่าผ่านทางไม่มีไม้กั้น ที่พร้อมใช้งานแล้ววันนี้!

หลังจากตั้งเค้าในแวดวงข่าวสารกันมานาน ในที่สุดสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นในประเทศไทย M-Flow! ระบบเก็บค่าผ่านทางอัจฉริยะบนมอเตอร์เวย์และทางด่วนพิเศษแบบไม่มีไม้กั้น อ้าว…อย่างนี้ก็เร็วสิ ถูกเลยครับ! คุณขับโดยไม่ต้องชะลออีกต่อไป ขับผ่านฉิว…ไปเลย แล้วค่อยมาเก็บเงินกันภายหลัง นี่! ดูนี่ 0 บาท เดี๋ยวจะขับผ่านให้ดู อ้าว แล้วเขาจะเก็บเงินเราเมื่อไหร่ แล้วจะเก็บอย่างไร แล้วจะสมัครใช้บริการแบบไหน แถมจะตรวจสอบกันได้ไหม วันนี้ผมหนุ่ย พงศ์สุข แบไต๋ละเอียดกับระบบ M-Flow

M-Flow คืออะไร

ปัญหาจราจรแออัดหน้าด่านเก็บเงินนี่ เราเห็นกันมาตั้งแต่เริ่มต้นมีทางด่วนเลยนะครับ ก็ต้องยอมรับไม่ว่าจะเป็นการจอดเพื่อจ่ายเงินสด หรือแม้แต่เทคโนโลยีที่เอามาช่วยอย่าง M-Pass, Eazy Pass ก็ยังคงมีการชะลอตัวอยู่ดี ยิ่งรถที่ไม่มีแล้วเข้าไปในช่องนั้น โอโฮ้ ถอยกันยาวครับ เรื่องนี้เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาได้จริง แล้วก็ต้องแก้อย่างแม่นยำด้วย กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ตั้งโต๊ะคุยกันเลยว่าใช้อะไรแก้? ก็สรุปว่าใช้ ‘AI’ หรือ ‘ปัญญาประดิษฐ์’ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ใช้ทาง เลยก่อเกิดเป็น M-Flow กล่าวคือ จะมีช่อง M-Flow เป็นด่านไร้ไม้กั้น คุณสามารถที่จะเอารถที่คุณลงทะเบียนแล้วนะครับ แล้วก็ผ่านไปเลย ตรงนี้จะทำให้เกิดความรวดเร็วในการให้บริการได้ 5 เท่า จากเดิม ซึ่งก็เท่ากับ 2,500 คัน/ชั่วโมง ซึ่งตรงนี้โดยเทคนิคแล้ว เขาใช้ Video Tolling เป็นระบบการตรวจสอบทะเทียบรถที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้ก่อนล่วงหน้า แบบอัตโนมัติ!

ทำความรู้จัก Video Tolling

Video Tolling ประกอบไปด้วย

  1. Automatic License Plate Recognition กล้องที่จะอ่านป้ายทะเบียนโดยอัตโนมัติ ละก็รองรับความเร็วสูงสุดของการวิ่งฉิว…ตามกฎหมาย คือ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถจับป้ายทะเบียนได้ทัน
  2. Automatic Vehicle Classification อุปกรณ์จำแนกประเภทของรถอัตโนมัติ รองรับการใช้งานกับรถทุกประเภทที่ได้รับอนุญาตให้วิ่งบนทางหลวงพิเศษ
  3. RFID Antennas เสาอากาศอ่านข้อมูลจาก RFID Tag จะติดอยู่ในรถ โดยจุดนี้จะเป็นอนาคตของ M-Flow กล่าวคือ จะมีตัวเลือกในการติดตั้ง RFID Tag ไว้ให้ เพื่อจะเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับรถที่วิ่งผ่าน นอกเหนือจากการอ่านป้ายทะเบียน
  4. RFID Controller อุปกรณ์ตรวจจับรถอัตโนมัติ เพื่อจะนับจำนวนรถที่วิ่งผ่านช่องทาง
  5. Lane Controller อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ควบคุมช่องทาง

อุปกรณ์ทั้ง 5 นี้ เราไม่ต้องเอามาติดตั้งในรถเรา เรามีแคแอปพลิเคชันที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้นเรียบร้อย M-Flow สร้างรูปแบบของกล้องที่ทำองศามาอย่างถูกต้อง แม่นยำ ไม่ว่าคุณจะขับเร็วแค่ไหน สภาพอากาศจะแย่แค่ไหน ป้ายทะเบียนของเราจะเด่นชัดแบบนี้ แล้วก็นำมาบันทึกกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแอปพลิเคชันของเรา

แต่! ทั้งนี้ถ้า AI ไม่ชัวร์ ว่ารถคันนี้อยู่ในระบบหรือไม่ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปยังทีมงานหลังบ้าน เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกที ซึ่งถึงเวลานั้นเราก็ไปถึงไหน ต่อไหนแล้วล่ะ เดี๋ยวเราจะไปลองกัน จะไปวิ่งฉิวแบบมาก ๆ เลย แล้วจะลองดูว่าจะเป็นอย่างไร แต่! ก่อนเราจะลอง เราต้องสมัครเสียก่อน

วิธีการสมัคร

ขั้นตอนการสมัครที่ไม่ยาก มีด้วยกัน 4 วิธี

  1. เข้าเว็บไซต์ mflowthai.com นี้! เว็บไซต์นี่ก็จะมีวิธีการสมัคร ซึ่งก็ไม่ได้ยากมาก กรอกทุกสิ่งอย่างให้ครบก็เท่านั้น
  2. คุณจะใช้แอปพลิเคชันก็ได้ ถ้าไม่อยากเข้าเว็บก็โหลดเลยครับ MFlowThai ชื่อเดียวกัน
  3. Walk-In คุณสามารถเดินเข้าไปสมัครได้เลย เพราะมีจุดให้บริการถึง 5 จุด ด้วยกัน ณ ปัจจุบันนี้
    1. กรมทางหลวง (พระราม 6)
    2. ด่านทับช้าง 1 ขาเข้า
    3. ด่านทับช้าง 2 ขาออก
    4. จุดบริการทางหลวงบางปะกง 1 ขาออก
    5. จุดบริการทางหลวงบางปะกง 2 ขาเข้า
  4. ตามหน่วยบริการเคลื่อนที่ของ M-Flow กล่าวคือ จะมีรถตู้ประชาสัมพันธุ์ ที่จะเดินพาเหรดไปเลื่อยเลย คุณก็ไปสมัครกันได้

การสมัครผ่านแอปพลิเคชัน

แต่แฟน ๆ แบไต๋คุณจะต้องไปลำบากเจ้าหน้าที่ทำให้ไหมครับ วันนี้ผมก็จะทำให้ดูก่อนเลยว่าวิธีการสมัครผ่านแอปพลิเคชันมันง่ายขนาดไหน แต่ทั้งนี้ด้วยการที่ M-Flow จะต้องตรวจสอบด้วยระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่มีใครถูกสวมป้ายทะเบียน กระบวนการตรวจสอบจึงต้องใช้เวลา

วันนี้ผมมาเตรียมตัวสมัคร M-Flow ผมตั้งใจจะสมัครสด ๆ ให้คุณผู้ชมดู เพราะว่าผมเชื่อว่าหลายคนกลัวการสมัคร เรื่องนี้สำคัญเนื่องจาก M-Flow เป็นระบบการใช้การอ่านป้ายทะเบียนรถ ฉะนั้นเขาต้องมั่นใจว่าจะไม่มีใครมาแอบอ้างความเป็นรถคุณ! หรือตัวคุณ! อันนี้ถือว่ารัดกุม

สิ่งที่คุณต้องเตรียมแน่ ๆ ก็คือการเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นภาพ บัตรประชาชน แล้วก็เตรียมทะเบียนรถไว้ด้วย แต่ทั้งนี้ถ้ารถไม่ได้เป็นของคุณ เป็นรถของบริษัทคุณก็ให้นิติบุคคลออกหนังสือรับรอง ถ้าเป็นรถของสมาชิกในครอบครัว ก็ให้เจ้าของรถมอบสิทธิ์มา แบบฟอร์มสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของ M-Flow คุณสามารถที่จะเซ็น แล้วก็สแกนด้วยการถ่ายรูป จากนั้นก็อ่านข้อตกลงให้ครบ แล้วปุ่มตกลงจะเข้มขึ้นมา คุณก็กดตกลงเข้าไปได้เลย เอาล่ะเข้าสู่ระบบการลงทะเบียนกันเลย

  1. กรอกเบอร์โทรศัพท์ แล้วยืนยันตัวตนผ่าน OTP
  2. กรอกข้อมูลบัตรประชาชน และ E-Mail ตรงนี้ต้องมีการยิ้มหวานถ่ายรูปคู่กับบัตรประชาชนด้วย
  3. กรอกที่ตามทะเบียนบ้าน และที่อยู่ปัจจุบัน ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องกรอกเยอะถ้าเป็นที่อยู่เดียวกัน
  4. ลงทะเบียนรถ ตรงนี้เราต้องเตรียมเล่มรถของเราไว้ด้วยเพื่อถ่ายรูป อัปโหลดเข้าระบบ รวมถึงถ่ายรูปรถที่จะลงทะเบียน ทั้งมุมหน้า มุมข้าง และมุมหลัง
  5. ระบุวิธีการชำระเงิน จะเป็นรายครั้งก็ได้ หรือรายเดือนก็ดี
    กรอกรายละเอียดให้ครบตามนี้ จบเลย!

ของที่ระลึกจากการสมัครจะได้ QR Code เพื่อเอาไว้ตรวจสอบการลงทะเบียน ซึ่งอันนี้บันทึกลงเครื่องไว้ได้เลย

แต่คุณยังไม่สามารถเข้าระบบได้ทันทีน่ะ เนื่องจากการสมัคร M-Flow จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริงทั้งหมด ที่ส่งหลักฐานกันไปเมื่อสักครู่นี้ เจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องมาตรวจทั้งหมดก่อน เมื่อถูกต้องแล้วเขาก็จะส่ง SMS มาให้เรารู้ว่าถึงเวลาเข้าระบบแล้วไม่ได้ยากอะไร มีแค่เรื่องบัตรประชาชนที่คุณมาถ่ายสด ๆ หน้ากล้องแบบนี้เพราะต้องการให้เห็นตัวคุณกับบัตรอยู่ด้วยกัน ซึ่งก็มีเส้น Out Line บอก ให้ถ่ายง่ายขึ้น

จริง ๆ ไม่ต้องรอ 1 วันก็ได้ แค่ชั่วโมงกว่า ๆ ก็ได้รับการยืนยันแล้วว่าการลงทะเบียนสำเร็จ ึคุณก็เข้าไปจัดระบบได้เรียบร้อยกับข้อมูลสมาชิกต่าง ๆ ยืนยันชัดเจน ฉะนั้นตอนนี้ผมมั่นใจแล้วที่จะเทสต์ M-Flow รถคันนี้ ป้ายทะเบียนนี้ ก็สามารถที่จะขับผ่านช่อง M-Flow ได้แล้ว Here we go!

ทดสอบระบบ

เมื่อคุณมายังด่านที่รองรับระบบ M-Flow มองไปพื้นถนนข้างหน้าจะทำสีพิเศษไว้เลย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของช่อง M-Flow ก็คือสัญลักษณ์สีฟ้า เหมือน M-Pass และ Easy Pass เดิม แต่เติมแถบสีแดงเข้ามา อีกทั้งยังมีป้ายค่อยบอกว่าช่องทางนี้เป็นช่องทางพิเศษ

แถมคุณไม่ต้องเสียเวลาชะลอความเร็วเพื่อเปิดแอปพลิเคชัน อีกทั้งไม่ว่ายอดเงินในระบบคุณจะเหลือน้อยเพียงใดคุณก็สามารถขับผ่านไปได้ เพราะบริการนี้ไม่ใช่ Prepaid แต่เป็นระบบ Postpaid ผ่านไปก่อนจ่ายทีหลัง ซึ่งจะแตกต่างกับ M-Pass และ Easy Pass ที่เราเคยต้องชะลอนิดหน่อย เพราะอันนี้ไร้ไม้กัน อีกทั้งด่านของ M-Flow เป็นเหมือนนั่งร้านทำให้สามารถผ่านได้โดยไม่เสียจังหวะ

แต่ ณ ตอนนี้เราก็ยังต้องเข้าด่าน M-Pass และ Easy Pass ไปก่อน เนื่องจากยังเป็นช่วงทดสอบเสมือนจริงอยู่ ฉะนั้น กรมทางหลวง รวมถึงการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยินดีที่จะให้ทุกคนผ่านไปก่อน แต่จะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบสักพัก กองบรรณาธิการแบไต๋ได้มาทดสอบเส้นทางนี้อย่างจริงจังหลายรอบ ได้ข้อสรุปคร่าว ๆ ว่าจะมีการถ่ายป้ายทะเบียนเราไว้ เมื่อผ่านด่านบริเวณนี้ เวลานี้ ถือเป็นเรื่องดีที่มีการให้หลักฐานเพื่อยืนยันว่าเราผ่านมาจริง ๆ

การชำระเงิน

ตื่นจากฝันกันก่อน เมื่อคุณผ่านก็เท่ากับคุณได้ก่อเกิดหนี้ เพราะนี้คือ Postpaid จ่ายหลังใช้ ฉะนั้นแล้วทาง M-Flow ได้ออกแบบช่องทางการชำระเงินไว้อย่างหลากหลาย เพื่อให้คุณสะดวกในการชำระเงิน อีกทั้งยังสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายเป็นรายครั้ง หรือรายเดือนก็ได้ รายเดือนก็คือรอรอบบิลทุกวันที่ 1 กับ 16 แล้วแต่เราจะตั้ง โดยเราก็ยังสามารถเลือกช่องทางชำระได้ดังนี้ ตัดผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต และบัญชีธนาคาร แต่ทั้งนี้หากเราเลือกที่จะชำระเป็นรายครั้ง มี 5 ช่องทางในการชำระ ตัดผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, ตัดผ่านบัญชีธนาคาร, ตัดผ่าน M-Pass เดิม และตัดผ่าน Easy Pass เดิม

แต่หากคุณไม่ชอบให้ตัดผ่านบัตร ชอบที่จะตัดสินใจเอง ทันทีที่คุณเห็นยอดก็สามารถเลือกได้อีก 2 ช่องทาง คือ เข้าไปตั้งค่าที่หน้าเว็บไซต์ mflowthai.com และ แอปพลิเคชัน MFlowThai ก็สามารถตั้งได้ว่าคุณสะดวกชำระผ่านตู้ ATM หรือ Counter Service ที่ 7-11 ทุกสาขา หรือจะเป็น Moblie Banking ในโทรศัพท์ของคุณเองก็ได้ สะดวกจริง ๆ

การชำระเงินของผู้ไม่เป็นสมาชิก

หากคุณไม่ใช่สมาชิก M-Flow แล้วบังเอิ๊ญ…บังเอิญ วิ่งบนเลนของสมาชิก คุณมีเวลา 2 วันในการชำระค่าบริการ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com แล้วให้หาข้อความที่ว่า ‘วิ่งช่องผ่านทาง M-Flow แต่ไม่ใช่สมาชิก’ แล้วกดเข้าไป หลังจากนั้นให้ใส่ข้อมูลของคุณระบบก็จะแสดงหลักฐาน วัน เวลา สถานที่ ที่คุณที่ใช้บริการ ก็จัดการชำระให้เสร็จสิ้น…

กฎหมายและข้อบังคับ

คำถามสำคัญสุดก็คงหนีไม่พ้น “ถ้าหากเราจะตีมึน ใช้บริการ M-Flow แล้วไม่ชำระค่าบริการนี้ ได้ไหม?” คงต้องเรียนตามตรงว่าไม่ได้ เพราะเขามีหลักฐานจาก Video Tolling ที่เก็บภาพทะเบียนรถของคุณไว้แล้ว อีกทั้งยังมีการปรับ ที่เป็นไปตามเงื่อนไขจำนวนมาก ในที่นี้เราขอยก 2 เงื่อนไขที่เป็นพื้นฐาน

กรณีไม่ได้เป็นสมาชิก M-Flow สมมุติว่าค่าผ่านทาง 30 บาท แล้วเกินกำหนดชำระ คุณจะต้องชำระ ‘ค่าผ่านทาง + ค่าปรับ 10 เท่า’ กล่าวคือ คุณยังคงต้องชำระค่าผ่านทาง 30 บาท บวกกับค่าปรับ 10 เท่าอีก 300 บาท รวมแล้วคุณต้องจ่าย 330 บาท

อีกทั้งค่าปรับดังกล่าวคุณต้องชำระภายใน 12 วัน เงื่อนไขการปรับก็จะเปลี่ยนไป คุณ ๆ ทั้งหลายสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ mflowthai.com

และหากคุณยังเมินเฉยต่อค่าปรับ คุณก็จะมีโทษทางกฎหมาย อีกทั้งยังถูกขึ้นบัญชีดำ ทั้งหมดทั้งมวลของค่าปรับที่คุณเพิกเฉยจะถูกมัดรวมไปจ่ายทีเดียวตอนคุณชำระภาษีรถยนต์ประจำปี

ข้อสังเกต

รีวิวที่ดีก็ต้องมีข้อสังเกต กองบรรณาธิการแบไต๋จะให้กับคุณผู้ชมไว้ก็คือเรื่องของการแจ้งเตือน ถึงแม้จะได้รับการแจ้งเตือนแล้วก็จริง แต่ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าการแจ้งเตือนจะเข้า ท่าจะให้ดีก็ต้องเข้าด่านปุ๊บ แจ้งเตือนมาปั๊บ ฉะนั้นแล้วเรายังหวังว่าหลังจากช่วงทดสอบเสมือนจริงผ่านไปแล้ว M-Flow จะสามารถแจ้งเตือนทันทีที่ผ่าน อีกทั้งการแจ้งเตือนก็ขอให้เป็นแบบ SMS หรือไม่ก็เป็นแบบไม่ต้องกดเข้าในแอปพลิเคชัน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส