ถอดรหัส ESG 4 Plus เพื่อเรา เพื่อโลกที่ยั่งยืน

คนมักจะถามหาโลกที่น่าอยู่ คุณภาพชีวิตหรือสังคมที่ดีขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะมือของเราที่อาจกำลังสร้างวิกฤตให้โลกแบบไม่รู้ตัว

ในวันนี้ที่เรานิยมสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ หรือเพียงซื้อเสื้อยืดใหม่ ๆ สักตัวบนโลกออนไลน์ คุณรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ของเรา มีส่วนทำให้โลกร้อน จนกำลังจะเข้าสู่ Climate Crisis

นอกจากการกินเเละใช้อย่างสิ้นเปลือง เราจะเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างขยะมากถึง 2,000 ล้านตันในเเต่ละปี ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติยิ่งก็เสี่ยงที่จะขาดแคลน

หากเรายังใช้ชีวิตกันแบบนี้ ในปี 2050 เราอาจต้องมีโลกถึง 3 ใบ เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอกับความต้องการของคนเรา

ขณะเดียวกัน สถานการณ์โควิด 19 ยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำยิ่งทวีคูณ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO รายงานว่า คนตกงานทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 205 ล้านคน ในปี 2022 สอดคล้องกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินไว้เมื่อต้นปี 2021 ว่าการระบาดของโควิด-19 อาจทำให้แรงงานไทยกว่า 4.7 ล้านคน เสี่ยงถูกเลิกจ้าง

แต่คุณจะเชื่อไหมครับ หากผมจะบอกว่า วันนี้เราทุกคนสามารถ ‘เปลี่ยน’ เพื่อโลกในวันพรุ่งนี้ได้จริง ๆ…

ไม่กี่วันก่อน ผมได้มีโอกาสชมไลฟ์งาน ‘SCG ESG Pathway เริ่มด้วยกัน เพื่อเรา เพื่อโลก’ เขาได้บอกเล่าถึงนวัตกรรมที่จะช่วยให้เราสามารถร่วมกันดูแลโลกใบนี้ได้มากขึ้น รวมถึงเป็นแนวทางที่จะช่วยผู้คนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ผ่านแนวทางที่เรียกว่า ‘ESG 4 Plus’

แต่ก่อนที่จะไปหาคำตอบว่า แนวทาง ESG 4 Plus จะช่วยโลกได้อย่างไร ผมขออธิบายถึงคำว่า ESG ที่ทั้งนักลงทุน ภาครัฐ เเละบริษัททั่วโลกต่างให้ความสนใจ กันก่อน

‘ESG’ คืออะไร ESG คือกลยุทธ์การบริหารธุรกิจให้ยั่งยืน ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ธุรกิจควรเติบโต ไปพร้อมกับการดูเเลสิ่งแวดล้อม (Environmental) เเละสังคม (Social) อย่างมีบรรษัทภิบาล (Governance) หรือมีการกำกับดูแลองค์กรอย่างโปรงใส เป็นธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกื้อหนุนกันจนทำให้เกิดการพัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติ และโมเดล เศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืนของรัฐ หรือ BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) นั่นเอง

ทุกวันนี้หลายบริษัททั่วโลกได้นำกลยุทธ์นี้มาใช้ดำเนินธุรกิจอย่างแพร่หลายแล้ว อย่าง SCG เขาก็ได้มีการประกาศจุดยืนที่จะช่วยโลก ดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม ขณะเดียวกัน ก็ชวนให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการดูเเลสิ่งเเวดล้อมเเละสังคม ด้วยนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาตามแนวทาง ESG 4 Plus ที่แบ่งออกได้เป็น 4 ข้อ

แนวทางข้อที่ 1 มุ่ง NetZero ในปี 2050

SCG ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ด้วยการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงวิจัยและลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Technology) เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Supervisory for Energy Analytics) เข้ามาใช้ตลอดกระบวนการผลิตสินค้าและบริการ

แนวทางข้อที่ 2. Go Green

SCG ได้พัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมให้เรารักษ์โลก ด้วยสินค้าที่มีฉลาก SCG Green Choice ฉลากที่รับรองผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยสร้างสุขอนามัยที่ดี

ซึ่งทาง SCG ก็วางแผนจะเพิ่มฉลาก SCG Green Choice เป็น 2 เท่าจากร้อยละ 32 เป็นร้อยละ 67 ภายในปี 2030 อีกด้วย ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา นอกจากจะมีสินค้าที่ช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้นเเล้ว ยังทำให้เรามีส่วนช่วยดูเเลโลกได้ง่ายขึ้นด้วย

หากพูดถึงนวัตกรรมที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษ ต้องนี่เลยครับ SCG Solar Roof Solution ในช่วง new normal ที่ผู้คนต่างต้องทำงานอยู่บ้าน เป็นรูปแบบ hybrid workplace กันมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือค่าไฟที่มากขึ้นตามไปด้วย นั่นจึงทำให้หลายบ้าน หรือธุรกิจขนาดเล็กหลายที่หันมาติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคามากขึ้น ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ถึงเดือนละ 1,400-1,900 บาทเลยทีเดียว

นวัตกรรมนี้นอกจากจะช่วยให้สามารถลดค่าไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 60% คืนทุนภายใน 7-10 ปีแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากการรับซื้อไฟคืนจากทางภาครัฐอีกด้วย ถือเป็นอีกนวัตกรรมที่สร้างความคุ้มค่าและช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้าแบบปกติอีกด้วย

COTTO Adapter Sensor Faucet สินค้าหนึ่งตัวนี้ผมก็ชอบมากไม่แพ้กัน COTTO Adapter Sensor Faucet ก๊อกน้ำเซ็นเซอร์นวัตกรรมใหม่ Smart & Hygiene ที่ใช้พลังงานจากถ่านไฟฉายอัลคาไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อไฟฟ้าเลย มาพร้อมกับการทำงานผ่านระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ช่วยลดการสัมผัส และประหยัดน้ำได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญมีนวัตกรรมที่ควบคุมสารปนเปื้อนจากโลหะหนักเช่นสารตะกั่ว ทำให้เวลาเราล้างหน้าหรือแปรงฟันไม่ต้องกลัวว่าจะมีสารตกค้างติดตามมา

SCGP Rexycle อีกหนึ่งโซลูชันที่ช่วยให้คุณมีส่วนร่วมในการจัดการขยะนำกลับมารีไซเคิลย้อนกลับไปที่ต้นทาง เพียงคุณนำขยะอย่างกล่องกระดาษ กระป๋องอลูมิเนียม หรือขวดน้ำพลาสติก ไปทิ้งตามจุด Drop Point ใกล้บ้าน ซึ่งสามารถเช็คสถานที่ได้ผ่าน แอปฯ SCGP Rexycle แล้ว SCGP จะนำขยะไปสู่กระบวนการรีไซเคิล หรือเพิ่มคุณค่าไปเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะและงบประมาณในการจัดเก็บขยะ รวมถึงลดการเผาที่เป็นสาเหตุของปัญหาโลกร้อน และฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย

นวัตกรรมพลาสติกเพื่อสิ่งเเวดล้อม SCG Green Polymer การนำพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือน เช่น ขวดน้ำยาล้างจาน หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบการรีไซเคิล เพื่อผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (High Quality Post-Consumer Recycled Resin – PCR) ภายใต้แบรนด์ เอสซีจี กรีน พอลิเมอร์ (SCG Green PolymerTM) เพื่อนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่สำหรับสินค้าต่าง ๆ ต่อไป โดยที่ยังคงประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ไว้เช่นเดิม

นับเป็นการเปลี่ยน Waste ให้มี Value ตามหลัก Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ลดการใช้ เเละหมุนเวียนใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าอย่างเเท้จริง

แนวทางข้อที่ 3. Lean เหลื่อมล้ำ หรือลดความเหลื่อมล้ำ

SCG มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพที่ตลาดต้องการให้แก่ SMEs เเละชุมชนรอบพื้นที่ดำเนินงานของ SCG ทั้งนี้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดย SCG ตั้งเป้าจะสร้างงานสร้างอาชีพให้คนมากกว่า 20,000 คน ภายในปี 2025

ซึ่งโครงการที่ผมคิดว่าเจ๋งมาก เเละยังเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคอย่างเราด้วย คือ Q-Chang คือแพลตฟอร์ม ที่ทาง SCG พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นช่องทางที่ให้ผู้บริโภคได้ค้นหา เเละเลือกสรร ช่างมืออาชีพ ที่มีคุณภาพ กว่า 30 งานช่าง ที่ได้รับการพัฒนาทักษะเเละฝึกอาชีพ สำหรับให้บริการติดตั้ง ต่อเติม และปรับปรุงที่อยู่อาศัยของคุณ

นอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้และเสริมทักษะของช่างให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

Smart Farming อย่างที่รู้กันดีว่า ประเทศไทยของเราเป็นที่ขับเคลื่อนด้วยเกษตรกรรม ซึ่ง SCG และสยามคูโบต้าได้ร่วมกันพัฒนาทักษะของเกษตรกร ด้วยการให้ความรู้ด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการทำการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิต หรือที่เรียกว่า Smart Farming

โดยจะมีการนำเทคโนโลยี loT มาช่วยเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ และทำให้เกษตรกร ลดความเสี่ยงในการปลูกพืชต่าง ๆ ได้

รวมถึงการเสริมองค์ความรู้ด้วยปฏิทินการเพาะปลูกแบบออนไลน์ ผ่าน แอปฯ ซึ่งมาช่วยให้เพาะปลูกได้แม่นยำและเป็นแบบแผนขึ้น โดยปัจจุบันมีเกษตรกรใช้งานแล้วกว่า 500 ราย

นอกจากพี่ ๆ เกษตรกรจะได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเเล้ว ด้วยโมเดล Smart Farming ยังช่วยลดการใช้น้ำ ลดการใช้สารเคมี ซึ่งนำไปสู่การช่วยลดปริมาณก๊าซต่าง ๆ ที่มีผลต่อภาวะโลกร้อนด้วย นับเป็นการให้ความรู้ สร้างรายได้ สร้างความมั่นคง เเละสร้างความสุขให้กับเกษตรกรไทย

นวัตกรรมที่เล่าไปข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยเเนวทาง ข้อ 4 นี่เลย

แนวทางข้อสุดท้าย 4. ย้ำร่วมมือ Plus เป็นธรรม และโปร่งใส

นวัตกรรมที่ผมเล่าไปทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าขาดการร่วมมือกันจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งกับหน่วยงานระดับประเทศ อาเซียน และระดับโลก

ที่สำคัญ คือ ทุกการดำเนินกิจกรรมต้อง Plus เป็นธรรม และโปร่งใส คือดำเนินงานทุกอย่างด้วยความถูกต้อง เป็นธรรม และตรวจสอบได้

ทั้งหมดนี้ คือ ESG 4Plus ที่เป็นเป็นเเนวทางขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG ของ SCG การที่จะช่วยให้โลกหลุดพ้นจากวิกฤต Climate Crisis การขาดเเคลนทรัพยากรเเละความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อส่งต่อโลกที่น่าอยู่กว่าเดิมให้คนรุ่นต่อไป พวกเราทุกคนนี่แหละครับคือ ‘คำตอบ’ ผมเชื่อว่าโลกที่เราอยากเห็นหรือใฝ่ฝันจะเกิดขึ้นได้ หากเราเริ่มวันนี้ “เริ่มด้วยกัน เพื่อเรา เพื่อโลก”