รีวิว ASUS ExpertBook B5 Flip OLED โน้ตบุ๊กธุรกิจ พับจอ 360 องศา ใช้งานยืดหยุ่น

นี่คือ ASUS ExpertBook B5 Flip OLED โน้ตบุ๊กสายธุรกิจ หน้าจอ OLED พับได้ 360 องศา แถมมีปากกามาให้ด้วย! จะน่าใช้แค่ไหน เหมาะเอาไปใช้งานอะไร เดี๋ยววันนี้เรามา #beartai ให้ดู

ดีไซน์

เริ่มดูกันที่ดีไซน์ก่อน ASUS ExpertBook B5 Flip OLED ก็ต้องบอกว่าดูพรีเมียม อันนี้แพนว่าดีกับโน้ตบุ๊กสายธุรกิจ เพราะบางทีต้องเอาไปพรีเซ็นต์ลูกค้า หน้าตาก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีส่วนเสริมให้เราดูดีขึ้น

สีเครื่องก็มีให้เลือกสีเดียวคือสีดำ โดยวัสดุที่ฝาหลังเป็นอะลูมิเนียม ให้ผิวสัมผัสลื่น ๆ แต่แอบติดรอยนิ้วมือง่ายไปหน่อย แต่ก็สามารถเช็ดออกได้

พูดถึงอะลูมิเนียม เราน่าจะรู้คุณสมบัติอยู่แล้วว่าเด่นเรื่องความเบา เลยทำให้เครื่องนี้หนักอยู่ที่ 1.265 กก. ถือว่าค่อนข้างเบากับการพกไปใช้งานทุกวัน พอรวมอะแดปเตอร์กับปากกาที่แถมมาให้ในกล่องด้วย จะหนักอยู่ที่ 1.584 กก. แพนว่าไม่ได้หนักมากนะ

ด้านสัดส่วนความใหญ่ ก็ไม่ต่างจาก A4 เท่าไร ใหญ่กว่านิดหน่อย ด้านความหนาอยู่ที่ 1.7 ซม. ตรงนี้ก็ถือว่าหนาอยู่พอสมควร

รอบเครื่องก็จะมี ปุ่มเพิ่มเสียง-ลดเสียง, พอร์ต micro HDMI ที่สามารถเสียบ Dongle สำหรับต่อสาย LAN อันนี้เขาแถมมาให้ในกล่องเลย

ส่วนพอร์ตต่อมาอีกสองช่อง คือ Thunderbolt 4 ที่รองรับการส่งข้อมูลระดับ 40 Gbps และยังรองรับการต่อหน้าจอแยก 4k ได้สูงสุด 3 หน้าจอ และรองรับการชาร์จแบตเตอรี่ด้วย จะชาร์จจากช่องไหนก็ได้

อีกฝั่งจะเป็นช่อง Kensington Lock, HDMI 2.0b, USB-A 3.2 Gen 2, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และปุ่ม Power ที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว ปลดล็อกด้วย Windows Hello ได้

หน้าจอ

นี่คือหน้าจอ OLED (organic light-emitting diode) ขนาด 13.3 นิ้ว สัดส่วน 16:9 ความละเอียด FHD จุดเด่นของจอ OLED คือมีขอบเขตการแสดงสีที่กว้างถึง 100% DCI-P3 ค่านี้รับรองโดยสถาบัน Pantone Validated และยังมีการรับรองจาก TUV Rheinland ว่าช่วยปกป้องจากสายตาจากแสงสีฟ้า

การแสดงสีระดับ 100% DCI-P3 ก็ต้องบอกว่า เป็นจอที่แสดงสีได้เที่ยงตรงมาก ๆ สามารถเอาไปใช้กับงานกราฟิก หรืองานตัดต่อ ระดับมืออาชีพได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องสีเพี้ยนเลย หรือถ้าเราเอาไปดูหนังก็จะได้สีที่สดใสสมจริง แถมยังรองรับ HDR ด้วยนะ ดูเพลินเลยล่ะ

ส่วนความสว่างก็อยู่ที่ 400 Nits ซึ่งสามารถสู้แสงในออฟฟิศได้สบาย ๆ เลย และยังสู้แสงในสตูดิโอได้ด้วย

นอกจากสีตรงแล้ว ก็ยังรองรับการทัชสกรีน และรองรับการวาดเขียนด้วยปากกาที่แถมมาให้ บวกกับหน้าจอสามารถพับได้ถึง 360 องศา ทำให้การใช้งานมีความยืดหยุ่น โดยเราสามารถปรับโหมดการใช้ได้ 4 แบบคือ

  • โหมดโน้ตบุ๊ก เอาไว้พิมพ์งานทั่วไป และก็ยังคงมี Ergolift ยกเครื่องขึ้น 3 องศา ช่วยเรื่องการระบายความร้อน องศาการพิมพ์ คุณภาพเสียงลำโพงให้ดีขึ้น
  • โหมดสแตนด์ อันนี้เหมาะกับการใช้ปากกาวาดเขียน จะคล้าย ๆ กระดานวาดรูป
  • โหมดเต็นท์ ไว้ตั้งกับโต๊ะ เพื่อพรีเซนต์แบบนี้ องศาจะเหมาะกับระดับสายตาพอดีเลย
  • สุดท้ายพับจอเป็นโหมดแท็บเล็ต อันนี้จะเหมาะกับการเดินใช้งานที่สุด เช่น เดินจดโน้ต หรือวาดจอ นอกจากนี้ยังเอาไว้วางกลางกลุ่ม เพื่อดูกันหลาย ๆ คนด้วยนะ แพนว่าสะดวกเลย

พูดถึงเรื่องการใช้งานไปแล้ว ก็ต้องดูเรื่องกล้องกันด้วย เพราะช่วงนี้ หลายคนก็ยังต้องประชุมออนไลน์อยู่ โดยกล้อง Webcam ที่ให้มาก็มีความละเอียด 720p โดยมีชัตเตอร์ปิดกล้องมาให้ในตัว ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับการใช้งานองค์กรได้ดี ในขณะที่ไมโครโฟนก็มีปุ่มปิดแบบดิจิตอลบนคีย์บอร์ดมาให้

นอกจากนี้แล้วยังมีไฟแสดงสถานะ อยู่ที่มุมขวาบน (โลโก้ Expertbook) อันนี้เอาไว้บอกว่าเรากำลังประชุมอยู่ จะได้ไม่เข้ามารบกวน คล้าย ๆ ไฟที่แสดงว่ากล้องหน้าเปิดอยู่อะไรแบบนี้ จะใช้ได้กับ Microsoft Team, Zoom, Skype

ด้านคุณภาพของภาพและเสียงก็เป็นอย่างที่ทุกคนกำลังเห็นและกำลังได้ยินเลย แต่ถ้าใครอยากได้เสียงชัด ๆ ก็มีระบบตัดเสียงรบกวนด้วย อันนี้คือเปิด และอันนี้คือปิด ชอบไม่ชอบอย่างไร ลองตัดสินใจดูนะ

เรื่องคุณภาพเสียงลำโพงจากที่แพนฟังมากก็คิดว่าเสียงพอใช้ ถ้าเอาไปประชุมอันนี้จะได้เสียงพูดที่ชัดเจน แต่ถ้าเอาไปฟังเพลงหรือดูหนังมิติเสียงจะค่อนข้างน้อย แต่ก็เข้าใจได้นะ เพราะนี่เป็นโน้ตบุ๊กสายธุรกิจ

มาพูดถึงเรื่องคีย์บอร์ดกันบ้าง ASUS ExpertBook B5 Flip OLED ก็ให้สัมผัสที่ดีนะ มีระยะการกดอยู่ที่ 1.5 มม. ข้อดีคือจะนุ่มเวลาพิมพ์ และไม่ค่อยมีเสียงแกร๊ก ๆ ส่วนไฟใต้ปุ่มก็มีไว้ให้ใช้ในที่แสงน้อย

ด้านทัชแพดเองก็ยังมี NumPad 2.0 ในตัว เหมาะกับคนที่ต้องกดเลขบ่อย ๆ ผิวสัมผัสลื่นนิ้วดี และในกล่องเขาก็มีแถมเมาส์ไร้สายมาให้ด้วย ส่วนด้านซ้ายอันนี้เป็นสติกเกอร์ certify ว่ามีการรับรองอะไรบ้าง

สเปก

ที่ผมอยากให้ดูคือตรงนี้ครับ นี่คือสติกเกอร์ที่บอกว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ ผ่านมาตรฐาน Intel® Evo™ โดยการจะได้สติกเกอร์นี้มาแปเครื่อง ก็ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานมากมายหลายข้อของ Intel เลยครับ เช่น ต้องใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 11 พร้อมกราฟิก Intel® Iris® Xe ต้องมีดีไซน์บางเบา ขอบจอบาง แบตเตอรี่อยู่ได้ตลอดวัน มี Wi-Fi 6 ที่เร็วกว่า WiFi 5 สามเท่า และต้องมี Thunderbolt 4 และอีกหลากหลายข้อเลยครับ เอาเป็นว่าถ้ามีสติกเกอร์นี้แปะอยู่ ก็มั่นใจได้ว่าเป็น เป็นโน้ตบุ๊กที่มีประสิทธิภาพสูง และเหมาะกับการใช้งานรอบด้านแน่นอนครับ

ดูภายนอกไปหมดแล้ว เรามาดูสเปกภายในกันบ้าง สำหรับรุ่นที่เราได้มารีวิวนี้เป็นตัวสเปก Intel Core i5-1135G7 พร้อมกับการ์ดจอ Intel Iris Xe ในตัว เราได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพซีพียูผ่าน Geekbench 5 ผลแบบ Single-Core อยู่ที่ 1342 คะแนน ส่วน Multi-Core 4054 คะแนน

ด้านกราฟิกก็ทดสอบด้วย 3DMark Time Spy ผลคะแนนที่ได้อยู่ที่ 895 ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป จนถึงการใช้งานกราฟิก ถ้าเป็นการตัดต่อก็ถือว่ายังพอได้ สามารถตัดวิดีโอที่ไม่ได้ใส่เอฟเฟกต์เวอร์วัง

สลับมาที่แรมรุ่นนี้ให้มา 8GB แบบติดบอร์ดอัปเกรดเพิ่มไม่ได้ ส่วนหน่วยความจำในตัวเครื่องก็ให้มา 512GB และสามารถอัปเกรดเพิ่มได้อีกหนึ่งช่อง โดยความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูล เราทดสอบด้วย CrystalDiskMark ก็มีความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 2366 MB/s ส่วนการเขียนอยู่ที่ 1424 MB/s ผม ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ แต่ถ้าอยากจะได้ความเร็วมากกว่านี้ก็สามารถทำ Raid 0 หรือถ้าอยากให้ข้อมูลปลอดภัยก็ทำเป็น Raid 1 ได้

พูดถึงผลทดสอบกันไปแล้ว เดี๋ยวเราจะมาลองใช้งานจริง ๆ กันบ้าง สำหรับการใช้งานกับโปรแกรมออฟฟิศทั่วไป เช่น Word อันนี้ใช้ได้สบาย ๆ เลย สามารถใช้งานร่วมกับปากกาได้

แต่ถ้าเป็นโปรแกรมมืออาชีพขึ้นมาหน่อยอย่าง Light Room อันนี้ก็สบาย ๆ เหมือนกัน ใช้ได้ลื่น ๆ บวกกับมีหน้าจอ OLED ที่แสดงสีได้แม่นยำ ก็ถือว่าสายครีเอเตอร์สามารถเอาไปใช้งานได้เลย ด้านการตัดต่อ อันนี้ก็ต้องบอกว่าพอตัดได้ นี่คือไฟล์โปรเจกต์ 1080p ที่เราออนลงแบไต๋ สามารถเพลย์แบ็คได้ แต่อาจจะหน่วงนิดหน่อย ส่วนการ Export ก็จะใช้เวลาอยู่ที่ 10 นาที

มาพูดถึงเรื่องแบตเตอรี่กันบ้าง ASUS ExpertBook B5 Flip OLED มีแบตเตอรี่ในตัวอยู่ที่ 66Wh จากการถือใช้งานราว ๆ หนึ่งอาทิตย์ กับการพิมพ์สคริปต์นี้ ก็พบว่า แบต 100% สามารถใช้ได้ราว ๆ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าแบตอึดพอที่จะใช้ระหว่างวันแบบลุ้น ๆ

แต่ถ้าเกิดแบตหมดระหว่างวัน ก็สามารถชาร์จจาก 0-60% ได้ในเวลา 49 นาที และข้อดีอีกอย่างคือหัวชาร์จเป็น USB-C ซึ่งสามารถเอาไปชาร์จมือถือ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ได้ด้วย

ข้อสังเกต

ทีนี้เราจะมาพูดถึงข้อสังเกตกันบ้าง สิ่งที่เราเจอ คือเวลาใช้งานนาน ๆ หรือใช้งานหนัก ๆ จะมีความร้อนสะสมด้านซ้าย เวลาวางมือไปจะรู้สึกอุ่น ๆ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการใช้งานในภาพรวม

รีวิวที่ดีก็ต้องมีราคา

สำหรับ ASUS ExpertBook B5 Flip OLED สเปก Intel Core i5 แรม 8GB หน่วยความจำ 512GB พร้อม Windows 11 Pro ราคาอยู่ที่ 37,900 บาท สำหรับประกันก็เป็นแบบ Onsite Service 3 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุ 1 ปีครับ ใครสนใจ แพนจะขึ้นลิงก์ไว้ให้นะครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก