ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

[บทความ] ที่มาของตัวละครจากเกม ‘Super Mario’ ที่ไม่ได้มาแบบง่าย ๆ

Tabel of Content

เพิ่งจะผ่านไปหมาด ๆ สำหรับวัน Mario Day หรือวันที่ 10 มีนาคมของทุกปี ที่ถือว่าเป็นตัวละครในตำนานของวงการเกม แต่เชื่อว่าแฟนเกมหลายคนไม่รู้ว่าที่มาของชื่อตัวละครในเกม ‘Super Mario’ มาจากที่ไหน เพราะมันไม่ได้มาแบบง่าย ๆ บางตัวได้มาจากความบังเอิญจนแทบไม่น่าเชื่อ ไปดูกันว่าแต่ละตัวมีที่มาอย่างไรบ้าง

Mario

ชื่อของตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ของวงการเกมและ Nintendo ที่หลายคนคงจะรู้ว่าชื่อแรกของเขาคือ “Jumpman” ที่เป็นตัวละครในเวอร์ชันเกมตู้ของ ‘Donkey Kong’ แต่ความจริงก่อนชื่อนี้ยังมีอีกชื่อที่เชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้มาก่อน เพราะว่าชื่อในการพัฒนาตัวละครหลักของเกมจะมีชื่อว่า “Mr.Video”

แล้วชื่อจริงของลุงหนวดมาจากไหน ? ชื่อ Mario มาจากชื่อของคนจริง ๆ นามว่า มาริโอ เซเกล (Mario Segale) โดยเขาเป็นเจ้าของอาคารที่ Nintendo of America ที่ตอนนั้นอยู่ที่เมืองซีแอตเทิล และเขาได้เข้ามาทวงเงินค่าเช่าที่กับประธาน มิโนรุ อาราคาวะ (Minoru Arakawa) ในระหว่างที่ทีมงานกำลังพูดคุยเรื่องการสร้างเกมอยู่พอดี ทำให้ทีมงานได้ไอเดียเอาชื่อ Mario ไปใช้งานเป็นตัวละครหลักในเกมเลย

อย่างไรก็ตามเซเกลไม่ค่อยชอบใจที่ Nintendo เอาชื่อของเขาไปใช้งานในเกม Mario แต่ก็ไม่ได้ห้ามหรือฟ้องร้องอะไร ทำให้เขาไม่ได้รับค่าตอบแทนในการเอาชื่อ Mario ไปใช้แม้แต่เหรียญเดียว เพราะมันเป็นชื่อที่ใครตั้งก็ได้ โดยเซเกลได้จากไปในวันที่ 27 ตุลาคม 2018 ในวัย 84 ปี

Luigi

Luigi น้องชายของ Mario ที่ในตอนแรกเขามีหน้าตาเหมือนกับลุงหนวดทุกอย่าง เพราะผู้สร้างไม่อยากสร้างตัวละครใหม่จึงแค่ทำการเปลี่ยนสี แต่เข้าสู่ยุคที่สามารถใส่รายละเอียดลงไปได้ทำให้มีการวาดตัวละครให้แตกต่างจาก Mario ส่วนที่มาของชื่อ Luigi มี 2 ข้อมูลที่เล่าต่อกันมา

โดยเรื่องแรกมาจากความพยายามของทีมงานชาวญี่ปุ่น ที่อยากตั้งชื่อตัวละครชาวอิตาลีและมีการเล่าชื่อ Luigi ว่ามาจากร้าน Pizza ที่อยู่ใกล้สำนักงานของ Nintendo ที่ชื่อว่า Mario & Luigi’s ที่ตอนนี้ร้านนี้ปิดกิจการไปแล้ว ส่วนอีกข้อมูลมาจากปากของ ชิเงรุ มิยาโมโตะ (Shigeru Miyamoto) ที่บอกว่าชื่อ Luigi มาจากคำในภาษาญี่ปุ่นว่า “Ruiji” ที่ทีมงานชาวญี่ปุ่นแนะนำให้เขาใช้และเขาคิดว่ามันเข้ากับชื่อ Mario จึงนำไปใช้

Princess Toadstool/ Peach

เจ้าหญิง Peach ถือเป็นตัวละครที่เป็น 2 ชื่อโดยในญี่ปุ่นเราจะเรียกว่า Peach ที่มิยาโมโตะตั้งชื่อตามผลไม้ลูกพีช ทำให้ที่มามันก็เรียบง่าย และมีการใช้สีชมพูตามรูปแบบของผลไม้ด้วย ส่วนในอเมริกาในตอนแรกจะเรียกเธอว่า Princess Toadstool โดยไม่มีการบอกเหตุผลของการเปลี่ยนใช้ชื่อนี้ แต่คาดว่าอาจจะเพราะเปลี่ยนตามตัวละคร Toad ที่เป็นประชากรของอาณาจักรเห็ดที่เธอดูแล

อย่างไรก็ตาม Nintendo ได้ใช้ชื่อ Peach ในอเมริกาครั้งแรกในเกม ‘Yoshi Safari’ บน Super Famicom และในภาคหลักอย่าง ‘Super Mario 64’ จะมีการใช้ชื่อรวมกันของ 2 เวอร์ชันในชื่อ “Princess Toadstool Peach” ที่อยู่ในจดหมายที่เธอเขียนถึง Mario ในตอนเริ่มต้นเกม

Toad/Kinopio

ชื่อ Toad สร้างขึ้นโดยอ้างอิงจากเห็ดที่เป็นงานออกแบบของตัวละครนี้ ที่มีส่วนหัวเหมือนเห็ดขนาดยักษ์ แต่ในประเทศญี่ปุ่นต้นกำเนิดมีการใช้ชื่อว่า “Kinopio” ซึ่งเป็นคำผสมระหว่างคำว่าเห็ดในภาษาญี่ปุ่นที่เรียกว่า “kinoko” และนำมารวมกับตัวละครดังอย่างหุ่นไม้ “Pinocchio” ที่ญี่ปุ่นอ่านออกเสียงว่า “Pinokio” จนเป็นที่มาของชื่อ “Kinopio”

Koopa/Bowser

ตัวร้ายประจำซีรีส์ Mario ที่มีการใช้ 2 ชื่อตามโซน แต่ชื่อที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยกันดีคือ Koopa ซึ่งมิยาโมโตะผู้สร้างเกม ‘Super Mario’ ได้บอกว่างานออกแบบของมันมาจากชื่ออาหารเกาหลีที่เป็นซุป Koopa แต่ไม่ได้บอกเหตุผลที่ทำไมถึงได้เลือกซุปชนิดนี้มาทำเป็นตัวร้าย เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะชอบกิน

ส่วนอีกชื่อที่ใช้ในโซนอื่นทั่วโลกคือ Bowser ที่เป็นชื่อของเป็นยานพาหนะทางทหารประเภทหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อกักเก็บน้ำหรือน้ำมันขนาดใหญ่ยักษ์ ส่วนสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนเพราะมีการใช้ชื่อ Koopa กับตัวละครเต่าในเกม ‘Super Mario’ โซนอื่นนอกญี่ปุ่น ทำให้ปู่นินกลัวแฟนเกมจะสับสนทำให้มีการเปลี่ยนบอสใหญ่ในเกมมาใช้ชื่อ Bowser แต่ก็มีการเรียกว่า Bowser King of the Koopas ในหนังสือคู่มือเกมฉบับที่ขายในตะวันตก

Donkey Kong

เชื่อว่าเห็นแค่ชื่อแฟนเกมทั่วโลกอาจจะคิดว่ามันมาจาก “King Kong” ตัวละครลิงยักษ์ในตำนานของโลกภาพยนตร์ ที่ในเกมก็มีการจับสาวสวยและปีนตึกแบบในหนัง แต่ข้อมูลที่หลุดออกมาล่าสุดมีการระบุว่ามันมาจากโครงการสร้างเกมตู้ในยุค 80S ที่ในตอนนั้นมีเกมตู้ที่มาในรูปแบบโต๊ะนั่งด้วย ทำให้ปู่นินมีโครงการสร้างที่ในตอนแรกมีชื่อว่า ‘Table Kong Game’

แต่ชื่อของลิงยักษ์มันไม่ได้ตั้งโดยมิยาโมโตะตามที่แฟนเกมเข้าใจ แต่มาจาก ชินอิจิ โทโดริ (Shinichi Todori) ที่คำว่า Kong จะสื่อถึงลิงกอลิล่า แต่ทีมสร้างต้องการสื่อว่ามันคือลิงโง่ โดยในตอนแรกจะใช้ชื่อว่า ‘Tonma Kong’ ตามภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่าโง่ แต่แล้วก็ได้เปลี่ยนเป็น “Donkey” เพราะทั่วโลกจะได้เข้าใจความหมายมากกว่า แต่การที่ Kong คล้ายกับชื่อ King Kong ทำให้ค่าย Universal Studios เคยฟ้อง Nintendo ให้หยุดใช้ชื่อนี้แต่ปู่นินก็ชนะคดีในที่สุด

Highlight

เมื่อ “คะแนนสุขภาพ” กลายเป็นสิ่งใหม่ในยุค AI กับภารกิจเปลี่ยนคนไทยให้ “ป่วยยากขึ้น”

23/01/2026
Read More

ทำไม iPhone เลขตัวเดียว ถึงกลับมาฮิตในหมู่วัยรุ่น Gen Z

23/01/2026
Read More

หมดแรงใจจะไปต่อ พักก่อนแล้วค่อยเริ่มใหม่ รู้จัก Micro-Retirement เทรนด์เกษียณชั่วคราวของ Gen Z 

23/01/2026
Read More

PM 2.5 เท่ากับสูบบุหรี่กี่มวน ? 

23/01/2026
Read More

ทำไมถึงรู้สึกเมารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ง่ายกว่ารถสันดาป ?

23/01/2026
Read More

Meta ชวนสวมบทนักสืบ บุกคฤหาสน์หลอน ! เปิดโปงโลกสแกมเมอร์

23/01/2026
Read More

Related Content