ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

ผู้สร้าง ‘Resident Evil’ ลาออกจากค่าย Tango เพราะต้องการหลุดพ้นจากซีรีส์เกมสยองขวัญ

Table of Content

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ชินจิ มิคามิ (Shinji Mikami) ได้ประกาศลาออกจากค่ายที่เขาก่อตั้งอย่าง Tango Gameworks โดยผลงานหลักของค่ายนี้มีทั้ง ‘The Evil Within’, ‘Ghostwire: Tokyo’ และ ‘Hi-Fi Rush’ ซึ่งเขาก่อตั้งในปี 2010 ก่อนที่จะขายให้กับ Bethesda ไป

ล่าสุดมิคามิได้ไปออกรายการ Byking ที่เป็นช่อง Youtube จากทีมงานชาวญี่ปุ่น และบอกถึงอนาคตของเขา โดยเขาได้บอกว่าเขาได้วางแผนลาออกจากค่าย Tango เมื่อ 8 ปีก่อน ซึ่งการที่นานขนาดนี้เป็นเพราะต้องรับผิดชอบเกมที่เขากำลังสร้างอยู่ให้เสร็จก่อนถึงได้ใช้เวลานานถึง 8 ปีกว่าจะลาออกได้

และเมื่อถูกถามว่าทำไมถึงลาออกมิคามิได้บอกว่า เขาอยากสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่จะช่วยให้ผู้สร้างรุ่นใหม่ได้รับประสบการณ์ที่ดี และสามารถสร้างเกมใหม่ออกมาได้เร็วกว่าเดิม และอีกสาเหตุคือเขาต้องการสร้างเกมฟอร์มเล็กที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่าจะเป็นเกมฟอร์มยักษ์ทุนสูง และยังอยากหลุดออกจากการสร้างเกมแนวสยองขวัญเอาตัวรอดที่เป็นภาพจำของเขาไปแล้ว

มิคามิถือเป็นผู้สร้างเกมระดับตำนานของค่าย Capcom โดยเขาเป็นหนึ่งในผู้ให้กำเนิดเกม ‘Resident Evil’ และหลังจากนั้นเขาก็สานต่อมาหลายภาคจนลาออกจาก Capcom มาตั้งค่ายของตัวเอง แต่ก็ยังคงติดภาพลักษณ์ผู้สร้างเกมเอาตัวนอดสยองขวัญมาตลอด ก็ต้องดูว่าเส้นทางใหม่ของเขาจะเป็นอย่างไร

Highlight

เมื่อ Data Center บนโลกเริ่ม “ตัน” อวกาศจึงกลายเป็นทางออกใหม่

12/05/2026
Read More

เปิดตัว 12 นักล่าฝัน “TRUE ACADEMY FANTASIA 2026” กับปฏิบัติการล่าฝันที่กลับมาเขย่าวงการบันเทิงอีกครั้ง

12/05/2026
Read More

Sword of Justice ฉลองครบรอบครึ่งปี จับมือแชมป์โลกมวยไทย Phetjeeja เปิดตัวสำนักใหม่ Female Ironclad

11/05/2026
Read More

Digital Trust Thailand 2026: เมื่อความเชื่อมั่นทางดิจิทัลไม่ใช่ทางเลือก แต่คือพื้นฐานของชีวิตยุคใหม่

11/05/2026
Read More

ก้าวใหม่ของไทยในอวกาศ TIGERS-X ชุดทดสอบการผสมยาบน ISS ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง

11/05/2026
Read More

เปิดปูม “ไวรัสฮันตา” พบติดจากสัตว์สู่คนครั้งแรกที่อาร์เจนตินา ก่อนสร้างความผวาครั้งใหญ่บนเรือสำราญ

11/05/2026
Read More

Related Content