ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

นักลงทุน Activision Blizzard ถูกตั้งข้อสงสัยว่ารู้ล่วงหน้าว่าบริษัทจะถูก Microsoft ซื้อ

Table of Content

แบรี ดิลเลอร์ (Barry Diller) อเล็กซานเดอร์ ฟอน เฟอร์สเทนเบิร์ก (Alexander von Furstenberg) และเดวิด เจฟเฟน (David Geffen) ได้ลงทุนใน Activision Blizzard รวมกันเป็นเงิน 108 ล้านเหรียญ (ราว 3,500 ล้านบาท) เพียงไม่กี่วันก่อนที่ Microsoft จะเข้าซื้อบริษัท โดยเป็นการลงทุนในทางลับผ่านธนาคาร JPMorgan Chase & Co,

ด้วยเหตุนี้ทำให้ทั้ง 3 คนกำลังถูกสอบสวนโดยกระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา

ในปัจจุบัน เงินลงทุนของทั้ง 3 คนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงถึง 168 ล้านเหรียญ (5,500 ล้านบาทโดยประมาณ) และอาจมีมูลค่าเพิ่มสูงถึง 200 ล้านเหรียญ (ประมาณ 6,600 ล้านบาท) หากยังคงรักษาเงินที่ลงทุนไว้ในตอนที่ Microsoft ปิดดีลได้ภายในปีนี้

โดยทั้ง 3 คนถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะลงทุนโดยรู้ข้อมูลภายในล่วงหน้า ซึ่งดิลเลอร์เองก็เคยบอกว่าตัวเองเป็นเพื่อนเก่าแก่ของ บอบบี โคทิก (Bobby Kotick) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบันของ Activision Blizzard ส่วนฟอน เฟอร์สเทนเบิร์กเป็นลูกบุญธรรมของดิลเลอร์ ในขณะที่เจฟเฟนเป็นเพื่อนเก่าแก่อีกคนของดิลเลอร์

อย่างไรก็ดี ดิลเลอร์ออกมาปฏิเสธว่าตัวเขา ฟอน เฟอร์สเทนเบิร์ก และเจฟเฟน ไม่เคยล่วงรู้ข้อมูลการซื้อ Activision Blizzard ของ Microsoft มาก่อน พวกเขาก็เพียงแค่โชคดีเท่านั้นที่บังเอิญลงทุนก่อนการซื้อขายพอดี

ที่มา IGN

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

Meta แท็กทีมตำรวจไทย ทลายเครือข่ายมิจฉาชีพข้ามชาติ ปิดบัญชีผีกว่า 1.5 แสนราย พร้อมเปิดตัว 3 ฟีเจอร์ใหม่สกัดกลโกง

13/03/2026
Read More

Audio Pro Business Connected 2026: อัปเกรดประสบการณ์ลูกค้าด้วยระบบเสียงระดับพรีเมียม

13/03/2026
Read More

อยู่กลางแดดจ้า เสี่ยงตาบอด “แว่นกันแดด” ไอเทมที่คนไทยมองข้าม

13/03/2026
Read More

ลำโพง Apple ที่ซ่อนอยู่ในทุกดีไวซ์ ของดีที่หลายคนอาจมองข้าม

13/03/2026
Read More

Apple x TikTok เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘Play Full Song’ กดฟังเพลงได้เลย ไม่ต้องสลับแอปฯ

12/03/2026
Read More

ยอมจ่ายเพื่อซื้อความสงบ : กลยุทธ์กินรวบ 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ของ YouTube

12/03/2026
Read More

Related Content