Our score
7.0

Top Racer Collection

จุดเด่น

  1. รวมเกมรถแข่งในตำนาน
  2. มีโหมดออนไลน์มาให้เล่น
  3. มีเกมใหม่มาให้เล่น

จุดสังเกต

  1. พบอาการภาพกระตุกในบางฉาก
  2. สิ่งที่เพิ่มมาน้อยไปหน่อย
  • Top Racer Collection

    7.0

สำหรับเกมแนวรถแข่งในอดีตถือเป็นอีกแนวยอดนิยมที่ไม่ใช่แค่เกมฟอร์มยักษ์จากค่ายใหญ่จะประสบความสำเร็จ เกมจากค่ายเล็ก ๆ ก็สามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังระดับตำนานได้ด้วยเช่นกัน และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘Top Gear’ ตำนานเกมแข่งรถบนคอนโซล 16 Bit Super Famicom ที่ประสบความสำเร็จจนมีภาคต่อออกมาหลายเกม

และล่าสุดมันกลับมาอีกครั้งในชื่อ ‘Top Racer Collection’ ซึ่งแฟนเกมหลายคนอาจจะแปลกใจและมีคำถามว่าทำไมมันเปลี่ยนชื่อเกม อาจเป็นเพราะว่าชื่อ ‘Top Gear’ มันไปซ้ำกับรายการเกี่ยวกับรถยนต์ชื่อดังทางช่อง BBC ทำให้ผู้สร้างได้ทำการเปลี่ยนชื่อเพื่อไม่ให้มีปัญหาซึ่งมันก็คือเกมเดียวกับที่เราเล่นตอนเป็นเด็ก โดยในรีวิวนี้จะขอใช้ชื่อตามเกมเวอร์ชันใหม่เพื่อให้ไปค้นชื่อหามาเล่นได้ง่ายไม่สับสน

เกม ‘Top Racer Collection’ เป็นการรวมฮิตเอาตำนานของซีรีส์แข่งรถยุค 16Bit มายำรวมกันทั้งหมด 4 ภาคที่มีทั้ง ‘Top Racer’ ภาคแรกที่ออกในปี 1992 ตามด้วย ‘Top Racer 2’ และ ‘Top Racer 3000’ นอกจากนี้ความพิเศษคือภาค ‘Top Racer: Crossroads’ ที่ไม่ใช่เกมที่วางขายมาก่อนแต่เป็นภาคพิเศษที่ผู้สร้างทำออกแบบมาเพื่อภาครวมฮิตเท่านั้น โดยเกมจะวางขายบน PS4, PS5, Xbox One, Xbox Series X|S, Nintendo Switch และ PC

กราฟิกเหมือนเดิมเพราะเป็นภาครวมฮิต

เนื่องจากมันเป็นการรวมฮิตเพื่อทำออกมาเพื่อเอาใจแฟนเกมรุ่นเก่าทำให้ภาพในเกมไม่ได้ปรับให้ทันสมัยขึ้นยังคงเป็นพิเซล 16 Bit แบบเกมยุค 90S แต่ก็มีการเพิ่มฟิลเตอร์ที่มีทั้งปรับเม็ดพิกเซลให้เข้ากับหน้าจอทีวียุคใหม่ และแบบคลาสสิกที่เหมือนว่าเราเล่นบนจอทีวีแบบ CRT นอกจากนี้ยังสามารถปรับสัดส่วนได้ว่าจะเอาแบบเดิมหรือให้เต็มจอได้ด้วย อย่างไรก็ตามมันกลับพบปัญหาที่ไม่น่าเชื่อเพราะมีพบอาการภาพกระตุกอยู่ ซึ่งไม่น่าพบเจอในเกมแนวย้อนยุคแบบนี้

ส่วนเพลงประกอบคือข้อดีที่ส่วนของการกลับมาขายใหม่ก็ว่าได้ เพราะเพลงธีมหลักของภาคแรกมันโดดเด่นติดหูอยากมาก แม้ว่าจะเป็นแค่เพลงเดียวแต่เชื่อว่าหากเกิดทันเคยเล่นมาก่อนก็คงจะคุ้นหูกันดี ซึ่งเพลงนี้อยู่ในภาคแรกของซีรีส์บน Super Famicom ที่มีระบบเสียงที่ทำออกมาดีใกล้เคียงกับ CD ทำให้มันยิ่งน่าประทับใจ และถือเป็นหนึ่งในเพลงธีมในตำนานของวงการเกมได้เลย ซึ่งผู้สร้างก็เหมือนจะรู้เพราะเพลงนี้มันอยู่ในระบบเมนูหลักของเกมเลย

‘Top Racer’

โดยเกมที่จะมารีวิวจะเริ่มจาก ‘Top Racer’ ภาคแรกที่วางขายต้นยุค 90S ที่มาแนวเรียบง่าย เกมเพลย์เหมือนกับเกมแช่งรถทั่วไปแต่มีความรวดเร็วลื่นไหลตามแนวทางการสร้างเกมในยุคนั้น ความโดดเด่นอยู่ที่ความง่ายในการบังคับที่ใช้แค่ไม่กี่ปุ่ม และมาพร้อมกับการใช้ไนตรัสเพื่อเร่งความเร็ว แต่จะใช้ได้จำนวนจำกัดเหมือนเดิมและใครอยากรู้ว่าทำไมมันถึงกลายเป็นตำนานถือว่าต้องลองเล่นเป็นเกมแรก

‘Top Racer 2’

ตามด้วย ‘Top Racer 2’ ที่อัปเกรดกราฟิกให้ดูดีกว่าภาคแรกเพราะตัวรถดูมีมิติกว่าและมีการเคลื่อนไหวที่สมจริงกว่า ซึ่งเป็นการอัปเดตตั้งแต่เวอร์ชันต้นฉบับไม่ใช่ฉบับมาขายใหม่ และเกมเพลย์ได้เพิ่มลูกเล่นใหม่เช่นรถกระโดดตามจุดที่เกมกำหนด และมีอัปเกรดรถที่ละเอียดขึ้นเพราะสามารถเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ด้วยการใช้เงินในเกมซื้อมา ส่วนฉากในเกมออกแบบได้ซับซ้อนกว่าเดิมแม้จะสนุกไม่เท่าภาคแรกแต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับดี

‘Top Racer 3000’

ต่อด้วย ‘Top Racer 3000’ ภาคที่มาแปลกเพราะนอกจากจะออกช่วงปลายยุค 16Bit แล้วยังฉีกแนวไปเป็นการแข่งรถในโลกอนาคตตามชื่อเกม และยังมาพร้อมกับฉากที่ผู้เล่นจะได้แข่งรถไปทั่วจักรวาลทำให้ฉากมาแนวหลุดไปนอกโลก อย่างไรก็ตามแม้จะดูเหมือนมาจากโลกอนาคตแต่เกมเพลย์ยังอยู่ในกรอบเดิมที่เป็นเกมแข่งรถที่เข้าใจง่าย แต่ก็เพิ่มระบบที่คล้ายกับเกม ‘F-Zero’ เข้ามาเช่นมีจุดที่เราเติมพลังชีวิต และมีจุดที่เพิ่มไนตรัสได้ระหว่างฉากด้วย

‘Top Racer: Crossroads’

ปิดท้ายกับ ‘Top Racer: Crossroads’ เกมที่ผู้สร้างบอกว่าเป็นการทำขึ้นมาใหม่ คล้ายกับการทำ Rom Hack ที่เป็นการนำข้อดีของซีรีส์มาสร้างเป็นเกมใหม่ และดูเหมือนว่าผู้สร้างจะอ้างอิงจากเกมภาคแรกของซีรีส์มากเป็นพิเศษ ก็ถือเป็นภาคที่เล่นได้สนุกเหมือนกับต้นฉบับแต่ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ก็เหมาะกับคนที่เคยเล่นทั้ง 3 ภาคมาแล้ว จะได้มีทางเลือกที่มีความแตกต่าง

ปิดท้ายกับสิ่งที่เพิ่มมาคือระบบ Save State ที่ทำให้ผู้เล่น Save เกมได้ตลอดเวลาตามที่ต้องการ และมีโหมดออนไลน์เล่นกับเพื่อนได้พร้อมกันทั่วโลกใส่เข้ามาซึ่งถือเป็นข้อดีสุด ๆ เพราะผู้สร้างมีการลงทุนใส่เข้ามาและเป็นสิ่งที่ไม่มีในต้นฉบับ ซึ่งในอดีตหากเราอยากเล่นกับเพื่อนต้องเล่นผ่านระบบแบ่งหน้าจอเท่านั้น

สำหรับการกลับมาขายใหม่แบบรวมฮิตใน ‘Top Racer Collection’ ถือว่าทำออกมาได้ดีพอตัว แม้จะไม่ได้รวมฮิตทุกภาคเพราะซีรีส์นี้มีการออกถึงยุค PS2 แต่รายชื่อภาคที่นำกลับมาขายใหม่ถือเป็นภาคที่สนุกและเป็นหนึ่งในตำนานของวงการเกม เชื่อว่าใครที่เคยเล่นมาก่อนต้องไม่พลาดเพราะมันเหมือนกับเครื่องย้อนเวลาให้เรากลับไปสู่วัยเด็กอีกครั้ง