เช็กให้ชัวร์!  ‘ไฝ’ แบบไหนเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

ไฝและขี้แมลงวัน เกิดขึ้นบนร่างกายของมนุษย์เป็นเรื่องปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นอกเสียจากว่าไฝหรือขี้แมลงวันเหล่านั้นจะมีขนาดใหญ่ หรืออยู่ในบริเวณที่เจ้าตัวไม่อยากให้ขึ้น เช่น บนใบหน้า เป็นต้น 

ปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีมากมายที่เป็นทางเลือกสำหรับผู้อยากเอาไฝหรือขี้แมลงวันออก ไม่ว่าจะเป็นการจี้ไฝด้วยเลเซอร์ หรือจี้ไฝด้วยไฟฟ้า บางคนที่ไฝที่ค่อนข้างใหญ่แพทย์ก็จะใช้วิธีตัดไฝแทน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และแม้ว่าไฝจะขึ้นบนร่างกายจนกลายเป็นความเคยชินหรือเป็นเรื่องปกติ แต่อย่ามองข้ามไป เพราะไฝที่คุณเห็นอาจเป็นไฝที่บ่งบอกโรคมะเร็งผิวหนังได้

ไฝและขี้แมลงวันเกิดจากอะไร

ไฝและขี้แมลงวัน เกิดจากการทำงานผิดปกติของเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocytes) ที่อยู่บริเวณผิวหนังชั้นกำพร้า เกิดการสร้างเม็ดสีมากกว่าปกติ ทำให้กลายเป็นจุดสีต่าง ๆ ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีดำ โดยไฝจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนขึ้นมา ในขณะที่ขี้แมลงวันจะเรียบไปกับผิวหนัง และพบว่าคนผิวขาวจะมีไฝหรือขี้แมลงวันมากกว่าคนผิวเข้มนั่นเอง

ไฝและขี้แมลงวันสามารถขึ้นได้ทั่วบริเวณร่างกาย ซ้ำเมื่ออายุมากขึ้นไฝหรือขี้แมลงวันอาจมีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ทันได้สังเกต

มะเร็งผิวหนังเกิดจากอะไร

รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดด เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ยิ่งส่วนใดของร่างกายโดนแดดบ่อย ๆ เป็นเวลานาน ก็จะกลายเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังได้ เช่น แขน ขา ใบหู และใบหน้า เป็นต้น ขณะเดียวกันปัจจัยจากพันธุกรรมก็มีส่วน หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งผิวหนังก็ควรหมั่นสังเกตไฝและขี้แมลงวันของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หรือบางรายอาจสัมผัสกับสารพิษเป็นเวลานานก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

วิธีสังเกตไฝแบบไหนเสี่ยงมะเร็ง

แม้ไฝและขี้แมลงวันจะเกิดขึ้นบนร่างกายตั้งแต่กำเนิด แต่หากลองสังเกตดี ๆ เมื่ออายุมากขึ้นหรือผ่านการตากแดดอย่างหนักหน่วง ไฝหรือขี้แมลงวันก็อาจเพิ่มขึ้นได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันไฝหรือขี้แมลงวันที่มีตั้งแต่แรกนานวันเข้าก็อาจขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องสังเกตอยู่เสมอ เพราะไฝดังกล่าวอาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่เรียกว่า มะเร็งเมลาโนมา (Melanoma) ได้ โดยสามารถสังเกตลักษณะไฝที่เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังได้ตามหลัก A-B-C-D-E ดังนี้

  • A = Asymmetry ไม่สมมาตร ปกติไฝจะมีความเป็นสมมาตร ลักษณะนูน กลม หรือเป็นวงรี แต่หากว่าไฝหรือขี้แมลงวันไม่มีรูปร่างแน่ชัด ให้สังเกตและปรึกษาแพทย์ทันที 
  • B = Border ขอบเขต หากไฝมีความหยึกหยัก สีไม่สม่ำเสมอบริเวณขอบ เช่น จากสีน้ำตาลไล่มาที่ขอบกลายเป็นสีดำ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าไฝอาจจะพัฒนากลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้ 
  • C = Color สี โดยปกติแล้วไฝหรือขี้แมลงวัน 1 เม็ด จะมีสีเหมือนหรือใกล้เคียงกัน แต่หากไฝของคุณเริ่มมีหลายสี เช่น สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ดำ น้ำเงิน อยู่ในเม็ดเดียวกัน ให้รีบตรวจมะเร็งผิวหนังทันที 
  • D = Diameter เส้นผ่าศูนย์กลาง หากไฝมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่าหรือเท่ากับ 6 มิลลิเมตร ต้องระวังทันที เพราะไฝที่มีรูปร่างใหญ่กว่าปกติเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ทั้งนี้ไฝขนาดเล็กก็มีสิทธิ์เป็นมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน ให้สังเกตปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย 
  • E = Evolving มีการเปลี่ยนแปลง หากคุณไม่เคยสังเกตไฝของตนเอง ต่อไปนี้ให้ลองสังเกตดูว่าขนาดของไฝหรือขี้แมลงวันมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วหรือไม่ หรือบางกรณีอาจพบว่าไฝแหว่งหายไปบางส่วน ให้สงสัยว่าอาจจะเป็นมะเร็งผิวหนังได้ 

แพทย์ใช้วิธีรักษาอย่างไร

หากคุณสังเกตไฝและขี้แมลงวันของตนเองแล้วรู้สึกผิดปกติ ไม่แนะนำให้ไปจี้หรือเลเซอร์ออกเองเพราะจะทำให้ชิ้นเนื้อขาดหายไปและไม่สามารถตรวจหามะเร็งผิวหนังได้ ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที โดยแพทย์จะใช้วิธีตัดไฝหรือขี้แมลงวันออกไปตรวจว่าเป็นมะเร็งผิวหนังหรือไม่ ซึ่งหากเป็นระยะเริ่มต้นเมื่อตัดไฝออกหมดโอกาสที่มะเร็งจะแพร่กระจายไปจุดอื่นมีได้น้อย แต่หากไฝมีขนาดที่ลงลึกไปในชั้นผิวหนังก็ถือเป็นความรุนแรงอีกระดับ ต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญต้องหมั่นตรวจเช็กและสังเกตไฝหลังการผ่าตัดเสมอว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือผุดขึ้นมาใหม่หรือไม่

วิธีป้องกันโรคมะเร็งผิวหนัง

ปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดโรงมะเร็งผิวหนังนั่นคือแสงแดด และแสงแดดประเทศไทยค่อนข้างรุนแรง ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ ห้ามลืมทาครีมกันแดดหรือใส่เสื้อคลุมเด็ดขาด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่แสงแดดจ้า ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 – 15.00 น. นอกจากนี้ ให้หมั่นสังเกตไฝหรือขี้แมลงวันของตนเองตามวิธีที่เราแนะนำอยู่เสมอ เพราะบางทีไฝที่คุณคิดว่าเป็นไฝเสน่ห์ อาจกลายเป็นไฝมะเร็งก็เป็นได้

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส