ทุกคนอาจจะเคยรู้สึกแบบนี้ เมื่อซีรีส์เรื่องโปรดของเรากำลังจะจบลง ซีรีส์ที่เป็นมากกว่าการแค่สิ่งบันเทิง แต่คือสิ่งจรรโลงจิตใจที่ทำให้เหมือนเราหลุดเข้าไปในโลกของจินตนาการ และสร้างความผูกพัน ความหลงไหลในตัวละคร ความหลงไหลในเรื่องราว แต่พอถึงตอนจบ กลับทำให้ความรู้สึกไม่จบตาม และทำใจไม่ได้ที่ซีรีส์เรื่องโปรดนั้นจบลง
ภาวะ Post-Series Depression คืออะไร ?
ใครที่เคยอินกับเรื่องราวในซีรีส์หรือหนังสือมาก ๆ คงเข้าใจดีว่าความรู้สึกโหวงเหวงและสิ้นหวังหลังจากจบ เหมือนกำลังอกหักจากความรัก นี่คือเรื่องปกติ
“มันคือความเศร้าหลังจากอ่านหรือดูซีรีส์ยาว ๆ จบลง เป็นความขมขื่นที่รู้ว่าการเดินทางสิ้นสุดแล้ว แต่ใจเรายังไม่อยากให้มันจบ – Ian Lecklitner”
อาการนี้เรียกว่า Post-Series Depression ที่ Urban Dictionary นิยามไว้ว่า
“มันคือความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่อยากให้ถอยคำบนหน้ากระดาษเคลื่อนไหวเหมือนครั้งที่ได้อ่านครั้งแรก เมื่อคุณไม่รู้ว่าย่อหน้าต่อไปจะเป็นยังไง และโลกที่เหล่าตัวละครดำเนินอยู่นั้นมันช่างดูไร้ขอบเขต และมีความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด แต่เมื่อเรากลับมาอ่านซ้ำ เรารู้ว่าพวกเขาไม่ได้มีอิสระอีกแล้ว พวกเขาเปรียบเสมือนคนที่ติดอยู่บนรถรางที่วิ่งไปตามเส้นทางที่ถูกวางไว้ และสิ่งเดียวที่เราทำได้คือ พยายามสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราเคยมองข้าม และพยายามรื้อฟื้นความรู้สึกครั้งแรกกลับมา แต่มันจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว”

ทำไมเราถึงรู้สึกเหมือนอกหัก ?
เควิน ฟอสส์ (Kevin Foss) ผู้เชี่ยวชาญด้านความวิตกกังวล เปรียบเทียบว่าการดูจบก็เหมือนการเลิกรา
“เพราะเมื่อเราดำดิ่งไปกับเรื่องราวดี ๆ เราจะหลงเข้าไปในโลกแฟนตาซี โรแมนติก หรือดราม่า นานวันเข้า เราจะสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตัวละคร เหมือนได้ร่วมผจญภัยและรับรู้ความคิดของพวกเขา เราถึงขนาดสะท้อนตัวตนของเราไปทับซ้อนกับตัวละครเหล่านั้น ดังนั้นเมื่อเรื่องจบเราต้องกล่าวลาคนที่เรารัก เหมือนต้องยอมรับว่าการผจญภัยของเราสิ้นสุดลงแล้ว มันคล้ายกับการไว้อาลัยให้กับการสูญเสียเพื่อนสนิทเลยทีเดียว”
มาร์กาเร็ต รูเธอร์ฟอร์ด (Margaret Rutherford) นักจิตวิทยาคลินิก เสริมว่า ความอัศจรรย์ของโลกสมมติทำให้ชีวิตจริงดูน่าเบื่อ “เพราะชีวิตปกติที่ไม่มีพล็อตเรื่องราวที่น่าตื่นเต้น การขัดฟัน ทิ้งขยะ หรือปั่นงานให้ทันเดดไลน์ ไม่ใช่สิ่งที่กระตุ้นจินตนาการ ดังนั้นเมื่อเรื่องราวที่เข้มข้นจบลง เราก็อาจจะต้องโศกเศร้าไม่ต่างจากการสูญเสียใครสักคน”
ส่วนหนึ่งของตัวเราตาย ไปพร้อมกันกับตอนจบ
จีเน็ตต์ เรย์มอนด์ (Jeanette Raymond) นักจิตวิทยา อธิบายว่า “ความรู้สึกว่างเปล่าเกิดขึ้นเพราะส่วนหนึ่งของเราตายไปพร้อมกับประสบการณ์นั้น ยิ่งถ้าเราสนุกกับมันมาก นั่นยิ่งตอกย้ำว่าเราเอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมัน เราเปิดรับทั้งอารมณ์และความรู้สึกทั้งหมด แต่เมื่อมันจบลง มันก็ดึงส่วนนั้นของเราไปด้วย เสมือนเราให้ใจไปแล้ว และตอนนี้มันก็จบลงแล้ว”

ความว่างเปล่านี้ จะแก้ยังไง ?
- กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ฟอสส์แนะนำให้เตือนตัวเองถึงข้อดีในชีวิตจริง การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และพบปะผู้คน จะช่วยดึงเรากลับมาสู่โลกความจริง
- ยอมรับความเศร้า เรย์มอนด์บอกว่า การรู้สึกเคว้งไม่ใช่เรื่องแย่ มันเป็นสัญญาณให้สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงาน เพื่อมองหาสิ่งยึดเหนี่ยวใหม่ในโลกความเป็นจริง เช่น ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
- การหาคนคุยด้วย การระบายให้คนอื่นฟัง หรือเข้ากลุ่มแฟนคลับ จะช่วยต่อลมหายใจให้ความทรงจำนั้นยังคงอยู่ แต่ระวังอย่าไปสปอยล์หรือทำตัวน่ารำคาญใส่คนอื่นล่ะ
- เริ่มจดบันทึก ลองเขียนดูว่าซีรีส์เรื่องนี้ให้อะไรกับเราบ้าง มันทำให้เราเติบโตขึ้นยังไง การตระหนักถึงสิ่งนี้จะช่วยให้เราพร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ
- ลองหาเรื่องใหม่ดู ฟอสส์บอกว่าการเริ่มดูซีรีส์เรื่องใหม่ก็ช่วยได้ โดยเฉพาะคนที่ชีวิตจริงอาจจะน่าเบื่อหน่าย การเติมแฟนตาซีเข้าไปบ้างก็ช่วยให้มีแรงฮึดสู้ชีวิตต่อได้
อย่างไรก็ดีความรู้สึกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร และถ้าเราเศร้ามันก็ไม่แปลกเลย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราถูกซีรีส์หรือหนังสือเล่มโปรดของเราเติมเต็มมาตลอด วันนึงสิ่งที่เคยเติมเต็มเราเดินทางมาถึงจุดจบ เราก็แค่ต้องหาสิ่งที่เติมเต็มใหม่ แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้ หรือต่อให้มีเรื่องใหม่มันก็ไม่เท่าเรื่องนี้อยู่ดี แต่ซีรีส์หรือหนังสือเล่มนี้ที่จบ ยังจะเป็นที่หนึ่งที่อยู่ในใจเราตลอดกาล เรากลับมาดูอีกทีก็ได้เริ่มใหม่ก็ได้ หรือจะลองไปติดเรื่องอื่น ๆ บ้างก็ได้ ยังมีเรื่องใหม่ ๆ ให้เราได้ไปดูไปอินอีกเยอะแยะเชียวล่ะ













