วันที่ 3 สิงหาคม 2566 บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด ผู้พัฒนาโครงการแอชตัน อโศก แจ้งความคืบหน้าการดำเนินการเพื่อหาแนวทางออกสำหรับเจ้าของร่วม และชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านจดหมาย Company Statement โดยมีเนื้อหาดังนี้

แนวทางแก้ไขกรณีใบอนุญาตก่อสร้าง

อนันดา เอ็มเอฟฯ กำลังเร่งพิจารณาหาแนวทางแก้ไข ซึ่งมีอยู่หลายแนวทางที่มีความเป็นไปได้ คือ

  1. ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างใหม่ โดยการซื้อหรือหาที่ดินเพิ่มเติม
  2. เสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผ่านสำนักการโยธากรุงเทพมหานครไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)
  3. เสนอให้หน่วยงานภาครัฐแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่าน รฟม. เสนอผ่านกระทรวงคมนาคม ไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)
  4. ประสานเจ้าของเดิมให้ยื่นทบทวนสิทธิ์ที่ดินทางเข้า – ออกจาก รฟม. ให้ทบทวนสิทธิที่ดินเดิมก่อนเวนคืน ควรให้สิทธิ์ทางเข้า – ออกอย่างน้อย 12-13 เมตร เพื่อให้สามารถขึ้นอาคารสูงและขนาดใหญ่พิเศษได้ 
  5. ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ เนื่องจากมีพยานหลักฐานใหม่ ทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป

แนวทางช่วยเหลือเจ้าของร่วม

สำหรับการผ่อนชำระสินเชื่อของเจ้าของร่วมที่มีภาระผูกพันกับสถาบันการเงิน ทาง อนันดา เอ็มเอฟฯ ได้เร่งประสานงานกับสถาบันการเงินหลายแห่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการผ่อนชำระสินเชื่อของเจ้าของร่วมที่ยังมีภาระผูกพันกับสถาบันการเงิน โดย อนันดา เอ็มเอฟฯ ได้เชิญสถาบันการเงินต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนในการผ่อนชำระของท่านเจ้าของร่วม ดังนี้

  1. อนันดา เอ็มเอฟฯ ขอให้สถาบันการเงินพิจารณาแนวทางด้านการผ่อนชำระในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
  2. อนันดา เอ็มเอฟฯ ขอให้สถาบันการเงินพิจารณาแนวทางสำหรับมาตรการลดภาระในการผ่อนชำระอื่น ๆ

ทั้งนี้ การประสานงานดังกล่าวอยู่ระหว่างรอผลพิจารณาจากสถาบันการเงิน ซึ่งเมื่อได้รับความคืบหน้าประการใด อนันดา เอ็มเอฟฯ จะแจ้งให้เจ้าของร่วมทราบโดยเร็ว 

ประเด็นชี้แจงเพิ่มเติม

ประเด็นที่ 1 คือ การออกใบอนุญาตเปิดใช้อาคารแบบมีเงื่อนไข เป็นเรื่องข้อสงวนที่ กทม. กำหนดว่า อนันดา เอ็มเอฟฯ จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัทฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง หากผลการพิจารณาของศาลปกครองเป็นที่สุดว่า โครงการดำเนินการขัดต่อกฎหมายควบคุมอาคาร ข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฎอยู่เพียงในใบรับรองการก่อสร้าง (อ.6)

ซึ่งเอกสารดังกล่าว กทม. ออกให้ อนันดา เอ็มเอฟฯ หลังจากที่โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ และได้มีการขายให้กับลูกค้าแล้ว นอกจากนี้ ในใบอนุญาตอื่นที่ กทม. ออกให้แก่บริษัทฯ ก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีข้อความทำนองนี้ปรากฎอยู่ในใบอนุญาตแต่อย่างใด และบริษัทฯ มีความตั้งใจที่จะร่วมแก้ปัญหาไปพร้อมกับ กทม. ต่อไป

ประเด็นที่ 2 คือ เงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์และรับทราบสถานะคดี ในประเด็นนี้ อนันดา เอ็มเอฟฯ ได้แจ้งเรื่องของคดีที่อยู่ในศาลปกครอง นับแต่ที่ลูกค้าได้ทำการซื้อขายห้องชุดกับบริษัทฯ ตามลำดับดังนี้

ในช่วงแรกที่ อนันดา เอ็มเอฟฯ ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาจะซื้อจะขาย บริษัทฯ ได้ขอขยายระยะเวลาโอนกรรมสิทธิ์ โดยแจ้งเรื่องคดีของโครงการให้ลูกค้าทราบ พร้อมทั้งเสนอแนวทาง 3 ข้อให้ลูกค้าพิจารณา คือ

  1. การยกเลิกสัญญาและคืนเงิน
  2. การย้ายโครงการตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้
  3. หากถือสัญญาไว้ต่อจนถึงครบกำหนดการขยายระยะเวลา (วันที่ 26 มีนาคม 2562) จะได้รับส่วนลด ณ วันโอน ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินที่ชำระมาแล้วทั้งหมด โดยสำหรับลูกค้าที่เลือกรับโอนกรรมสิทธิ์ บริษัทฯ ได้ส่งหนังสือขอบคุณ พร้อมทั้งแจ้งสถานะเกี่ยวกับคดีของโครงการให้รับทราบด้วย

ทั้งนี้ จากจำนวนลูกค้าจองทั้งหมด 766 ราย มีลูกค้ายกเลิกสัญญาทั้งหมด 244 ราย, ย้ายโครงการ 4 ราย และอยู่รอโอนกรรมสิทธิ์ 518 ราย หลังจากที่บริษัทฯ ได้มีการแจ้งให้ลูกค้าทราบทั้ง 3 แนวทาง

ในเวลาต่อมา อนันดา เอ็มเอฟฯ ได้จัดส่งเอกสารแจ้งสถานะคดีของโครงการในหนังสือนัดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ไปยังลูกค้าทุกราย ซึ่งได้รับการลงนามการตอบรับมาเป็นส่วนใหญ่

สำหรับลูกค้าที่ซื้อและทำสัญญาจะซื้อจะขายตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป ได้รับทราบสถานะคดีตามที่บริษัทฯ ได้แจ้งไว้ในบันทึกแนบท้ายสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด ดังนั้น ลูกค้าของโครงการจึงรับทราบสถานะของคดีมาโดยตลอด

ที่มา : Ananda Development

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส