Taika Waititi Thor: Love and Thunder Stranger Thing

Taika Waititi เผย อยากใช้เพลงของ ‘Kate Bush’ ใน ‘Thor: Love and Thunder’ ก่อนที่ ‘Stranger Things’ จะเอาไปปู้ยี้ปู้ยำซะอีก!

หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าภาพยนตร์ ‘Thor: Love and Thunder’ ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ Marvel Studios ที่กำลังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ และ ‘สเตรนเจอร์ ธิงส์’ (Stranger Things) ออริจินัลซีรีส์แนวสยองขวัญของ Netflix ที่เพิ่งปิดจบซีซัน 4 ที่ทำยอดผู้ชมอย่างถล่มทลาย นั้นมีความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง

นั่นก็คือการหยิบเอาบรรยากาศที่ได้อิทธิพลจากทศวรรษที่ 80 มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ไม่ต้องแปลกในเลยว่าทำไมทั้งสองเรื่องนี้จึงมีกลิ่นอายแบบ 80’s ลอยมาตั้งแต่โปสเตอร์ แฟชัน และ ป๊อปคัลเจอร์ และที่เด่นชัดที่สุดก็คือ ทั้งคู่ต่างก็ใช้ดนตรี ด้วยการนำเอาเพลงดังจากยุค 80’s มาใช้เป็นซาวนด์แทร็กประกอบ

ล่าสุด เว็บไซต์ NME ได้สัมภาษณ์ ‘ไทกา ไวทีที’ (Taika Waititi) ผู้กำกับภาพยนตร์ และให้เสียงตัวละคร ‘Korg’ ใน ‘Thor: Love and Thunder’ ส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์นี้ เขาได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการนำเอาเพลงและกลิ่นอายจากยุค 80’s มาประกอบในหนังภาคที่ 4 ของฮีโรพลังสายฟ้า

Taika Waititi Thor: Love and Thunder Stranger Thing

และผู้สัมภาษณ์เองก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงความรู้สึกของเขาเกี่ยวกับซีรีส์ ‘Stranger Things’ ซึ่งไวทีทีก็ได้ตอบคำถามแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่ ‘เดอะ ดัฟเฟอร์ บราเธอร์ส’ (The Duffer Brothers) โปรดิวเซอร์ของซีรีส์ ที่หยิบยืมบรรยากาศ และนำเอาเพลงยุค 80’s หลายเพลง มาใช้เป็นซาวนด์แทร็กด้วยเช่นกัน เขากล่าวแบบทีเล่นทีจริงว่า

“หมายถึง ‘เคต บุช’ (Kate Bush) ใช่ไหม ? คือผมน่ะชอบซีรีส์เรื่องนี้นะ แต่ในฐานะคนที่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของเพลงของ เคต บุช แบบตัวยง…ผมเห็นแล้วหงุดหงิดว่ะ! ผมเหมือนไอ้แก่งี่เง่าที่คอยแบบว่า…’ไอ้เด็กพวกนี้ไม่เคยฟัง เคต บุช นี่หว่า แค่ได้ยินมาจากซีรีส์เรื่องเดียวเอง! ไรงี้…’ ไอ้พวกนี้ไม่รู้จัก เคต บุช หรอก ผมนี่แหละโว้ยที่รู้จัก เคต บุช”

“ก่อน Stranger Things เรามีเพลงของ เคต บุช หลายเพลงที่ผมอยากจะใส่ลงไปในหนัง ตอนแรกผมกะว่าจะใส่เพลง “This Woman’s Work” ในฉากที่มีตัวละคร (เจน ฟอสเตอร์/ไมตี้ธอร์) ของ นาตาลี พอร์ตแมน (Natalie Portman) ด้วย และจริง ๆ แล้วเราก็อยากจะใส่เพลงของวง ABBA ในหนังเรื่องนี้อีกเยอะ ๆ เลย “

Taika Waititi Thor: Love and Thunder Stranger Thing

(ผู้สัมภาษณ์) “แต่ในหนังก็มีเพลง “Our Last Summer” (ของวง ABBA) ด้วยหนึ่งเพลง ? “

“ใช่ มีด้วยแหละ แต่ผมก็ยังรู้สีกอยากให้หนังมีธีม ABBA มากกว่านี้อีก ผมคิดว่ามันคงจะตลกดี ถ้าเพลงโปรดของธอร์จะเป็นเพลงที่เขามองว่าเป็น ‘วงดนตรีของชาวไวกิง’ มันก็จะเป็นอะไรที่แบบว่า ‘วง ABBA นี่เป็นวงไวกิงที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีจริง ๆ ! อะไรแบบนี้’ ” (มุกนี้ไวทีทีต้องการจะสื่อว่า ABBA เป็นวงดนตรีจากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนไวกิงเหมือนในตำนานธอร์)

ฝั่งของ ‘Stranger Things’ อย่างที่ทราบกันว่า ในซีซันที่ 4 กลายเป็นซีซันที่ปลุกกระแสเพลงยุค 80’s ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทั้งเพลง “Master of Puppets” ของวงร็อกเมทัล ‘Metallica’ ที่อยู่ในฉากที่ตัวละคร ‘เอ็ดดี มันสัน’ (Eddie Munson) โซโลกีตาร์เพื่อต่อกรกับอสูรร้าย ‘เว็กนา’ (Vecna)

และอีกเพลงที่กลับมาดังเปรี้ยงก็คือ “Running Up That Hill (A Deal With God)” เพลงซินธ์ป๊อปของศิลปิน‘เคต บุช’ (Kate Bush) ที่ช่วยให้ตัวละคร ‘แม็กซ์’ (Max Mayfield) รอดพ้นจากการสังหารของเว็กนา ที่ข้ามเวลากลับมาติดชาร์ต Billboard และติดอันดับชาร์ตบนสตรีมมิงในยุคนี้ (ส่วนเคต บุชเองก็กวาดส่วนแบ่งรายได้จากสตรีมมิงไปมากโขทีเดียว)

ส่วน ‘Thor: Love and Thunder’ เองก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีเพลงจากยุค 80’s เข้าไปเป็นซาวนด์แทร็กหลายต่อหลายเพลง โดยเฉพาะเพลงร็อกแนวเฮฟวีเมทัล ไล่มาตั้งแต่เพลง “Rainbow In The Dark” ของ ‘Dio’ รวมทั้งเพลง “November Rain”, “Paradise City”, “Welcome To The Jungle” และ “Sweet Child O’ Mine” ของวง ‘Guns N’ Roses’ ที่ถูกบรรจุเอาไว้ในตัวอย่างแรก และ “Our Last Summer” เพลงช้าเพราะ ๆ จากวงสวีดิชป๊อป ‘ABBA’

ไวทีทียังได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการหยิบเอากลิ่นอายของยุค 80’s มาใช้ในองค์ประกอบทุกส่วนของภาพยนตร์เรื่องนี้กับ NME ด้วย โดยเขาเผยว่า งานด้านโปรดักชันและงานอาร์ต เขาได้แรงบันดาลใจจากอาร์ตเวิร์กปกอัลบั้มของวงร็อก ‘Iron Maiden’ โปสเตอร์ภาพยนตร์ยุค 80’s และงานศิลปะแนวแฟนตาซีของ ‘แฟรงก์ ฟราเซตตา’ (Frank Frazetta) เพื่อให้มีกลิ่นอายของความเป็นแฟนตาซีในแบบยุค 70’s – 80’s มาประกอบกัน เหมือนภาพวาดข้างรถตู้บนหาดเวนิซ

ส่วนการคัดเลือกเพลงที่จะมาใช้เป็นซาวนด์แทร็ก ซึ่งผู้กำกับอารมณ์ดีได้หยิบเอาเพลงของวง ‘Guns N’ Roses’ มาใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้มากถึง 4 เพลง จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่ใช้เพลงของวงเฮฟวีรุ่นพ่อมากที่สุดแล้วก็ว่าได้ ผู้สัมภาษณ์ถามว่า ก่อนที่จะนำเพลงมาใช้ เขาได้โทรไปขอกับฟรอนต์แมนของวงอย่าง ‘แอกเซล โรส’ (Axl Rose) หรือไม่ คำตอบก็คือ

Taika Waititi Thor: Love and Thunder Stranger Thing
‘ไทกา ไวทีที’ (Taika Waititi)

“มันเป็นหน้าที่ของผม และผมก็คิดว่าไม่อยากทำอย่างนั้น เพราะหลายครั้งผมเจอคนที่ผมคิดว่าเป็นฮีโร แล้วดันมารู้ทีหลังว่าพวกเขาไม่ใช่ฮีโรของผม และ แอกเซิล โรส ก็น่าจะเป็นคนแบบนั้น ผมเลยคิดว่าไม่คุยแม่- ผมจะไม่คุยกับเขาแน่นอน”

“จริง ๆ แล้วผมอยากได้ 5 เพลงน่ะ แต่มันก็จะดูมากเกินไป การที่มีวงดนตรีที่ผมชอบตั้งแต่ยังเด็ก วงดนตรีที่เป็นซาวนด์แทร็กประกอบชีวิตของผมมาเป็นซาวนด์แทร็กในหนังนี่ถือว่าเป็นชัยชนะของผมจริง ๆ นะ

“ปกติเวลาที่ผมอยู่บนเตียงประมาณตีสาม ไม่ได้เข้าเว็บโป๊นะ (หัวเราะ) แต่ผมจะชอบดูมิวสิกวิดีโอของ Guns N’ Roses ผมชอบเข้าไปดู ‘แอกเซล โรส’ (Axl Rose-ฟรอนต์แมนของวง) ในมิวสิกวิดีโอ “Paradise City” ต่างหาก! “


ที่มา: NME, IndieWire, People, Marvel

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก