[รีวิว] ‘คือเธอ’ (Bad Romeo) : โรแมนติกจัดเต็ม ดราม่าจัดหนัก แต่มีแผลให้น่าเสียดาย

แนว
โรแมนติก-ดราม่า
วันเวลาออกอากาศ
ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 กด 33 และรับชมย้อนหลังเวลา 24.00น. ได้ทาง NETFLIX

ตำนานรักบทใหม่ของคู่พระนางเคมีใหม่ ‘ญาญ่า-มาริโอ้’ ที่ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ แต่จูงมือกันลงเอยดูดดื่มเพียงชั่วข้ามคืน และทำให้ชีวิตของเขาทั้งคู่ต้องพบเจอกับอุปสรรคนานัปการ จากเรื่องราวของคืนนั้น สู่ชีวิตที่วุ่นวายและกลายเป็นบาดแผลลึกในใจของใครอีกหลายคน จนทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคนที่เกลียดกันเข้าไส้ เพื่อจะกลับมารักกันในที่สุด เป็นพล็อตคุ้นเคยที่รวมเสน่ห์ไว้ที่การนำเสนอ และฝีมือของนักแสดงที่ต้องยกนิ้วให้จริง ๆ

*คำเตือน รีวิวนี้มีบางช่วงบางตอน ที่อาจเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน โปรดพิจาณาในการอ่าน

‘คือเธอ’ (Bad Romeo) เล่าเรื่องราวของ ‘สายขิม’ (อุรัสยา เสปอร์บันด์) คุณหนูไฮโซผู้ถูกเลี้ยงดูมาในกรงทองของ ‘ทรงศีล’ (ยุรนันท์ ภมรมนตรี) พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่หวงลูกสาวอย่างกับไข่ในหินและคาดหวังไว้ว่า เธอต้องเก่ง ต้องเลิศและบรรเจิดที่สุดแล้วในปฐพี ก็จัดหนักจัดเต็มให้ลูกแบบสุดลิ่มทิ่มประตู เรียน เล่น กิน นอนล้วนอยู่ในการรับรู้ของพ่อตลอดเวลา จนวันหนึ่งสายขิมผู้ที่ไม่เคยเจอโลกภายนอก เกิดอยากจะลองใช้ชีวิตแบบชาวบ้านชาวเมืองเขามั่ง ก็วางแผนสลับบ้านกับ ‘ลิตา’ (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) เพื่อนสนิทที่มีอยู่คนเดียวในโลก

บินลัดฟ้าจากอังกฤษกลับเมืองไทย โดยที่ลิตาก็ได้บินไปลั้นลาที่อังกฤษสลับที่อยู่กับสายขิม 10 วัน เรื่องราวซน ๆ แบบนี้ ถ้าไม่คิดอะไรมากมันก็น่าสนุกและเป็นสีสันของชีวิตใช่ไหมล่ะ แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเพียงวันเดียวก็ความแตก แถมยังเกิดเรื่องราวอีรุงตุงนังมากขึ้นไปอีกเมื่อสายขิมได้เจอกับ ‘ก้าวกล้า’ (มาริโอ้ เมาเร่อ) เจ้าของอู่รถที่ฐานะด้อยกว่า สองคนที่ไม่รู้จักกันต่างปรับทุกข์ผ่านความมึนเมา ความบันเทิงก็บังเกิดเพราะเลยเถิดเกินห้ามใจ จนสายสัมพันธ์ที่ไม่อาจปฏิเสธปฏิสนธิขึ้นมาจนได้ ท้องแล้วจ้า

สายขิมกลายเป็นเด็กใจแตกในสายตาพ่อในบัดดล ก้าวกล้ากลายเป็นคนที่ล่อลวงสายขิมแบบงง ๆ ว่าอะไรกันวะชีวิตนี้ ทางออกเดียวที่มีคือหนีไปด้วยกันเพื่อรับผิดชอบชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังจะเกิดมา ณ สถานที่สุดโรแมนติกคือบ้านของ ‘ฤกษ์’ (วันชนะ สวัสดี) พ่อเลี้ยงของก้าวกล้า จนกลายเป็นความรัก หวานซึ้ง ดูดดื่ม แต่ในฐานะที่เรื่องนี้มันชื่อ ‘Bad Romeo’ ความดูดดื่มนี้จึงมีเวลาจำกัด เพราะพ่อของจูเลียตได้ดับฝันทุกอย่างไปหมดสิ้น ด้วยแผนล่อเสือออกจากถ้ำแล้วขย้ำจนปางตายแถมยังตอกย้ำความบาดหมางด้วยแผน ฤษีแปลงสาร

7 ปีผ่านไป สองคนเติบโตและแน่นอนค่ะ ก้าวกล้ากลับมาในมาดของ ‘คาร์ล รามาน’ บุตรบุญธรรมผู้สืบทอดธุรกิจของ ‘เอเชีย’ (เมทินี กิ่งโพยม) เศรษฐินีที่ช่วยชีวิตเขาซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็เป็นแม่ของเนสต์พี่ชายต่างพ่อ ในขณะที่สายขิมเป็นผู้ใหญ่ขึ้น บริหารงานโรงแรมให้พ่อและมีแผนจะแต่งงานกับ ‘แทนไท’ (ธัชทร ทรัพย์อนันต์) ซึ่งเรื่องราวต่อจากนี้กำลังดำเนินไปแบบ โกรธร้อยปีอย่ามาดีร้อยชาติ โกรธร้อยชาติอย่ามาดีกันเลย อะไรทำนองนั้น เพื่อไปถึงจุดจบที่แฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่ก็ยังไม่ทราบได้

พล็อตเดิม ๆ ที่มีเสน่ห์อยู่ไม่หยอก

ว่ากันตามตรงเลยก็คือ ละครเรื่องนี้ยังคงรูปแบบของพล็อตที่ไม่ฉีกไปจากเดิม อย่างที่เราคุ้นชินกันมานักต่อนักของละครไทย เราไม่สามารถบอกได้เลยว่าพล็อตลักษณะนี้คือความแปลกใหม่ คุณหนูลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจที่แสนจะร่ำรวย มาพบรักแบบผีจับยัดกับชายหนุ่มฐานะปานกลาง ที่ดูด้อยกว่านางเอกในทุก ๆ ด้านและพ่อไม่ปลื้มอย่างแรง จนเกิดการกีดกันทางความรักเกิดขึ้น ด้วยการจับแยกอย่างเจ้าเล่ห์แสนกล ใช้กลบังตาสารพัดโดยไม่สนคุณธรรมใด ๆ จนสุดท้ายเกิดการพรากจาก และการพบกันใหม่โดยที่พระเอกกลับมาในมาดของชายหนุ่มที่ร่ำรวย ต่างจากเดิมราวฟ้ากับเหว

เราพบเรื่องราวทำนองนี้ได้จากละครไทยหลายต่อหลายเรื่อง พระ-นางฐานะต่างกัน ภายในบ้านมีนางอิจฉาที่อยู่ในคราบของคนในครอบครัว มีเรื่องเข้าใจผิดจนอยากแก้แค้นแล้วสุดท้ายก็เข้าใจกันในที่สุด แต่สิ่งแปลกใหม่ที่เราได้รับจากละครเรื่องนี้ คือการนำเสนอที่แตกต่างอย่างมีเสน่ห์จนแทบจะกลายเป็นลายเซ็นของ แอน ทองประสม ไปแล้วก็ว่าได้ จากละครหลายเรื่องที่ผ่านมา เช่น ลิขิตรัก , อกเกือบหักแอบรักคุณสามี ที่ลายเซ็นการนำเสนอของแอนชัดขึ้น ละเอียดขึ้นจนสัมผัสได้ เรียกได้ว่าดูแล้วก็รู้เลยว่าทีมงานเบื้องหลังตั้งใจกับการนำเสนอเรื่องราวเหล่านี้มากมายขนาดไหน

การเล่าเรื่องผ่านมุมมองบุคคลที่หนึ่ง สลับกันไปมาทั้งหญิงชาย เปรียบเสมือนการฟังความทั้งสองข้างอย่างยุติธรรม ให้เราเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากขึ้น และทำให้ละครเรื่องนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น คล้ายกับการเปิดบันทึกเพื่อรับรู้เรื่องราวแบบหน้าต่อหน้า และอินง่าย ๆ ไปกับชะตากรรมความรักของพระเอก นางเอก

ชีวิตคือละคร ละครคือชีวิต

หากจะโฟกัสไปที่ปมปัญหาที่เกิดขึ้นกับสองพระ-นาง เรื่องนี้ก็คงต้องเทน้ำหนักไปที่ปัญหาครอบครัวที่ “คิดแทนกัน” อย่างที่ไม่ควรจะคิด พ่อของสายขิมนับว่าเป็นพ่อมีปม ที่เอาปมชีวิตของตัวเองมาลงที่ลูกอย่างคร่ำครึ และการแสดงออกทางความรักช่างแข็งกระด้าง ทำให้สายขิมกลายเป็นนางเอกสมัยก่อนที่พ่อแม่รังแกฉัน โดนกระทำและตัดสินใจอะไรได้อย่าง อื้อหืม นี่หลุดมาจากกรงทองจริง ๆ นั่นแหละ ไร้เดียงสา เปราะบาง จนสามารถรับความรักจากคนแปลกหน้าได้อย่างรวดเร็ว เพราะเธอขาดความรักความอบอุ่นที่ควรจะได้จากพ่อคนเดียวของเธอ

ฉากที่กลับมาบ้านแล้วไม่มีแม้แต่อ้อมกอด กลับมีแต่คำด่า ดูถูก ไม่เชื่อใจนี่รันทดจัด สงสารนางเอกจนน้ำตาซึมไปกับเธอด้วย ก็เรียกได้ว่าเป็นการใส่เหตุผลให้ความวายป่วงนี้ได้อย่างเข้าใจง่าย และเมื่อมาเจอกับก้าวกล้าที่มีหัวใจเยี่ยงพระเอก เสียสละ หยิ่งทะนง รักเพื่อน รักครอบครัว ก็ทำให้เกิดละครน้ำเน่าฉากโตที่เล่าได้เข้ม จนบ่อน้ำตาของแฟนละครแตกยับ ตับพังกันเป็นแถบ ๆ ชื่นชมการกำกับซีนดราม่าของละครเรื่องนี้ และผลงานการแสดงของตัวแสดงทุกตัวในเรื่องจริง ๆ ค่ะ ว่าฝีมือสุดยอด ไม่ผิดหวังที่ได้รับชม

จุดบอดใหญ่ยักษ์ที่ขอติสักหน่อยเถอะน่า

บอกตามตรงว่าการดำเนินเรื่อง การแสดงของละครเรื่องนี้ ดีงามตามครรลองอยู่แล้วค่ะ บวกกับการนำเสนอที่แปลกใหม่อย่างที่เอ่ยถึงไปแล้ว แต่เมื่อมาเจอกับช่องโหว่หลวม ๆ กลับทำให้ความสมบูรณ์แบบที่ควรจะมี หายวับไป จนผู้เขียนขัดใจเลยละเอาจริง ๆ บทเขียนให้ก้าวกล้าถูกใส่ร้ายจนโดนจับ มีการยื้อยุด ต่อรอง ชุลมุนวุ่นวายจนกลอยใจ น้องสาวของก้าวกล้าโดนยิง ฉากนี้ฉากเดียวบอกเลยว่าหมองลงไปเยอะ ไม่นับฉากก่อนหน้าในช่วงของการไล่ล่าที่ อยู่ ๆ ก็มีเรือผีมาจอดเทียบท่าให้พระเอกฉกฉวยเพื่อหลบหนีได้หน้าตาเฉย นี่คือเอ๊ะที่หนึ่ง และความไม่สมเหตุสมผลนี้ยังลามมาถึงฉากต่อ ๆ ไปและต่อ ๆ ไปอย่างไม่หยุดหย่อน

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นขาดความสมจริงจนเสียดายและแอบผิดหวังอยู่เล็กน้อย ความไม่สมเหตุสมผลที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ฉาก บทที่ขาดความเป็นไปได้และมีความเป็นละครอยู่พอสมควร จนเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า การนำเสนอดี ๆ ที่เราก็ปลาบปลื้ม ทำไมจึงถูกทำลายลงด้วยรายละเอียดเล็กน้อยที่เหมือนถูกมองข้ามไปอย่างง่าย ๆ ขนาดนี้ ฉากการถูกจับกุม ฉากแผนการของพระเอกในโรงแรม และอีกหลายฉากมันกลับขัดแย้งกับการนำเสนอดี ๆ ที่เราชื่นชอบ เสียดายค่ะ

แต่ใด ๆ ก็ตาม ต้องขอยกเครดิตให้การแสดงของสองพระนาง ญาญ่า-มาริโอ้ และที่ลืมไม่ได้คือ สองพ่อที่ปล่อยพลังความเป็นพ่อออกมาแบบไม่มีใครยอมใคร แซม ยุรนันท์ และ วันชนะ สวัสดี สองนักแสดงรุ่นใหญ่ที่ไม่ยกให้ไม่ได้จริง ๆ เพราะการรวมพลังครั้งนี้ สร้างความลงตัวและกลมกลืน จนทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วม คล้อยตามและคอยลุ้นกับชีวิตรักบทนี้ของทั้งคู่ว่าจะลงเอยกันในรูปแบบไหน จนมองข้ามรายละเอียดปลีกย่อยที่เป็นแผลถลอกลงไปได้ หน้าตาเฉย

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

          

บท
6.5
โปรดักชัน
7
การแสดง
9
การดำเนินเรื่อง
6.5
ความสนุกตามแนวละคร
8
จุดเด่น
การแสดงของพระนางและนักแสดงสมทบมากฝีมือคนอื่น ๆ แทบจะเป็นเดอะแบกของละครเรื่องนี้ไปเลย
การนำเสนอที่แปลกใหม่ สร้างเสน่ห์เล็ก ๆ ให้ละครเรื่องนี้อยู่มากพอสมควร
จุดสังเกต
บทและการดำเนินเรื่องหลายช่วงหลายตอน ขาดความสมเหตุสมผลไปเยอะ จนน่าเสียดายจัง
เรายังคงพบเห็นพล็อตเดิม ๆ ที่นางอิจฉามีนิสัยน่าประหลาด เรียกว่าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จนสามารถเดาได้และไม่มีจุดประหลาดใจให้ร้องว้าว
7.4

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก